bg-single

อาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ที่มีคุณูปการต่อประเทศไทย

30.10.2023

รายงานพิเศษ อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

[email protected]

 

อาศิส พิทักษ์คุมพล

จุฬาราชมนตรี

ที่มีคุณูปการต่อประเทศไทย

 

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนทูตมุฮัมมัดและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

23 ตุลาคม 2566 ที่มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้เขียนได้มีโอกาสร่วมละหมาดญะนาซะห์ หรือละหมาดขอพร นายอาศิส พิทักษ์คุมพล อดีตจุฬาราชมนตรี คนที่ 18 ที่ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ 22 ตุลาคม 2566 ได้มีโอกาสเห็นภาพประวัติที่ประชาชาชนชาวไทยมุสลิม ทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด เดินทางมาร่วมพิธีดังกล่าว

ซึ่งทันทีที่ร่างของนายอาศิส พิทักษ์คุมพล เดินทางถึงมัสยิดกลางจังหวัดสงขลา ทุกภาคส่วนต่างรอรับด้วยความอาลัย

เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันเคลื่อนร่าง หามขึ้นมายังโถงกลางภายในมัสยิด จากนั้นคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา และพี่น้องมุสลิมได้พร้อมใจกันละหมาดญะนาซะห์

โดยมีนายซากรี พิทักษ์คุมพล สมาชิกวุฒิสภา (บุตรชายซึ่งโดยปกติตามหลักศาสนาจะสนับสนุนให้บุตรชายหรือญาติใกล้ที่สุดมากกว่าผู้นำศาสนา) เป็นอิหม่ามผู้นำการละหมาด ก่อนจะนำร่างเคลื่อนต่อไปยังกุโบร์ (สุสาน) มัสยิดกลางจังหวัดสงขลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขุดหลุมเตรียมไว้แล้ว

เวลา 11.00 น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญดินฝังศพพระราชทาน และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทนสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ในการวางดินประทาน

โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมพิธีดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ ยังมีพิธีการศาสนา ขอพรให้แก่ศพที่ไม่ปรากฏต่อหน้า หรือในหลักศาสนาอิสลามเรียกว่าละหมาดฆออิบ ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางยุพา ทวีวัฒนกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ สมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนกรมการศาสนา ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ข้าราชการ กทม. ร่วมแสดงความอาลัย ร่วมกับผู้นำศาสนาและประชาชนจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไม่นับรวมที่ชุมชนมุสลิมทั่วประเทศไทยจัดให้อีก

สะท้อนว่าท่านจุฬาราชมนตรีเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อประเทศไทย มิใช่เฉพาะชุมชนมุสลิมประเทศไทยเท่านั้น

นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรีคนที่ 18 ของประเทศไทย เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2490

มาจากเด็กชาวบ้านธรรมดาบ้านหัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา

คุณพ่อผู้เขียนชาฟิอีย์ ดินอะ รุ่นพี่ของท่านจุฬาราชมนตรีสมัยเรียนศาสนา ที่จะนะด้วยกันเล่าว่า ท่านจุฬาราชมนตรีเป็นคนฉลาด หลักแหลม เวลาว่างจากเรียนศาสนา จะรีบเดินไปร้านหนังสือที่ตลาดจะนะ เพื่อขออนุญาตเจ้าของร้านอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร โดยเฉพาะสถานการณ์บ้านเมือง

หลังจากท่านเรียนศาสนาจบ เพียงอายุ 40 ปีท่านก็ได้เป็นผู้นำศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลาที่มีอายุน้อยมากๆ หากเทียบกับบรรดาผู้รู้ศาสนาจังหวัดสงขลาโดยจากอำเภอจะนะ ที่เป็นเมืองอุลามาอ์ (ผู้รู้)

พ.ศ.2553 ท่านได้ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี

ตลอดระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ท่านได้บริหารกิจการอิสลามผ่านการบริหารองค์กรอิสลาม ได้แก่ มัสยิดหรือคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้สร้างคุณูปการด้านศาสนาอิสลามไว้บนแผ่นดินไทยนานัปการ

ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานการณ์โลกโดยเฉพาะโรคหวาดกลัวอิสลาม Islamophobia แนวคิดสุดโต่งที่ใช้ศาสนาอ้างเพื่อทำลายชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น มีปัญหามากมายที่เป็นผลพวงโดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสองศาสนิก

ท่านส่งเสริมการสร้างความสมานฉันท์เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม ผ่านโครงการต่างๆ

เช่น จัดตั้งสถาบันวะสะฏียะฮ์ เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักศาสนิกชนของศาสนาอิสลามแห่งสายกลาง

ส่งเสริมการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้นับถือต่างศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม

จัดตั้งสภาเครือข่ายด้านมนุษยธรรมเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อเพื่อนมนุษย์ โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา

ส่งเสริมชมรมผู้นำศาสนาอิสลามรุ่นใหม่ เพื่อให้เข้าใจหลักคำสอนทางศาสนา สังคม วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความเชื่อหลากหลาย

ตลอดจนโครงการอื่นๆ อีกมากมายที่ฝากให้ชาวไทยมุสลิมรุ่นต่อไป โดยเฉพาะจุฬาราชมนตรีคนใหม่ได้สานต่อ

ผศ.ดร.วิศรุต เลาะวิถี อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ สาขาอิสลามศึกษา และภาษาอาหรับ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานกรรมการกลางอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร สะท้อนว่าจุฬาราชมนตรีเป็นผู้มีบทบาทสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะการบริหารกิจการอิสลามผ่านการบริหารองค์กรอิสลาม ได้แก่ มัสยิดหรือคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

“ทิศทางการบริหารองค์กรอิสลามกับการพัฒนาประชาคมมุสลิมไทย” สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการองค์กรอิสลาม ได้แก่ มัสยิดหรือคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยได้

ปัจจุบัน องค์กรอิสลามดังกล่าว ต้องเผชิญกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงต่างๆ อย่างรวดเร็ว และมีผลกระทบต่อการบริหารองค์กรเป็นอย่างมาก ทำให้มีผู้เกี่ยวข้องต้องแสวงหาองค์ความรู้สู่กระบวนการบริหารจัดการ (Management Process) ที่สอดรับบริบทขององค์กร

กล่าวคือ การเร่งรัดพัฒนาบุคลากรทุกภาคส่วนให้รู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม การยกระดับการบริหารจัดการการปรับจุดอ่อนและพัฒนาจุดแข็งของการทำงาน การมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรและการบริหารงานในทุกมิติ ได้แก่ การบริหารมัสยิดแบบมีส่วนร่วมสู่การพัฒนาปวงสัปปุรุษให้เป็นระบบ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกับการพัฒนาระบบการทำงานตามกรอบงานที่รับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มุ่งมั่นการพัฒนาประชาคมมุสลิมแต่ละจังหวัดโดยมีมัสยิดเป็นฐาน (MBM – Mosque Based Management)

สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยกับการปฏิรูปบทบาทขององค์กรอิสลามระดับสูง มีแผนยุทธศาสตร์แห่งการพัฒนาประชาคมมุสลิมไทยอย่างชัดเจน มุ่งมั่นการบริหารงานสู่การส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและมัสยิดให้เป็นระบบ รวมทั้งการสร้างการรับรู้แห่งการดำเนินชีวิตของมุสลิมไทยในสังคมพหุวัฒนธรรม ทั้งระดับมัสยิดจังหวัดและประเทศชาติโดยรวม

ปัจจัยดังกล่าวย่อมมีผลในเชิงบวกต่อการพัฒนาประชาคมมุสลิมไทย หรือสัปปุรุษของมัสยิดต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคให้เป็นมุสลิมที่ดี มีคุณธรรมและดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างมั่นคง มั่งคั่งตามฐานานุรูปและยั่งยืนอย่างมีประสิทธิผลยิ่ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เบื้องหลัง ‘มังกรทมิฬ’ เปิดหน้ากากตำรวจหุ้นลม ผู้อยู่หลังม่านผับจีนห้วยขวาง
ยุติธรรมชำรุด | เหยี่ยวถลาลม
สงครามอิหร่าน กับการอับจนทางเลือกของทรัมป์
สุดทางหนาม
เลขสิบสามหลัก | เรื่องสั้น : วัชรินทร์ จันทร์ชนะ
หนังสือ+ความจริง | กวีกระวาด : อรรถสิทธิ์ สมจารี
OZZY | กวีกระวาด : อนุชา วรรณาสุนทรไชย
โกง ส.ว. : อภิมหาวิกฤตรัฐบาล
ดีเดย์นับถอยหลัง 14 ก.ย. 7 เสือ กกต.นัดลงมติ มหากาพย์ ‘คดีฮั้ว ส.ว.’
IRON WOMEN ของจริง ไม่ละลาย
โกงเลือก ส.ว. …ค้ำระบอบอำมาตยาธิปไตย อยากฟ้อง…ต้องล้วงคองูเห่า
5 แสนล้านซื้อสันติภาพไม่ได้! 22 ปีไฟใต้ ไม่เคยดับ ทุ่มหมดหน้าตัก แต่รัฐบาลยังไร้คำตอบ