bg-single

หวอ : ฉากพระนครภายใต้ฝนเหล็กครั้งแรก

31.01.2024

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

 

หวอ

: ฉากพระนครภายใต้ฝนเหล็กครั้งแรก

 

พลันเมื่อไทยยินยอมให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทัพผ่านไทย (8 ธันวาคม 2484) รัฐบาลประกาศการพรางไฟทั่วประเทศ ด้วยคาดว่า อังกฤษคงจะส่งเครื่องบินมาโจมตี (รอง ศยามานนท์, 2520, 178)

เพียงราว 1 เดือนหลังจากนั้น อังกฤษตอบโต้ไทยด้วยการส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดที่พระนคร ด้วยเหตุที่ไทยยินยอมให้กองทัพญี่ปุ่นผ่านไทยเข้าโจมตีมลายูและพม่าของอังกฤษ จากนั้น ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งช่วงการโจมตีทางอากาศไปและเข้าโจมตีไทยอีกครั้งในช่วงปี 2486 จวบจบสิ้นสงคราม (2488) กล่าวได้ว่า การโจมตีพระนครในช่วงสงครามแบ่งได้ออกเป็นสองช่วง ดังนี้

ช่วงแรก ต้นปี 2485 เป็นการโจมตีของเครื่องบินจากอังกฤษ จากสนามบินพม่ามาโจมตีไทย หลังจากอังกฤษถอยร่นจากพม่าไปยังอินเดียแล้ว การโจมตีพระนครลดน้อยลง จวบกระทั่งปี 2486 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรรุกกลับ สหรัฐและอังกฤษใช้เครื่องบินจากสนามบินในอินเดียและจีนมาโจมตีระลอกใหม่ เครื่องบินที่เข้ามาปฏิบัติการส่วนใหญ่เป็นเครื่องบิน บี 29 เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ สร้างความเสียหายให้ไทยเป็นอย่างมาก (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, 299)

ภูเขาทองตั้งหวอเตือนภัยการโจมตีทางอากาศครั้งสงครามและหวอที่ติดตั้งที่มหานครลอนดอน

เมื่อพระนครถูกโจมตีทางอากาศครั้งแรก

กลางดึกของคืนวันที่ 8 ต่อเช้าวันที่ 9 มกราคม 2485 มีเครื่องบิน 3 ลำของอังกฤษบินจากพม่ามาทิ้งระเบิดที่พระนคร แต่ทำความเสียหายไม่มากนัก เช่น มีการทิ้งระเบิดที่หน้ากรมไปรษณีย์ แต่ไม่ระเบิด แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถขุดค้นได้ และหายไป (รอง ศยามานนท์, 2520, 179)

คืนวันนั้น สัญญาณหวอดังทั่วพระนคร ประชาชนตื่นเต้นจนจับต้นชนปลายไม่ถูก เสียงเครื่องยนต์บนฟากฟ้าครางกระหึ่มตามมา ไฟฉายที่ตั้งอยู่ตามชานเมืองต่างสาดส่องขึ้นไปเป็นลำขาวบนท้องฟ้ากราดจับเป้าหมาย ชาวพระนครบันทึกไว้ว่า เขาเคยดูแต่ตอนซ้อมป้องกันภัยทางอากาศ แต่พอเห็นของจริงเข้าเท่านั้น ความสนุกหดหายไปทีเดียว (สรศัลย์ แพ่งสภา, 2558, 51)

ในคืนนั้นนับเป็นครั้งแรกที่ไทยลิ้มรสการโจมตีทางอากาศ มีการทิ้งระเบิดที่ตรอกบี.เอ็ล.ฮั้ว.เชิงสะพานพุทธ ด้านฝั่งธนฯ มุ่งทำลายสะพานแต่พลาดเป้า จากนั้น เครื่องบินมาทิ้งระเบิดแถวเยาวราช บ้านเรือนพังระเนระนาด (อาจินต์ ปัญจพรรค์, 2541, 196)

หมอเสนอ อินทรสุขศรี ครั้งเป็นนักศึกษาแพทย์ศิริราชเล่าว่า วันนั้น เสียงไซเรนดังก้องพระนคร ผู้คนแตกตื่นด้วยเป็นครั้งแรกที่พระนครถูกโจมตีทางอากาศจากฝ่ายสัมพันธมิตร คนจำนวนมากทำตัวไม่ถูก ผู้คนต่างตะโกนให้ปิดสวิตช์ไฟฟ้าตามที่เคยรับรู้มา

เขาเล่าว่า “หัวใจมันเต้นโครมคราม ตัวสั่นเหงื่อตก ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร นึกอยู่แต่ว่า ถ้าได้ยินเสียงระเบิดตูมตามขึ้นมาต้องนอนราบลงบนพื้นอย่างที่ได้เคยเรียน เคยฝึกมาจากการเป็นยุวชนทหารและยุวชนนายทหาร”

หมอเสนอเล่าต่อว่า “เสียงเครื่องบินเหมือนกับบินผ่านวนไปวนมา มีแสงไฟส่องเป็นลำขึ้นไปบนท้องฟ้า ลำแสงกวัดแกว่งไปมาอยู่ 2-3 ลำแสงตัดกันไปมาเพื่อค้นหาเครื่องบิน เสียงปืน ปตอ.ดังเป็นระยะๆ และต่อมาก็เป็นเสียงระเบิดที่เครื่องบินทิ้งลงมา” (เสนอ, 2548, 76)

เครื่องบิน รุ่น de Havilland DH.98 Mosquito ที่เข้ามาทิ้งระเบิดพระนครช่วงต้นสงคราม

การโจมตีทางอากาศครั้งแรกนั้น เป็นการทิ้งสะเปะสะปะ ไม่มีเป้าหมายจุดสำคัญ ไม่โดนกองทหารญี่ปุ่น ด้วยคงไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน เนื่องจากสถานที่ที่ถูกทำลายไม่ใช่จุดยุทธศาสตร์เลย (เสนอ, 2548, 76)

เครื่องบินที่ทิ้งมาระเบิดพระนครนั้นเป็นแบบปีกชั้นเดียวสองเครื่องยนต์ จำนวน 3 ลำ บินเข้ามาทิ้งระเบิดสร้างความเสียหายให้กับเยาวราชตอนกลาง ตรอกบี.เอ็ล.ฮั้ว สี่แยกวัดตึก แต่การโจมตีครั้งนั้น ทำลายหัวลำโพงไม่ได้ (สรศัลย์ แพ่งสภา, 2558, 52)

ชาวพระนครบันทึกวันนั้นไว้ว่า “ข้าพเจ้าได้ยินเสียงครางหึ่งๆ ดังมาแต่ไกล แต่เสียงหวอยังไม่ดัง…สักครู่เดียวมองเห็นแสงแวบประกายสว่างจ้าพร้อมมีเสียงระเบิดหลายครืน ไฟลุกไหม้สว่างจ้าจับท้องฟ้า ปรากฏว่าเครื่องบินฝ่ายข้าศึกทิ้งระเบิดลงบนพระที่นั่งอนันตสมาคมและหวอเพิ่งดังขึ้นภายหลัง นับเป็นการถูกโจมตีทางอากาศครั้งแรกในกรุงเทพฯ” (ประเก็บ คล่องตรวจโรค, 2515, 205-206)

วราห์ โรจนวิภาต ชาวฝั่งธนบุรีคนหนึ่งคาดว่า การที่เครื่องบินครั้งนั้นมุ่งทำลายสะพานพุทธ สถานีรถไฟสายมหาชัย แต่พลาดเป้าระเบิดไปตกที่ตรอกบี.เอ็ล.ฮั้ว แถบถนนสมเด็จเจ้าพระยา ด้วยในตรอกเป็นที่ตั้งบริษัทยา คนจึงเรียกว่า ตรอกบี.เอ็ล.ฮั้ว มีคนเจ็บและตาย บ้านเรือนเสียหาย (ek-prapai.org)

จากบันทึกความทรงจำของเด็กญี่ปุ่นในไทยบันทึกว่า เพียงราวหนึ่งเดือนหลังจากที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นไทย พระนครจึงถูกสัมพันธมิตรทิ้งระเบิด เขาได้ยินเสียงไซเรนดังขึ้น มีเสียงตะโกนให้ดับไฟ ชาวบ้านแถบนั้นออกมายืนดูเครื่องบินบนท้องฟ้า “ไม่นานบนท้องฟ้าก็มีเสียงหึ่ง หึ่ง ดังทึบทึบของเครื่องบินทิ้งระเบิด ดังขึ้นมาพร้อมกัน บนท้องฟ้ามีแสงไฟจำนวนมากสาดจากพื้นดินส่องขึ้นไปเพื่อหาเครื่องบิน มองเห็นเส้นสีขาวของไฟส่องหาเครื่องบินไหวไปมา…วินาทีนั้งเอง เสียง ตูม ตูม ปุ ปุ ปุ ระเบิดนำวิถีบินลากหางราวกับดาวตก วิ่งตัดกับลูกปืนจากปืนต่อต้านอากาศยาน แต่ระเบิดดังตูม ตูม อยู่ข้างตัวเครื่อง ไม่ถูกเครื่องบินเลยสักนัด… “(มาซาโอะ เซโตะ, เล่ม 1, 2548, 95-96)

สอดคล้องกับหมอเสนอเล่าว่า แม้จะเป็นการโจมตีที่ไร้เป้าหมายชัดเจน แต่ทำให้ผู้คนตาย โดยที่การต่อสู้อากาศยานของไทยทำลายเครื่องบินทิ้งระเบิดไม่ได้ แม้นจะมีการยิงต่อสู้จากภาคพื้น แต่ ปตอ.ของไทยไม่ระคายผิวเครื่องบินเหล่านั้นเลย (เสนอ, 2548, 76)

ความเสียหายแถบเยาวราช จากทิ้งระเบิดของอังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 8 มกราคม 2485

ผู้คนเริ่มอพยพ

หลังจากพระนครยามถูกโจมตีทางอากาศแล้วนั้น “ทุกๆ เย็น ผู้คนชาวกรุงเทพฯ พากันแตกตื่นอพยพหลบภัยออกไปนอนนอกเมือง โดยมากไปนอนใกล้ๆ สวนฝั่งธนบุรี เรือโดยสารทุกลำมีผู้โดยสารแย่งกันลงอย่างแตกตื่นแน่นขนัด บางลำบรรทุกได้ 70 คนแต่มีแย่งกันลงถึง 200 คน จนเรือคว่ำมีคนตายกลางแม่น้ำ พอบ่าย 3 โมงล่วงแล้ว ผู้คนก็รีบเลิกงาน อพยพออกไปนอกเมืองกันหมดเพื่อหนีภัยโจมตีทางอากาศ” (ประเก็บ, 206)

ความหนาแน่นของผู้คนในพระนครลดลงๆ หลังถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง “วันต่อๆ มา ผู้คนพลเมืองบางตาลงทันที รถราน้อยลง ห้างร้านปิดใส่กุญแจกันมาก แสดงว่าการค้าหยุดลง เป็นที่รู้กันว่า กรุงเทพฯ จะถูกข้าศึกโจมตีหนักขึ้น จำเป็นต้องอพยพออกจากย่านกลางเมืองไป การอพยพนั้นไปต่างจังหวัดก็มี ออกไปพักพิงกับพรรคพวกพี่น้องในสวนและทุ่งนารอบๆ กรุงเทพฯ ก็มี พวกอพยพนี้ไปอยู่ชั่วคราวกันมาก แต่ที่ไปตั้งรกรากอยู่ก็มี เสียงหวอเวลากลางคืนมีบ่อยขึ้น เสียงนี้โหยหวนครวญครางสยดสยองขวัญบอกไม่ถูก” (ขุนวิจิตรมาตรา, 2523, 466)

นอกจากการโจมตีในวันที่ 8 มกราคมแล้ว เครื่องบินอังกฤษยังเข้าโจมตีพระนครในวันที่ 24, 27 มกราคม 2485 อีกด้วย ช่วงนั้น รัฐบาลมีคำสั่งให้ทุกกระทรวงทบวงกรมป้องกันภัยทางอากาศ ให้ข้าราชการผลัดเวรมาเฝ้ากระทรวงกันทุกคืน (ขุนวิจิตรมาตรา, 464)

ร้านขายยา บี.เอ็ล.ฮั้ว ในพระนคร

เครื่องบินอังกฤษโจมตีกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 8 มกราคม 2485

สภาพอาคารเยาวราชใกล้ตึก 7 ชั้น เมื่อ 24 มกราคม 2485

ความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน จากการทิ้งระเบิดเมื่อ 24 มกราคม 2485

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!