bg-single

เจาะปมร้อน กกต. ส่อ “วงแตก” สัญญาใจเปลี่ยนเก้าอี้ “ประธาน”

12.09.2016

บรรยากาศทางการเมืองหลังผ่านการทำประชามติกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อองค์กรอิสระอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับความสัมพันธ์ของเหล่า 5 เสือ กกต. ที่ถอดรหัสออกมาในขณะนี้ น่าจะอยู่สภาพ “วงแตก”

หลังปรากฏข่าวครึกโครมของสื่อหลายสำนักถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวคนนั่งเก้าอี้ “ประธาน กกต.” แบบสายฟ้าแลบ

ประเด็นร้อนดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีข่าวหลุดออกมาว่า กกต. 3 ใน 5 คน ผนึกกำลังกัน ต้องการเปลี่ยนตัว “ประธานซุป” “ศุภชัย สมเจริญ” อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่งประธาน กกต.

โดย กกต. 1 ใน 3 คน หยิบยกประเด็นการบริหารงานภายในของสำนักงานขึ้นมาอภิปรายระหว่างการประชุมลับของ กกต. เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในลักษณะทำนองตำหนินายศุภชัย เกี่ยวกับการทำหน้าที่ต่างๆ

พร้อมกับทวงถามถึงข้อตกลงที่ได้เคยให้ไว้เมื่อครั้งได้รับการสรรหาเป็น กกต. ว่าหากได้รับเลือกเป็นประธาน กกต. ก็จะดำรงตำแหน่งเพียง 2 ปีเท่านั้น

แต่ขณะนี้พ้นระยะเวลาดังกล่าวมาแล้ว เหตุใดจึงยังไม่มีการดำเนินการตามที่ให้สัญญาใจกันไว้

ศุภชัย สมเจริญ

ศุภชัย สมเจริญ

แม้นายศุภชัย จะชี้แจงถึงเหตุผลของการทำหน้าที่ประธาน กกต. เพื่อต้องเตรียมการเรื่องการออกเสียงประชามติ จึงอยากทำภารกิจสำคัญให้สำเร็จลุล่วงก่อน

ประกอบกับความไม่ชัดเจนของข้อกฎหมายว่าหากลาออกจากตำแหน่งประธาน กกต. จะทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง กกต. ไปด้วยหรือไม่

รวมทั้งเกรงว่าถ้าปรับเปลี่ยนตำแหน่งช่วงนี้จะเป็นการขัดคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 40/2559 ที่ให้งดการสรรหากรรมการองค์กรอิสระทั้งหมดไว้ก่อนและให้คนเก่าดำรงตำแหน่งจนครบวาระหรือไม่

แต่ กกต. ฝ่ายที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธาน กกต. เห็นตรงกันข้ามว่า เหตุผลทางกฎหมายที่นายศุภชัยอ้างว่าจะขออยู่ในตำแหน่งต่อไปนั้นไม่น่าจะใช่

เพราะการลาออกจากตำแหน่งประธาน กกต. ไม่ทำให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการ กกต. เนื่องด้วยกรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้ปฏิบัติมาแล้วเมื่อคราว นายชัช ชลวร ลาออกจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจนถึงปัจจุบันได้ และคำสั่ง คสช. ที่ 40/2559 ก็เป็นกรณีการห้ามสรรหาใหม่ จึงไม่มีผล

หากนายศุภชัย จะลาออกจากตำแหน่งประธาน กกต. ก็ยังสามารถเป็นกรรมการ กกต. ได้ ไม่ต้องดำเนินการสรรหาใหม่แต่อย่างใด

ทว่า ก็มีการแย้งว่า ตามกฎหมายหรือระเบียบ กกต. ไม่ได้กำหนดให้ กกต. มีอำนาจพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธาน กกต.

จนท้ายที่สุด กกต. เสียงข้างมาก จึงได้มอบหมายให้สำนักงานทำหนังสือถึง คสช. เพื่อสอบถามความชัดเจนในกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ ถ้าจะโฟกัสถึงบทบาทของ กกต. 5 คน เวลาลงมติวินิจฉัยหรือชี้ขาดเรื่องใดก็ตาม ประธานและกรรมการ ก็จะมีสิทธิโหวตได้เพียง 1 คะแนนเสียงเท่ากันหมด แต่ประธาน กกต. จะได้สิทธิในการทำหน้าที่ดำเนินการประชุม การเป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง พิจารณาเสนอความเห็นยุบพรรคการเมืองตามที่กฎหมายกำหนด มีเงินเดือนมากกว่ากรรมการคนอื่นๆ รวมทั้งมีอำนาจควบคุมกำกับนโยบายและงบประมาณ

ขณะที่ประเด็นการเปลี่ยนตัวผู้ทำหน้าที่ประธาน กกต. นั้น ไม่ได้มีเฉพาะแค่ กกต.กลาง ปัญหาแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับ กกต.จังหวัดหลายจังหวัด บางกรณีถึงกับต้องส่งเรื่องมาให้ กกต.กลางชี้ขาด บางจังหวัดถึงขั้นทะเลาะกันต่อหน้า กกต.กลางด้วยซ้ำ เหตุเพราะไม่สามารถตกลงกันเองได้ เถียงกันจน กกต.กลางต้องยื่นคำขาดว่าถ้าตกลงกันไม่ได้จะปลดออกยกชุดเลย

แต่ก็มีบางจังหวัดที่แก้ไขปัญหาด้วยการทำข้อตกลงว่าจะสลับหมุนเวียนการทำหน้าที่ประธาน กกต. กันคนละ 1 ปี หรือตามช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม

แน่นอนว่า เมื่อจู่ๆ ประธานศุภชัย ถูกเพื่อนร่วมงานทวงสัญญาใจให้ลงจากหลังเสือแบบกลางคันแบบนี้ ย่อมมีแรงสั่นสะเทือนต่อภาพลักษณ์ขององค์กร กกต. ไม่มากก็น้อย

รวมทั้งการตั้งคำถามตามมามากมายว่าสาเหตุของการขอเปลี่ยนตัวผู้ทำหน้าที่ “แม่ทัพ กกต.” ช่วงจังหวะนี้ มีนัยยะใดกันแน่ และความสัมพันธ์ของ กกต. 5 คนตอนนี้เป็นอย่างไร ร้าวฉานหรือขัดแย้งหนักตามข่าวลือที่ออกมาหรือไม่

กอปรกับนับตั้งแต่ กกต. ชุดนี้ เข้ามารับตำแหน่งเมื่อช่วงปลายปี 2556 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน 5 เสือ กกต. ต้องเผชิญกับเผือกร้อน สารพัดปัญหาทั้งศึกภายในและภายนอก ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็น “โมฆะ”

ภุชงค์ นุตราวงศ์

ภุชงค์ นุตราวงศ์

ข้อกล่าวหาการล้วงลูกการทำงานภายในสำนักงาน กกต. หลังปลดลูกหม้อคนสำคัญอย่าง “ภุชงค์ นุตราวงศ์” ออกจากตำแหน่งเลขาธิการ กกต. รวมทั้งสถานะการเงินของสำนักงาน ที่มีข่าวว่าเข้าขั้นภาวะวิกฤต หรือ “ถังแตก”

ขณะที่การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวัน 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ยอดผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงก็ไม่เป็นไปตามเป้าที่ กกต. ตั้งไว้ จนล่าสุดมาถึงข่าวการขอเปลี่ยนตำแหน่งประธาน กกต. นั่นเอง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่บั่นทอนจิตใจและสร้างความหวั่นวิตกให้กับ “คนใน” อย่างพนักงาน กกต. เป็นอย่างมาก ถึงกับมีการวิเคราะห์กันต่อว่า อาจเป็นโอกาสให้หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เซ็ตซีโร่ กกต. ทั้ง 5 คนเพื่อสงบปัญหาความขัดแย้งก็เป็นได้

จากปมปัญหาที่เกิดขึ้นหลายฝ่ายออกมาให้ความเห็นสอดคล้องกันว่าอยากให้ กกต. รีบจบศึกการทวงบัลลังก์เก้าอี้ “ประธาน กกต.” โดยเร็ว เนื่องจากมองว่า เป็นเรื่องภายในองค์กร กกต. เปรียบเหมือนการอยู่ในครอบครัวเดียวกันเป็นเรื่องปกติที่จะมีความขัดแย้งกันบ้าง แต่สามารถพูดจาและตกลงกันได้

และยิ่งมีข่าวว่าจะลิดรอนอำนาจของ กกต. โดยเฉพาะข้อเสนอของกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ต้องการให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) จัดการเลือกตั้งแทน กกต. ย่อมไม่เป็นผลดีต่อ กกต. เลย

เช่นเดียวกับ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี แม้จะออกมาระบุว่า กรณีการสับเปลี่ยนตำแหน่งประธาน กกต. ไม่เป็นการขัดคำสั่ง คสช. เพราะไม่ได้สรรหาใหม่ แต่จะสามารถทำได้หรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องภายในของ กกต. ที่จะต้องไปบริหารจัดการกันเอง

แต่ก็จะมีปัญหาอยู่เล็กน้อยประกอบการพิจารณาของ กกต. อยู่คือการสลับสับเปลี่ยนใดๆ ที่นำไปสู่การนำความกราบบังคมทูลอาจจะเป็นสิ่งที่ต้องคิดกันหลายชั้น

เพราะถือเป็นการเพิ่มพระราชภาระ

ดังนั้น หากไม่จำเป็นก็ขอว่าอย่าเพิ่งคิดอ่านอะไรเลย เราต้องเตือนแบบนี้ ไม่เช่นนั้นจะทำกันบ่อยในแต่ละองค์กร

เพราะขนาดรัฐบาลจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ยังต้องคิดกันดีๆ ว่าเมื่อใดถึงจะถึงเวลาที่สมควร

และหากมีข้อตกลงกันในการสับเปลี่ยนกันหากครบ 2 ปีนั้น ถือเป็นข้อตกลงภายในของ กกต. เอง ไม่ได้ถือว่าต้องผูกมัดหรือเกี่ยวพันกับคนอื่นที่ต้องรับรู้ด้วย

15-10

เมื่อพิจารณาดูจากคำตอบของ “วิษณุ” ถือเป็นการส่งสัญญาณมายัง กกต. แบบชัดเจนว่าการสลับสับเปลี่ยนแปลงตำแหน่งช่วงนี้อาจไม่เหมาะสมเป็นแน่

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ 3 เสือ กกต. ตัดสินใจยอมยุติศึกชิงบัลลังก์เก้าอี้ประธาน กกต. ไว้ก่อนตามคำทักท้วงของหลายฝ่าย พร้อมกลับมาเดินหน้าเร่งร่างกฎหมายลูก 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้ทันต่อกรอบระยะเวลา

แต่ถึงอย่างไรประเด็นนี้ก็ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า 3 เสือ กกต. จะยอมถอยแบบสุดซอย

หรือแค่เพียงรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมแล้วค่อยเดินหน้าทวงสัญญาใจจากประธาน กกต. กันใหม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!