bg-single

ภารกิจฟื้นชีพ ‘โดโด้’ (2) | ป๋วย อุ่นใจ

15.02.2023

หลังจากที่โดนบูลลี่เป็นนกโง่มาหลายร้อยปี ท้ายที่สุดก็มีคนคิดจะกู้ชีพน้อนนนนขึ้นมาอีกครั้งจากการสูญพันธุ์!

ภารกิจฟื้นชีพโดโด้ คือ มิชชั่นที่ 3 ของบริษัท “โคลอสซัล ไบโอไซแอนซ์ (Colossal Biosciences)” สตาร์ตอัพชื่อดังที่โด่งดังมาจากการตั้งเป้าหมายแบบ “บ้าแต่ว่าเป็นไปได้” ในการฟื้นชีพแมมมอธ และเสือทาสมาเนีย (thylacine or Tasmanian tiger)

โดโด้ คือ ตัวล่าสุด…

“โดโด้คือสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ไปด้วยฝีมือมนุษย์” เบน แลมม์ (Ben Lamm) ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้งโคลอสซัลกล่าว ในมุมมองของเบน เทคโนโลยีฟื้นชีพสัตว์สูญพันธุ์ (de-extinction) นั้นเหมือนเป็นโอกาสที่สองของน้อนนนนนน ที่เคยพลาดปรับตัวไม่ทันจนต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไป และเขาอยากให้โอกาสครั้งใหม่กับสิ่งมีชีวิตพวกนี้

แต่ภารกิจฟื้นชีพสารพัดสัตว์สูญพันธุ์ ของทีมโคลอสซัล รวมถึง “น้อนนนนนโดโด้” ด้วย กลับเป็นเหมือนภารกิจที่ไปเหยียบเอาตาปลาของพวกนักอนุรักษ์ เพราะงบประมาณมากมายมหาศาลที่ถูกทุ่มลงไปกับภารกิจฟื้นชีพสัตว์สูญพันธุ์นั้นมันมากมายมหาศาล แค่เฉพาะที่โคลอสซัลระดมทุนไปได้ในระยะเวลาเพียงแค่ราวๆ 2 ปี ก็ทะลุ 225 ล้านเหรียญสหรัฐเข้าไปแล้ว

ถ้าเอามาลงกับโปรเจ็กต์แนวอนุรักษ์คงได้มากมายหลายร้อยหลายพันโปรเจ็กต์

โมเดลโดโด้จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Museum National d’Histoire Naturelle) ในปารีส (ภาพโดย Jebulon, Wikipedia)

“โดโด้เป็นนกที่โด่งดัง ทุกคนรู้จัก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากลไกในงานนี้จะเกิดขึ้นได้จริงเหมือนที่เขาอวดอ้างไว้มั้ย แต่คำถามอาจจะไม่ได้ขึ้นกับว่างานนี้นั้นจะทำขึ้นมาได้จริงหรือไม่ แต่ต้องถามว่าควรทำขึ้นมาจริงมั้ย?” เอแวน เบอร์นีย์ (Ewan Birney) รองผู้อำนวยการห้องทดลองอณูชีววิทยาแห่งยุโรป (European Molecular Biology Laboratory) กล่าว “ผมเองก็ไม่แน่ใจว่างานนี้มีจุดมุ่งหมายอะไร หรือมันเป็นการจัดการทรัพยากรที่เหมาะสมหรือไม่ เราควรจะมุ่งปกป้องสปีชีส์ที่เรามีก่อนที่พวกมันจะสูญพันธุ์ไปก่อนมั้ย”

และสำหรับนักวิจัยเชิงอนุรักษ์ การทุ่มทุนก้อนโตลงไปเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีฟื้นชีพสัตว์สูญพันธุ์ (de-extinction) อาจจะเป็นแค่มหกรรมการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำครั้งใหญ่

“สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญคือการป้องกันไม่ให้สปีชีส์นั้นสูญพันธุ์ไปตั้งแต่แรกต่างหาก และโดยส่วนมาก มาตรการพวกนี้ใช้งบฯ น้อยกว่าเยอะ”

บอริส เวิร์ม (Boris Worm) นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยดาลเฮาซี ในฮาลิแฟกซ์ (University of Dalhousie in Halifax) ให้ความเห็น

พอร์ต หลุยส์ (Port Louis) เมืองหลวงของเมาริเทียส ในปัจจุบัน (ภาพโดย Peter Kuchar, Wikipedia)

ซึ่งถ้ามองในมุมของการอนุรักษ์ก็คงไม่ผิด เพราะเงินก้อนโตอาจจะเอาไปลงทุนในการพัฒนาศูนย์เพาะเลี้ยง แคมเปญรณรงค์ ไปจนถึงโครงการขยายพันธุ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ขึ้นมาใหม่ได้อีกมากมาย

แต่ทว่า การรักษาไว้ซึ่งบางสิ่งบางอย่าง ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งถ้าเราไม่เข้าใจธรรมชาติของมันอย่างถ่องแท้

สิ่งมีชีวิตบางชนิด ไม่ว่าจะเลี้ยงประคบประหงมแค่ไหน พวกมันก็ไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือยอมผสมพันธุ์

อย่างกรณีแรดขาว (northern white rhino) ที่แม้จะมีแคมเปญอนุรักษ์และมีความพยายามมากมายที่จะเพิ่มจำนวนขยายเผ่าพันธุ์ของพวกมันในศูนย์เพาะเลี้ยงกันมาเนิ่นนาน แต่ท้ายที่สุด หลังจากที่ “ซูดาน (Sudan)” แรดหนุ่มตัวสุดท้ายของสปีชีส์ ลาจากโลกนี้ไปในปี 2018

ความหวังที่ริบหรี่ในการอนุรักษ์ก็เริ่มมอดดับ

หลังจากสิ้นซูดาน ทั้งสปีชีส์ มีเหลือแค่เพียงสองสาว “นาจิน (Najin)” และ “ฟาตู (Fatu)”

แหมมม! ก็เหลือเป็นตัวเมียทั้งคู่ จะให้เชยชู้สู่สมสักกี่รอบก็คงไม่สามารถตั้งครรภ์ให้กำเนิดทารกแรดตัวน้อยๆ ออกมาใหม่ได้อย่างแน่นอน

นกพิราบนิโคบาร์ ญาติสนิทที่สุดของโดโด้ (ภาพจาก Wikipedia)

ในอีกมุม การเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่แย่จนเกินไปในเชิงอนุรักษ์ อย่างน้อย เทคโนโลยีที่ช่วยฟื้นชีพแมมมอธ ไทลาซีนและโดโด้ ถ้าสำเร็จ ก็อาจจะนำมาฟื้นชีพแรดขาวได้เหมือนกัน

แต่ประเด็นที่ต้องคิด ก็คือ การฟื้นชีพนี้ไม่แน่ว่าจะออกมาแล้วเหมือนของจริง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะการฟื้นชีพสัตว์สูญพันธุ์นั้น ไม่ใช่การโคลน (clone) แบบตอนที่สร้างแกะดอลลี่ แต่เป็นการสร้างลูกผสม (hybrid) ขึ้นมาจากการปรับแต่งดีเอ็นเอ

การโคลนแบบที่ทำกับแกะดอลลี่นั้นคือการนำเอานิวเคลียสจากเซลล์ร่างกายที่มีดีเอ็นเอของตัวต้นแบบของแกะหน้าขาว ไปปลูกถ่ายลงไปในเซลล์ไข่ของแกะหน้าดำที่ถูกกำจัดนิวเคลียสออกไปแล้วก่อนหน้า เซลล์ไข่ที่ได้รับนิวเคลียสมาจากการปลูกถ่ายจะมีสารพันธุกรรมในนิวเคลียสเหมือนกับตัวต้นแบบทุกประการ และเมื่อพัฒนาต่อไปจนกลายเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนก็จะมีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกับต้นแบบ ในกรณีของดอลลี่ ต้นแบบเป็นแกะหน้าขาว ลูกก็ต้องออกมาหน้าขาว พันธุกรรมทั้งหมดก็ต้องเป็นของแกะหน้าขาว แม้ว่าไข่และแม่จะมาจากแกะหน้าดำก็ตาม!

แต่ในกรณีของการฟื้นชีพสัตว์สูญพันธุ์ ไอเดียก็คือพยายามสร้างสารพันธุกรรมของพวกมันขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยอิงตามข้อมูลจีโนมจริงๆ ของพวกสัตว์สูญพันธุ์

และนั่นคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ข้อมูลลำดับพันธุกรรมในจีโนมของโดโด้ที่เบธ ชาปิโร (Beth Shapiro) และทีมจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาครูซ (University of California Santa Cruz) หาได้สำเร็จในปี 2022 กลายเป็นจุดพลิกผันที่ช่วยจุดประกายให้ “ภารกิจฟื้นชีพโดโด้” มีโอกาสที่จะเป็นจริงขึ้นมา

แม้เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมและอณูชีววิทยาจะพัฒนาไปไกลเพียงไร แต่การสังเคราะห์จีโนมของสัตว์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมดนั้นยังไงก็ยังเป็นเรื่องที่ท้าทายเกินกว่าที่จะทำได้ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทีมของโคลอสซัลจึงต้องหาทางออก พวกเขาเบี่ยงไปใช้เทคโนโลยีการปรับแต่งพันธุกรรมในสัตว์อื่นให้มีลักษณะของสัตว์ที่เขาสนใจ ซึ่งในกรณีของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์นี้ พวกเขาจะเลือกปรับเปลี่ยนจีโนมของญาติสนิทที่สุดของน้อนนนน ให้ออกมาเหมือนหรือใกล้เคียงกับจีโนมของน้อนนนนนให้มากที่สุด

ในกรณีของช้างแมมมอธ ญาติใกล้ชิดก็คือ ช้างเอเชีย (Asian elephant) ส่วนไทลาซีน ญาติสนิทของมันก็คือ ปีศาจแทสมาเนียน (Tasmanian devil) และสำหรับโดโด้ ญาติที่ใกล้ชิดที่สุด ก็คือ “นกพิราบนิโคบาร์ (Nicobar pigeon)

ซึ่งถ้ามองในมุมเทคนิคแล้ว ก็เหมือนการตัดๆ ต่อๆ แปะๆ ปะๆ ในจีโนม แนวๆ พิราบนิด โดโด้หน่อย แล้วค่อยมาลุ้นกันดูอีกทีว่าผลผลิตที่ได้มาจะหน้าตาเป็นแบบไหน… ฟักออกมาจะเหมือนโดโด้ หรือว่าเหมือนนกพิราบ หรือจะกลายเป็นตัวอะไรไม่รู้…

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน โคลอสซัลไม่ได้สนใจแค่คืนชีพสัตว์สูญพันธุ์อย่างเดียว แต่มีแผนการพัฒนาเทคโนโลยีที่ลึกซึ้งกว่านั้น ที่น่าสังเกตก็คือ สัตว์เป้าหมายในทั้ง 3 ภารกิจของโคลอสซัลนั้น เป็นสัตว์คนละจำพวกโดยตั้งใจ เริ่มจากช้างแมมมอธซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่ออกลูกเป็นตัว ในขณะที่เสือทาสมาเนียหรือไทลาซีนเป็นสัตว์จำพวกที่มีกระเป๋าหน้าท้อง ส่วนโดโด้นั้นเป็นนกอ้วนๆ เตี้ยๆ ที่ออกลูกเป็นไข่

นั่นหมายความว่ากลยุทธ์ในการฟื้นชีพที่ทีมโคลอสซัลจะเอามาใช้ก็จะต้องแตกต่างกันไปอีกด้วยในเชิงเทคนิค

ในกรณีของโดโด้นั้น การฝากครรภ์ลงไข่ คงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน เพราะขนาดตัวของน้อนนนนั้นใหญ่โตบิ้กเบิ้ม ประมาณไก่งวงขุนวันขอบคุณพระเจ้าตัวเป้งๆ แต่ขนาดของนกพิราบนิโคบาร์ที่เอามาเป็นต้นแบบนั้น เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่านกพิราบปกติที่เราเห็นกันทั่วไปมากนัก ซึ่งถ้าจะว่ากันตามจริง ขนาดของนกพิราบตัวเต็มวัยก็น่าจะไม่ได้ใหญ่ไปกว่าไข่ของนกโดโด้สักเท่าไหร่

แล้วถ้าขนาดตัวมันต่างขนาดนั้น จะออกไข่แล้วกกไข่น้อนนนนได้ยังไง?

การฟื้นชีพนกโดโด้จึงต้องใช้เทคนิคพิเศษที่ล้ำยิ่งกว่าแค่หาแม่อุ้มบุญ… ทางทีมเผยว่าจะใช้การตัดต่อพันธุกรรมในไก่เข้ามาช่วย แต่จะทำยังไงนั้น ในรายละเอียด คงต้องรอดูกันต่อไป…

 

สําหรับทีมโคลอสซัล โดโด้ “นกโง่” กำลังจะกลายเป็นนกแห่งความหวัง

แต่ในมุมของนักอนุรักษ์ ความหวังนี้อาจจะไม่ใช่ทางออกที่พวกเขาใฝ่หา

แม้จะรู้ดีแค่ไหนเกี่ยวกับจีโนมโดโด้ แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าโดโด้จำแลงที่สร้างขึ้นมาจะเหมือนกับโดโด้แห่งอดีตเป๊ะร้อยเปอร์เซ็นต์

เบธยอมรับ “มันคงจะบ้ามากที่จะคิดว่าหนทางออก (ของปัญหาวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ) ก็คือการฟื้นคืนชีพตัวตายตัวแทนขึ้นมา”

ท้ายที่สุด น้อนนนนนโดโด้จำแลง ดีที่สุดก็คือ นกพิราบแปลงพันธุ์ ซึ่งออกมาแล้ว จะมีพฤติกรรมเหมือนโดโด้แค่ไหนนั้น ยังไม่มีใครบอกได้…และยังทำนายได้ยากด้วยว่าจะอยู่รอดหรือไม่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเมาริเทียส ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยสัตว์ผู้รุกราน ตึกรามบ้านช่อง และรีสอร์ต และหากปล่อยกลับออกไปสู่ธรรมชาติจริงๆ พวกมันจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์อันเปราะบางของเรามากแค่ไหน

“จะเป็นเรื่องที่อันตรายมากถ้าจะบอกว่าหากเราทำลายธรรมชาติ เราก็สามารถประกอบร่างสร้างมันกลับขึ้นมาใหม่ได้อีกอยู่ดี” สจ๊วต พิมม์ (Stuart Pimm) นักนิเวศวิทยา มหาวิทยาลัยดู๊ก (Duke University) กล่าว “เพราะที่จริง เรายังทำไม่ได้”

และต่อให้ทำได้ ก็ไม่รู้จะได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า!!!…

ชัดเจนว่าการฟื้นชีพสัตว์สูญพันธุ์ หรือ De-extinction คงไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืนสำหรับการอนุรักษ์…!!!

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!