ภาพยนตร์ นพมาส แววหงส์ / THE KILLING OF A SACRED DEER “ดุลยภาพแห่งความเที่ยงธรรม”

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์
THE KILLING OF A SACRED DEER “ดุลยภาพแห่งความเที่ยงธรรม”
กำกับการแสดง Yargos Lanthimos
นำแสดง Colin Farrell, Nicole Kidman, Barry Keoghan, Alicia Silverstone, Raffey Cassidy, Sunny Suljic
ยาร์กอส แลนทิมอส เป็นมากกว่าผู้กำกับหนังแบบที่เรียกว่า director แต่คิดเรื่องขึ้นเอง เขียนบทเอง และกำกับฯ เองในแบบที่เรียกว่า auteur ก่อนหน้านี้ แลนทิมอสเคยทำหนังที่ให้ประสบการณ์ชวนคิดแสนแปลกหลายเรื่อง ถ้าใครเคยดูหนัง The Lobster มาแล้ว จะรู้ว่าหนังของเขาพิสดารไม่เหมือนใคร
คราวนี้เขาคืนสู่รากเหง้าดั้งเดิมของตัวเอง ที่เป็นชาวกรีกโดยกำเนิด โดยสร้างเรื่องที่อิงตำนานกรีกซึ่งเป็นเรื่องราวของเทพและวีรบุรุษ
ชาวกรีกโบราณเชื่อว่าจักรวาลมีความเที่ยงธรรมและเที่ยงตรงในตัวเอง เมื่อเกิดการกระทำผิดต่อเทพเจ้าหรือมนุษย์ด้วยกันขึ้น สิ่งที่เรียกว่าความเที่ยงธรรมโดนถ่วงให้เอียงกระเท่เร่ ตราบจนต้องมีการกระทำที่ปรับให้คืนสู่สมดุล
และนั่นเป็นเหตุให้เกิดการเรียกร้องความยุติธรรมและการแก้แค้นอย่างไม่จบสิ้นในปกรณัมเก่าแก่ของกรีกโบราณ ซึ่งเต็มไปด้วยบาปผิดและการลงโทษ ไม่ว่าโดยเทพเจ้าที่อาศัยน้ำมือมนุษย์ด้วยกันเอง หรือโดยอำนาจเหนือธรรมชาติ
ราชตระกูลหนึ่งที่พัวพันอยู่กับเรื่องราวของการแก้แค้นล้างแค้นมากที่สุด คือตระกูลของอะกาเมมนอน อะกาเมมนอนเป็นพี่ชายของเมเนเลอัส สวามีของสาวงามที่สุดในโลกคือเฮเลน ซึ่งลอบหนีไปกับเจ้าชายปารีสแห่งทรอย เป็นเหตุให้เมเนเลอัสประกาศขอความช่วยเหลือจากกองทัพพันธมิตรชาวกรีกให้เดินเรือข้ามทะเลไปทำสงครามกับกรุงทรอย เพื่อนำชายากลับคืน
อะกาเมมนอนผู้กระหายสงคราม พร้อมจะยกทัพเรือไปในทันที ทว่าให้บังเอิญกองทัพของเขาไปทำให้เทพกัญญาอาร์ทิมิสพิโรธ โดยไปสังหารกวางซึ่งเป็นสัตว์ที่นางโปรดปราน
อาร์ทิมิสบันดาลให้ลมไม่พัด และกองทัพเรืออันฮึกหาญของอะกาเมมนอนต้องรั้งรออยู่ จวบจนอะกาเมมนอนต้องทำการสังเวยธิดาเพื่อเอาใจเทพเจ้าจนบันดาลให้ลมพัดและกองทัพออกเดินทางข้ามทะเลไปได้
ธิดาองค์นั้นชื่อ อิฟิเจไนอา นับเป็นการสังเวยชีวิตผู้บริสุทธิ์เพื่อคืนความสมดุลแห่งจักรวาลในทางหนึ่ง
ในวงเล็บ การกระทำของอะกาเมมนอนครั้งนี้ ทำให้ชายาชื่อไคลเทมเนสตรา เจ็บปวดและโกรธแค้นจนคบชู้ระหว่างที่อะกาเมมนอนจากไปทำสงครามทรอยถึงสิบปี จนเมื่อมีชัยชนะกลับมา นางก็รออยู่และสังหารเขาเสีย
บาปผิดนี้ยังเรียกร้องการคืนสู่ดุลยภาพต่อไป ด้วยการที่โอเรสเทส ลูกชายของนางกับอะกาเมมนอน กลับมาสังหารนางในเวลาต่อมา…
จะเห็นได้ว่าตราบใดที่มนุษย์ยังมีความรักโลภโกรธหลงและกระทำผิดต่อกัน ตราบนั้นความเที่ยงธรรมจะยังไม่มีวันเที่ยงตรงอย่างสถาพร ปิดวงเล็บ

ความหมายที่พาดพิงถึงการสังหารกวางศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้มีอยู่เพียงเท่านี้ แต่ยังปรากฏอยู่ในตำนานอีกเรื่อง ที่ต่อมาภายหลังโอเรสเทส พี่ชายของอิฟิเจไนอา ไปพบว่าน้องสาวไม่ได้ถูกสังหารไปในครั้งนั้น แต่ได้รับการช่วยเหลือจากเทพเจ้า โดยมีร่างของกวางที่ถูกสังหารมาวางไว้แทนตัวนางบนแท่นสังเวย
ดังนั้น การฆ่ากวางศักดิ์สิทธิ์จึงมีความหมายรวมทั้งตัวการกระทำผิดดั้งเดิม และการชดเชยให้แก่ความยุติธรรม
ที่เล่ามายืดยาวโดยย่นย่อนี้ก็เพื่อจะได้เข้าใจที่มาและที่ไปของชื่อหนัง The Killing of a Sacred Deer ซึ่งหลายคนดูหนังทั้งเรื่องแล้วอาจงงๆ อยู่ว่าไม่เห็นจะมีการฆ่ากวางตรงไหนในหนังเลย ไม่ว่าจะเป็นกวางศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น
หนังเป็นเรื่องราวของศัลยแพทย์หัวใจชื่อ สตีเวน เมอร์ฟี (คอลิน ฟาร์เรล) ซึ่งมีครอบครัวสมบูรณ์แบบด้วยภรรยาสวยชื่อ แอนนา (นิโคล คิดแมน) ลูกสาวชื่อคิม (แรฟฟีย์ แคสซิดี้) และลูกชายชื่อบ๊อบ (ซันนี่ ซัลจิก)
หนังเปิดเรื่องด้วยภาพชัดเจนเต็มตาของการผ่าตัดเปิดหัวใจ เห็นกล้ามเนื้อที่เต้นตุบๆ อย่างชัดเจนอยู่พักใหญ่ นั่นคือการผ่าตัดครั้งหนึ่งของสตีเวนกับเพื่อนวิสัญญีแพทย์
ต่อมาเราเห็นความสัมพันธ์ชวนพิศวงของสตีเวนกับเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งชื่อมาร์ติน (แบร์รี่ เคโอแกน) สตีเวนนัดพบมาร์ตินในร้านอาหาร ซื้อนาฬิการาคาแพงให้เขา และคอยช่วยเหลือเกื้อกูลแบบที่ต้องมีเรื่องราวความหลังกันมาก่อน
แต่สตีเวนก็ไม่ได้ปิดบังความสัมพันธ์นี้กับลูกเมีย เขาพามาร์ตินมากินข้าวที่บ้านในวันหนึ่งในฐานะลูกชายของอดีตคนไข้ผ่าตัดของเขา
ทว่าเมื่อมาร์ตินตอบแทนด้วยการเชิญเขาไปกินข้าวที่บ้านที่อาศัยอยู่กับแม่ (อลิเชีย ซิลเวอร์สโตน สาวน้อยแสนสวยจาก Clueless ซึ่งไม่เห็นเล่นหนังมาพักใหญ่แล้ว)
สตีเวนก็เริ่มรู้สึกตัวว่าต้องแยกตัวห่างจากครอบครัวแปลกๆ นี้แล้ว
ใช่ว่าครอบครัวแสนสุขของสตีเวนเองจะดูเหมือนครอบครัวปรกติ เราสะกิดใจกับอารมณ์ราบเรียบในการพูดจาพาที และเพศสัมพันธ์อันไม่ปรกติธรรมดาระหว่างสามีภรรยา
ในที่สุดก็เกิดเรื่องร้ายกาจที่อธิบายไม่ได้แก่ครอบครัวของสตีเวน และดูเหมือนมาร์ตินจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย
ซึ่งนำไปสู่การเผยถึงการกระทำผิดในอดีตที่สตีเวนสมควรเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งมาร์ตินเรียกร้องให้มีการสังเวย เมื่อถูกถามว่าทำไมคนบริสุทธิ์จะต้องมามีส่วนเกี่ยวข้องในบาปที่ตนไม่ได้กระทำนั้น มาร์ตินอึ้งไปนิด และตอบว่านั่นเป็นสิ่งที่ใกล้กับความเที่ยงธรรมที่สุดที่เขาคิดได้
บาปผิดของพ่อที่ตกทอดมาสู่ลูก…การติดตามลงโทษผู้กระทำผิดอย่างไม่ลดละ…การสังเวยผู้บริสุทธิ์…การคืนดุลยภาพสู่จักรวาลโดยการกระทำสิ่งเลวร้ายอื่น…การแก้แค้นอันไม่มีวันจบสิ้น …และคำสาปที่ตกอยู่แก่ตระกูลที่ผ่านจากพ่อไปสู่ลูก…
ทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นเนื้อหาแห่งโศกนาฏกรรมกรีกโบราณ ที่มีมาแล้วกว่าสามพันปี
องค์ประกอบที่โยงใยไปสู่ชื่อหนังนั้นจะพบได้ในภาพกวางที่เห็นอยู่ในแบ็กกราวนด์ในฉากที่มีบ็อบลูกชายของสตีเวนอยู่ด้วย
และในคำบอกเล่าของครู เมื่อสตีเวนไปพบและขอความเห็นเกี่ยวกับลูกๆ เพื่อหาข้อสรุปแก่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายของเขา
โดยเฉพาะในตอนที่ครูพูดถึงรายงานที่คิมเคยทำเกี่ยวกับเรื่องราวของอิฟิเจไนอา ซึ่งได้คะแนนดีเยี่ยม…
The Killing of a Sacred Deerไม่ใช่หนังสำหรับรสนิยมของคนทุกคน
แต่สำหรับคนที่ชอบดูหนังแปลกๆ ใหม่ๆ ซึ่งแฝงอะไรไว้มากกว่าที่ตาเห็น
น่าจะชอบค่ะ
