bg-single

ศัพทานุกรมอำนาจนิยม : ลัทธิไม่เสรีนิยม (illiberalism) (ตอนต้น)

14.02.2024

การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ

 

ศัพทานุกรมอำนาจนิยม

: ลัทธิไม่เสรีนิยม (illiberalism)

(ตอนต้น)

 

ผมอ่านสะดุดงานชิ้นนี้ของฟารีด ซาคาเรีย ปัญญาชนสาธารณะด้านการเมืองระหว่างประเทศชาวอเมริกัน เชื้อสายอินเดีย ผู้เป็นนักข่าว CNN และบรรณาธิการวารสาร Foreign Affairs & นิตยสาร Newsweek เข้าเมื่อราว 20 ปีก่อนขณะกำลังค้นหาเครื่องมือการคิดเพื่อพยายามวิเคราะห์เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของระเบียบการเมืองไทยภายใต้รัฐบาลนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร แห่งพรรคไทยรักไทย (พ.ศ.2544-2549/ค.ศ.2001-2006)

คำว่า “ลัทธิไม่เสรีนิยม” (illiberalism) เริ่มแพร่หลายกระจายกว้างจนติดปากนักวิเคราะห์การเมืองโลกปัจจุบันก็ด้วยบทความของซาคาเรียที่ลงพิมพ์ในวารสาร Foreign Affairs, 76 : 6 (November-December 1997), 22-43. ชื่อ “The Rise of Illiberal Democracy” (https://www.jstor.org/stable/20048274) ซึ่งต่อมาเขาขยายความเพิ่มเติมออกไปเป็นหนังสือชื่อ The Future of Freedom : Illiberal Democracy at Home and Abroad (2003)

ในบทความชิ้นแรกเริ่มนั้น ซาคาเรียร้องเตือนผู้อ่านให้ระวัง “การผงาดของประชาธิปไตยไม่เสรี” ในโลกยุคหลังสงครามเย็น (หลังสหภาพโซเวียตสลายตัวเมื่อปี 1991) ระบอบที่ว่ามาจากการเลือกตั้ง (จึงขึ้นชื่อว่าเป็น “ประชาธิปไตย”) แต่ไม่ยอมรับนับถือการจำกัดและตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจบริหารของรัฐด้วยหลักนิติธรรมระบบรัฐสภาหรือสิทธิมนุษยชน (จึงได้ชื่อว่า “ไม่เสรี” ไปพร้อมกัน)

สำหรับกรณีตัวอย่างของ “ประชาธิปไตยไม่เสรี” ร่วมสมัยตอนนั้น ซาคาเรียชี้ไปที่รัสเซียภายใต้การปกครองของรัฐบาลประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน (1991-1999) และอาร์เจนตินาภายใต้การปกครองของรัฐบาลประธานาธิบดีคาร์ลอส เมเนม (1989-1999) เป็นต้น

ส่วนในแง่ประวัติคำหรือศัพทมูลวิทยา (ethymology) ซาคาเรียไปเก็บเกี่ยวคำว่า “ไม่เสรี” (illiberalism) ซึ่งผู้คนทั่วไปหลงลืมแล้วมาจากสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อครั้งกระแสลัทธิเสรีนิยมทางเศรษฐกิจและการเมืองกำลังแผ่ขยายตัวทั่วยุโรป ประดานักเขียนนักการเมืองและข้อคิดความเห็นที่ต่อต้านทัดทานกระแสนั้นจึงถูกเรียกขานว่า “ไม่เสรี” นั่นเอง

ฟารีด ซาคาเรีย กับบทความ “การผงาดของประชาธิปไตยไม่เสรี” ปี 1997

รัฐบาลนายกฯ ทักษิณแห่งพรรคไทยรักไทยตอนนั้นก็มีทั้งด้าน “ประชาธิปไตย” ที่ชนะเลือกตั้งเสียงข้างมาก เด็ดขาดด้วยคะแนนนิยมจากประชาชนสูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากแนวนโยบายที่โดนใจสะท้อนความต้องการของมหาชนโดยเฉพาะคนรากหญ้าในต่างจังหวัดและคนชั้นกลางระดับล่าง และการบริหารอำนาจอย่างเด็ดขาดได้ผลรวดเร็วเฉียบพลัน ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบราชการให้มีประสิทธิภาพสนองตอบประชาชน “ลูกค้า/ผู้รับบริการ” ได้ดีขึ้น

แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลทักษิณก็มีด้านที่รวมศูนย์อำนาจเข้าสู่พรรคและตัวหัวหน้าพรรค/นายกรัฐมนตรี (เหนือมุ้ง/หัวหน้ามุ้งและรัฐมนตรีทั้งหลาย) กดดันเบียดขับคุกคามรังควานฝ่ายค้านและผู้เห็นต่างทั้งในแวดวงการเมือง สื่อมวลชน วิชาการและเอ็นจีโอ และใช้อำนาจรัฐกับกลไกรัฐดำเนินสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด (ยาบ้า), สงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะผู้มีอิทธิพล และสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะการก่อความไม่สงบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเด็ดขาดรุนแรงรุกล้ำก้ำเกินขีดจำกัดทางการเมืองและกฎหมาย จนนำไปสู่การล่วงละเมิดสิทธิและสูญเสียชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของผู้คนพลเมืองจำนวนมากอย่างไม่พร้อมรับผิด โดยมิอาจตรวจสอบถ่วงดุลในระบบอย่างได้ผล – อันเป็นด้านที่ “ไม่เสรี”

ลักษณะทั้งสองด้านดังกล่าวจึงทำให้รัฐบาลทักษิณเข้าข่ายที่ซาคาเรียเรียกว่าระบอบ “ประชาธิปไตยไม่เสรี” หรือที่อาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เรียกว่า “ประชาธิปไตยอำนาจนิยม”

(authoritarian democracy ดู “ประชาธิปไตยอำนาจนิยม : ผลของการใช้ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไทย”, ใน ความรู้กับการแก้ปัญหา ความขัดแย้ง : กรณีวิกฤตการณ์ชายแดนภาคใต้, 2548)

ส่วนผมเองก็ได้คลี่คลายขยายความและพัฒนาข้อคิดข้างต้นไปเป็นงานชิ้นต่างๆ เช่น “วัฒนธรรมการเมืองอำนาจนิยมปฏิปักษ์ปฏิรูปภายใต้ระบอบทักษิณ” (ปาฐกถา 2546, พิมพ์ใน อุ้มทนายสมชาย นีละไพจิตร : บทสะท้อนวัฒนธรรมอำนาจนิยมในสังคมไทย, 2547), บุชกับทักษิณ : ระบอบอำนาจนิยมขวาใหม่ไทย-อเมริกัน (2547) และร่วมแลกเปลี่ยนในวงสัมมนา “ระบอบทักษิณ” ของนักกิจกรรมนักหนังสือพิมพ์นักวิชาการราว 30 คนที่จัดโดยนิตยสารฟ้าเดียวกัน (ดู ฟ้าเดียวกัน (ฉบับระบอบทักษิณ), 2 : 1 (มกราคม-มีนาคม 2547)

สองทศวรรษที่ผ่านมา กลุ่มอาการ “ไม่เสรี” ได้กลายเป็นพิมพ์นิยมและระบาดลุกลามออกไปในหลายประเทศ “ประชาธิปไตย” จากการเลือกตั้ง เช่น (ดูภาพประกอบถัดจากอดีตนายกฯ ทักษิณซ้ายไปขวา) :

อดีตนายกรัฐมนตรียาโรสลาฟ คาชินสกี แห่งโปแลนด์ (2006-2007 & รองนายกฯ 2020-2022, 2023), นายกรัฐมนตรีวิกตอร์ ออร์บาน แห่งฮังการี (1998-2002, 2010-ปัจจุบัน), ประธานาธิบดีเรเจพ แอร์โดอาน แห่งตุรกี (2014-ปัจจุบัน), อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา (2017-2021), ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส (2017-ปัจจุบัน) และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย (2014-ปัจจุบัน) เป็นต้น ล้วนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าได้อำนาจมาจากการเลือกตั้ง ทว่า แสดงออกซึ่งแนวโน้มทิศทางการใช้อำนาจรัฐแบบ “ไม่เสรี”

จนมหาวิทยาลัยยอร์จ วอชิงตัน (ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐ) ถึงกับตั้งโครงการศึกษาลัทธิไม่เสรีนิยมขึ้นมา (https://www.illiberalism.org/about-illiberalism-studies-program/) ทำการวิจัยและออกวารสารเผยแพร่งานวิชาการเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยศาสตราจารย์มาร์เลน ลารูเอล ชาวฝรั่งเศสผู้เชี่ยวชาญด้านรัสเซียศึกษาและผู้อำนวยการโครงการได้บรรยายลัทธิไม่เสรีนิยมโดยสังเขปไว้ว่า :

“ลัทธิไม่เสรีนิยมเป็นเอกภพทางอุดมการณ์ของฝ่ายขวาซึ่งประเมินว่าลัทธิเสรีนิยมในความหมายที่มันเป็นโครงการทางการเมืองอันถือเสรีภาพของปัจเจกบุคคลกับสิทธิมนุษยชนเป็นศูนย์กลางนั้นไปไกลเกินไป การปัดปฏิเสธที่ว่านี้มาพร้อมกับจุดยืนทางการเมืองต่างๆ ที่ตั้งมั่นชัดเจนมากน้อยต่างกันไป ทว่า โดยทั่วไปแล้วอยู่บนฐานอำนาจอธิปไตยกับการปกป้องคนส่วนใหญ่ไว้จากชนกลุ่มน้อยทั้งหลาย และมีแนวคิดเรื่องชาติที่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันและยกย่องลำดับชั้นเหลื่อมล้ำตามประเพณี” (https://www.lemonde.fr/idees/article/2023/09/06/illiberalisme-une-doctrine-qui-defend-la-majorite-au-detriment-de-l-etat-de-droit_6188018_3232.html)

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

2 โจทย์ ‘สุรเกียรติ์’ ฝากให้คิด
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์