bg-single

คุยกับทนายแจม ส.ส. กับหลายบทบาท ทั้งความเป็นแม่และ ‘เมียตำรวจ’

05.10.2023

หัวอกความเป็น “แม่”
สู่การต่อสู้เพื่ออีกหลายครอบครัว

ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ส.ส.ก้าวไกล บอกกับ “มติชนสุดสัปดาห์” ว่า เวลาที่มีใครบอกว่า พรรคคุณเพ้อฝัน ก็คิดว่าสุดท้ายประเทศมันจะไปข้างหน้าได้ หรือว่าเราจะกําหนดนโยบายอะไรก็อะไรต่างๆ ได้ มันมาจากความฝันก่อนนะคะ ถ้าเราไม่เชื่อว่าประเทศมันเปลี่ยนแปลงได้ ก็คงไม่ได้มีพรรคก้าวไกล ก็คงไม่ได้มีเพื่อนๆ หลายๆ คนที่เข้ามาในพรรค

จะเห็นได้เลยว่าเพื่อน ส.ส.รุ่นใกล้ๆ กันหลายๆ คนที่แจมได้คุย ทุกคนล้วนมาด้วยความมีอะไรบางอย่างที่ทําไมไม่มีใครทำอะไรสักที เหมือนกับว่าได้ยินปัญหาเรื่องหนึ่งมานานมากๆ พวกเรามาจากสิ่งที่เราคิดแบบนี้

เพราะฉะนั้น เราไม่ได้คิดว่าการเมืองคือเส้นทางสู่อํานาจอะไร แต่เราคิดว่าเราจะสามารถเป็นตัวแทนของคนกลุ่มนั้นๆ ในการพูดแทนในสภาได้

แจมเป็นตัวแทนของแม่ที่ผ่านการซึมเศร้าหลังคลอดลูก ผ่านการให้นมลูกมา ผ่านความลําบากหลายๆ อย่างมา เวลาพูดหรืออภิปรายคนถึงได้ถามว่าทำไมพูดแล้วถึงอินตาม ก็เพราะว่าแจมผ่านอะไรยากๆ และเข้าใจ เพราะเราเป็นคนธรรมดาที่เราเห็นถึงความลําบากในการเลี้ยงลูก ในการเป็นแม่ ในสังคมจริงๆ แจมว่าสิ่งเหล่านี้ทําให้เรามีแรงทํางาน และแจมเชื่อว่าเราจะผลักดันอะไรได้อีกเยอะ เพราะเราทํางานด้วย passion ที่เราอยากจะเปลี่ยนแปลง อยากจะแก้ไขจริงๆ

ไม่ได้มองการเมืองเป็นแค่สะพานข้ามไปสู่อํานาจ แต่การเมืองคือเส้นทางให้เราสามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในประเทศนี้ได้

ที่ตัวเองเป็นคนที่ซีเรียสในการเลี้ยงลูก ก็เคยคิดว่าเราเลี้ยงลูกเราให้ดีก็พอได้ แต่สุดท้ายเรามานั่งคิดว่า ต่อให้เราเลี้ยงลูกเราดีขนาดไหนก็ตาม เขาก็ต้องกลับไปสู่สังคมเดิมๆ อยู่ดี แต่ถ้าเราเข้าสู่วงการการเมือง เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างไม่มากก็น้อย อย่างน้อยๆ เราเปลี่ยนเพื่อสังคมของลูกเรา ก็คือเลี้ยงลูกให้ดีส่วนหนึ่งด้วยแล้ว เราก็ค่อยๆ เปลี่ยนสังคมไปด้วย

เหมือนว่าเราได้ช่วยลูกเราแล้ว ยังได้ช่วยเด็กอีกหลายคน

วันนี้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม?

อันนี้ไม่ต้องถาม ก็คิดว่าทุกคนตอบได้ มันก็ไม่เหมือนเดิม จริงๆ ก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องที่แบบเพื่อไทยจะรวมกับพลังประชารัฐกับรวมไทยสร้างชาติ ตอนแรกก็ไม่มีใครเชื่อนะ อย่างในเขตแจม (สายไหม) เป็นเขตที่ “สีแดงเข้มมาก” นะคะ เวลาหาเสียงนี่พูดเรื่องนี้ไม่ได้เลยเพราะไม่มีใครเชื่อ เราเองก็ไม่คิด เพราะแจมเองก็เป็นแฟนคลับพรรคมาก่อนเนอะ เราก็เป็นเด็กที่โตมากับพรรคไทยรักไทย พูดได้เต็มปากเต็มคําว่า มีคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นไอดอลช่วงหนึ่งของชีวิตเลย

แล้วพรรคไทยรักไทยเป็นพรรคที่ทําให้แจมสนใจการเมืองจริงๆ เพราะฉะนั้น เราก็มีความเชื่อมั่นศรัทธาอยู่พอสมควร เลยทำให้อาการเราเหมือนคนที่อกหัก ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ ครั้งหนึ่งเราเคยชื่นชม แต่วันหนึ่งไม่ได้ยืนหยัดบนหลักการแบบที่เราเคยเชื่ออีกต่อไป

ตอนที่หาเสียงเราก็บอกว่า “เดี๋ยวได้ตั้งรัฐบาลยังไงเราก็เป็นรัฐบาลด้วยกันเพื่อไทย-ก้าวไกล” เราก็มองว่ามันมีความเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะแบบไปจับมืออีกฝ่ายแน่นอน

ในวัยเด็กสำหรับแจม คุณทักษิณเขาเป็นเหมือนสัญลักษณ์อะไรบางอย่างของการต่อสู้ เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยในยุคๆ หนึ่ง เป็นสัญลักษณ์ของการเมืองที่จะเปลี่ยนประเทศได้จริง เป็นสัญลักษณ์ของอนาคตของประเทศก็ว่าได้ในตอนนั้น

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาเป็นคนที่ทําให้เราสนใจการเมืองเหมือนกัน วันนี้เลยมีความรู้สึกเหมือนผิดหวัง

 

บทบาท “ทนายแจม”

ตอนที่ชุมนุมกับคนเสื้อแดงตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นก็มีความคิดเหมือนกันว่าถ้าวันหนึ่งเราสามารถใช้วิชาชีพของเราในการช่วยเหลือทําคดีการเมืองได้ มันน่าจะดี ทนายความคนแรกที่ชวนกันทําคดีการเมืองก็คือ “ทนายอานนท์ นำภา” ก็คิดว่า ถ้าวันหนึ่งเรามีวิชาชีพที่เราสามารถช่วยคนได้ ทําคดีพวกเนี้ยได้ เราก็อยากทํา แล้วก็จับพลัดจับผลูมาได้เป็นทนายความในคดีการเมืองหลายคดี คดีชุมนุม คดี 112 คดี 116

คดีอาวุธ คดีระเบิด หลายครั้งที่แจมทํามา แจมก็รู้สึกว่าเราต่อสู้ในนามของประชาชน ในนามของเรา แล้วก็เปลี่ยนบทบาทมาเป็นต่อสู้ในนามของ ส.ส. ก็มีความคล้ายการเป็นทนายความที่ช่วยเหลือคดีต่างๆ พอวันหนึ่งมาเป็นนักการเมือง ก็เป็นอีกบทบาทหนึ่งที่เราจะสามารถขับเคลื่อนได้

ก็รู้สึกว่าตัวเองได้ทํามาในหลายบทบาทมากๆ แล้วเราก็เชื่อว่าทุกๆ ช่วงเวลามันก็มีความเปลี่ยนแปลงอะไรอยู่เสมอ ต่อให้มันจะหมดหวัง แต่ในห้วง 10 ปีที่ผ่านมาอะไรมันก็เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน

ใครจะคิดว่าวันหนึ่งคนจะพูดถึงคําว่า “ประชาธิปไตย” กันมากมายขนาดนี้

ยุคก่อนเวลาพูด คนจะมองแบบอะไรเนี่ย แก่จัง แจมเคยโดนเพื่อนด่าว่าทําไมทําตัวแก่เกินวัย

แต่ในยุคนี้เราได้เห็นเด็กประถม ม.ต้น สนใจการเมือง เพราะฉะนั้น คิดว่าต่อให้เราจะหมดหวังขนาดไหน เรายังเห็นความหวังเวลาเราเห็นเด็กที่มีความหวังในการเมือง

เราเลยรู้สึกว่าจะยอมแพ้ไม่ได้ หมดหวังไม่ได้เพราะว่าเราต้องเป็นตัวแทนให้เขาเห็นว่า เราต้องสู้ต่อ ยอมแพ้ไม่ได้ค่ะ

 

ประเด็น ม.112

มาตรา 112 มันถูกนํามาใช้นานมากแล้ว ทุกครั้งที่เราบอกว่ามาตรา 112 มีปัญหา เราไม่ได้พูดว่าสถาบันมีปัญหา เราไม่ได้ไปโจมตีสถาบันนะคะ เราพูดในแง่ของกฎหมายจริงๆ ว่าตัวบทกฎหมาย ในแง่ของการบังคับใช้ ในแง่ของสิ่งที่มันเกิดขึ้นในสังคมมีปัญหา อย่างแจมเองทําคดีมาตรา 112 คดีแรกคือคดีของ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เป็นคดีแรกเลยที่ได้ทํา แต่ไม่มีโอกาสได้ขึ้นสู่ชั้นศาล แกก็ออกไปก่อน

ช่วงรัฐประหาร 2549 ช่วงนั้นคดี 112 ก็เยอะมาก แต่ช่วงนั้นจะเห็นได้ว่าลูกความจะเป็นคนสูงอายุ เป็นวัยแบบ 60-70 แล้วก็ไม่ได้ประกัน บางคนก็ป่วยหนัก ป่วยหนักก็ไม่ได้ออกมา ก็ยังต้องรักษาตัวอยู่ในนั้น หรือบางคนก็เสียชีวิต

คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกมาตรา 112 บังคับใช้เยอะมากๆ คือคนที่มีอาการทางจิตเวชที่แบบเป็นแบบผู้ป่วยทางจิต ใครเจอกันแล้วได้คุยกันก็รู้ว่าเขาเป็นผู้ป่วยทางจิต แต่ด้วยความที่กฎหมายกลายเป็นเรื่องของความมั่นคง ในอดีตมีการใช้ศาลทหารด้วย ก็ทําให้ไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะสั่งไม่ฟ้อง

ในตอนนั้น 112 คือมันยากมากที่จะให้ประกัน ถ้าเราจําได้ทุกคดีจะไม่ได้ประกัน ต้องอยู่ในเรือนจํา เราก็จะเห็นประชาชนคนธรรมดามากมายที่โดนจับต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจํา เพียงเพราะว่าอาจจะเป็นจิตเวช เพียงเพราะเขียนผนังห้องน้ำ หรือมีการตีความที่กว้างจนไม่รู้ว่าขอบเขตแค่ไหนที่เป็นความผิด

หรือบางครั้งก็ถูกเอาไว้กลั่นแกล้งกัน มีจริงค่ะ มีคดีที่ปลอม facebook กัน ใช้หน้าจริง ใช้นามสกุลจริงแล้วโดน 112 ถูกแจ้งความดําเนินคดี สุดท้ายต้องไปติดคุกอยู่ 84 วัน สุดท้ายสั่งไม่ฟ้องเพราะว่าไม่มีหลักฐานว่าเขาว่าเป็นคนทําจริงๆ

ถามว่าทําไมเขาถึงต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจํา 84 วัน ที่สูญเสียด้วยความเป็นคนธรรมดา เขาก็ไม่กล้าฟ้องกลับ เขามีสถานะทางสังคมที่แตกต่างกัน ชาวบ้านคนธรรมดาเขาไม่กล้าที่จะไปงัดข้อผู้มีอํานาจ-เจ้าพนักงานหรอก ก็มีหลายเคสที่เป็นแบบนี้ เราก็เริ่มรู้สึกว่าทําไมต้องเป็นแบบนี้ ทําไมมันถึงไม่เป็นธรรมกับคนทั่วไปมาก แล้วมาช่วงหนึ่งที่การบังคับใช้มันเบาลง บางคดีก็ยกฟ้อง ทั้งๆ ที่รับสารภาพ มันทําให้เราเห็นว่า ด้วยปัญหาหลายๆ อย่าง มาตรา 112 มันเหมือนเป็นกฎหมายที่นํามาใช้ในทางการเมือง

นักกฎหมายทุกคนรู้ได้ว่ากฎหมายต้องเป็นสิ่งที่บังคับเป็นการทั่วไป คนทําผิดต้องรู้ว่าสิ่งนั้นผิด เพราะฉะนั้น การที่เราพูดถึงปัญหาของมาตรานี้ ไม่ได้เป็นการที่เราบอกว่าสถาบันดีหรือไม่ดีอย่างไรค่ะ เป็นสิ่งที่ต้องแยกกันก่อน บางทีคนเราก็จะเหมารวมว่าคุณไปโจมตีเพราะว่าคุณคิดไม่ดีหรือเปล่า แต่แจมมองว่าเราต้องหันกลับมามอง และต้องจับหลักให้แม่น คนเรียนกฎหมายเรียกว่าเวลาเราจะคิดพิจารณาเรื่องไหน เราต้องจับหลักให้แม่นก่อน พอหลักเราแม่น เราจะได้ไม่โคลงเคลง ไม่เอนเอียง ไม่เป็นไม้หลักปักขี้เลน

เราต้องเป็นนักกฎหมายที่แบบแก่ตัวไปแล้ว เด็กไม่มาเผาตําราทิ้ง พอแจมได้มาเป็น ส.ส. ก็อยากบอกว่ารัฐบาลเองก็เคยพูดเอาไว้ก่อนเลือกตั้งว่าอยากให้เรื่องนี้เอามาคุยกันในสภา แจมก็มีความคาดหวังว่าก็อยากให้มีการมาคุยในสภาค่ะ จะแก้ไม่แก้ จะยังไงไม่ยังไง อยากให้เป็นสิ่งที่เอามาพูดกันได้

เพราะถ้าในสภายังพูดไม่ได้ ข้างนอกก็ไม่รู้จะพูดกันยังไง

แจมคิดว่าเราต้องเป็นตัวแทนของประชาชนจริงๆ ผู้แทนราษฎรก็คือตัวแทนของประชาชนทุกคนทุกกลุ่ม เราไม่ได้บอกว่าจะต้องเป็นคนที่เห็นด้วยกับการแก้ไขอย่างเดียว ใครที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข เราก็มาคุยกันในสภาที่มันปลอดภัย ถ้าไม่มีที่ไหนที่มันคุยกันได้แล้ว ประเทศมันก็จะไปต่อไม่ได้ เราต้องทําให้ประเทศมันเห็นว่ามันมีความหวังอีกครั้ง

แจมยังมีความเชื่อพรรคเพื่อไทย เพราะหลายคนในฟากฝั่งของรัฐบาลก็เป็นคนที่เราเคารพนับถือยังมีความเชื่ออยู่

 

บทบาท “ภรรยาตำรวจ”
มอง “องค์กรตำรวจ”

ตํารวจรอบข้างที่แจมรู้จักหลายๆ คน เขาตั้งใจ-รักในอาชีพมาก บางคนขยันเกินเงินเดือน หรืออย่างแฟนแจมเอง หรือเพื่อนๆ ของเขา ถามว่าทําไมถึงอยากเป็นตํารวจ เพราะว่าวัยเด็กพวกเขาเคยเจอความไม่เป็นธรรมมาเหมือนกัน แล้วรู้สึกว่าวันหนึ่ง จะต้องจัดการกับคนพวกนี้ จึงอยากไปเป็นตํารวจ หลายคนที่ก็อยากจะมาแก้ไขปัญหาให้กับสังคม

แม้จะมีตํารวจบางกลุ่มที่เป็นตํารวจแบบมีข่าวออกมาเสียๆ หายๆ หรืออะไรก็ตาม แจมเองก็ยังมีความเชื่อ และเท่าที่คุยกับตํารวจรุ่นใหม่ๆ หลายคนนะที่เป็นระดับปฏิบัติการที่วัย 30 ต้นๆ ส่วนใหญ่เขาก็เห็นถึงความเน่าเฟะหรือความที่มันเละเทะของระบบ แล้วเขาอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน

เขาก็เห็น 7-8 ปีที่ผ่านมาตํารวจก็เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากเหมือนกัน

แจมจึงเชื่อว่าตํารวจไม่ได้เลวร้ายไปทุกคน ก็ยังอยากให้กําลังใจตํารวจที่ตั้งใจทำงาน เพราะบางทีตํารวจที่เขาตั้งใจแต่เจอข่าวแบบนี้มากๆ มันก็ทําให้เขาหมดหวังเหมือนกัน มีตํารวจลาออกไปเยอะ

อยากให้ประชาชนให้กําลังใจในส่วนที่ดีอยู่

เพราะถ้าคนเหล่านี้ออกไปหมด ก็จะเหลือแต่แบบที่เราไม่ต้องการ ก็อยากให้เขามีกําลังใจแล้วก็ต่อสู้ไปพร้อมกับพรรคเราเหมือนกัน

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี