bg-single

บทเพลงเรียกร้องเสรีภาพ จาก “บ็อบบี แซนด์ส” ถึง “บุ้ง เนติพร”

29.05.2024

บทเพลงไม่ได้มีหน้าที่เพียงสร้างความรื่นรมย์ให้แก่ผู้ฟังเท่านั้น

แต่ดนตรีเป็นศิลปะที่ตัวศิลปินสามารถแสดงจุดยืนรวมถึงทัศนคติที่มีต่อการเมืองที่บิดเบี้ยวได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน, สิทธิพลเมือง, กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม, สิทธิสตรี, การถูกกดขี่ของชนชั้นกรรมาชีพ และอีกมากมาย

ยกตัวอย่างเช่น Goodnight Irene เพลงโฟล์กของศิลปินบลูส์ระดับตำนาน Lead Belly โดยเนื้อหาแล้วเป็นเพลงโศกนาฏกรรมความรัก

แต่หากตีความลงให้ลึกไปกว่านั้นแล้วละก็ นี่คือเพลงที่เพรียกหาความยุติธรรมและอิสรภาพของคนผิวดำในยุค 50 ที่ถูกลิดรอนความเป็นมนุษย์ลงอย่างน่าเศร้าจากอำนาจตุลาการ

ดังที่ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อเรียกร้องสิทธิพลเมืองเคยกล่าวถึงเพลงที่เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพเอาไว้ก่อนเสียชีวิตว่า

“บทเพลงเหล่านี้ช่วยเติมเชื้อไฟให้กับการเคลื่อนไหวของมวลชนในแนวทางที่ทรงประสิทธิภาพ มันช่วยให้อุดมการณ์ของมวลชนกลายเป็นหนึ่งเดียว”

เพลง Another Brick in the Wall – ของวง Pink Floyd ซึ่งเป็นเพลงที่มีเนื้อหาต่อต้านแนวคิดอนุรักษนิยม ซึ่งมองว่าระบบการศึกษาได้เข้ามาจำกัดเสรีภาพทางความคิดและเจตจำนงเสรีของเยาวชนก็เคยถูกฝ่ายตรงข้ามกับทางอิสราเอลนำมาใช้เป็นเพลงสำหรับประท้วงการสร้างกำแพงและสิ่งกีดขวางในเขตเวสต์แบงก์ ที่สร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรงให้กับชาวปาเลสไตน์และชาวอิสราเอลมาแล้ว

ฝั่งสหราชอาณาจักรที่มีความขัดแย้งระหว่างรัฐชาติและประชาชนมาย่างยาวนานทำให้ศิลปินแต่งเพลงต่อต้านอำนาจรัฐเพื่อเรียกหาเสรีภาพให้กับประชาชนอย่างจริงจังมาโดยตลอด

ในปี 1968 เพลง Revolution ของวง The Beatles เป็นเพลงที่ จอห์น เลนนอน แต่งขึ้นมาเพื่อเป็นการยกย่องการเสียสละของกลุ่มนักศึกษาทั่วโลกที่ลุกขึ้นสู้กับผู้นำผู้ฉ้อฉลโดยไร้อาวุธ

ส่วนการออกกฎหมายเพื่อลดทอนอำนาจของสหภาพแรงงานและเอาใจนายทุน แต่กลับตัดสวัสดิการของชนชั้นแรงงานของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิง มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ทำให้คนตกงานเป็นจำนวนมาก และแรงงานเหมืองประท้วงด้วยการหยุดทำงานเป็นเวลา 1 ปีในช่วงกลางยุค 80 ทำให้ศิลปินดังอย่าง Sting แต่งเพลง We Work the Black Seam ออกมา

ส่วนศิลปินที่เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการประท้วงแทตเชอร์ในยุคนั้นก็คือ บิลลี แบร์กก์ (Billy Bragg) โดยเฉพาะเพลง Between the Wars

การประท้วงการถูกกดขี่จากอำนาจรัฐและตุลาคมด้วยวิธีที่ปราศจากความรุนแรงที่สุดก็คือการอดอาหาร

และ โรเบิร์ต เจอราร์ด ‘บ็อบบี’ แซนด์ส ก็ถือเป็นตำนานสำคัญบทหนึ่งในการต่อสู้กับการถูกพรากอิสรภาพไปด้วยวิธีอหิงสานี้

บ็อบบี แซนด์ส เข้าร่วมขบวนการสาธารณรัฐเมื่ออายุ 18 ปี หลังจากนั้นก็ได้เป็นสมาชิกของกองทัพสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (PIRA) ซึ่งเป็นขบวนการหัวรุนแรงที่ต่อสู้อย่างถวายหัวเพื่อแย่งชิงเอกราชของไอร์แลนด์มาจากอังกฤษในหลายบริบท โดย PIRA เข้ามาแทนที่ขบวนการ IRA ที่ยุติบทบาทลงในปี 1969

จากการมีอาวุธปืนในครอบครองทำให้ บ็อบบี แซนด์ส ถูกจับครั้งแรกในปี 1972 และต้องโทษจำคุก 3 ปี เขาถูกจับอีกครั้งในคดีเดิมๆ ในปี 1977 และเขาต้องโทษจำคุกนาน 14 ปี

บ็อบบีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกรมราชทัณฑ์ เขาถูกเปลี่ยนจากนักโทษสถานะพิเศษที่ยังพอมีอิสระในเรือนจำได้บ้างมาเป็นอาชญากร

นักโทษ 7 คนเริ่มประท้วงด้วยการอดอาหารครั้งแรกในปี 1980 เพื่อแลกกับสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในเรือนจำ 5 ข้อ 1 ในนั้นคือไม่ต้องสวมเครื่องแบบนักโทษ เพราะพวกเขาไม่ใช่อาชญากร

การอดอาหารครั้งนั้นจบลงใน 53 วัน แต่เมื่อได้รับการเพิกเฉยต่อรัฐบาลอังกฤษ บ็อบบี แซนด์ส จึงได้เริ่มอดอาหารเป็นครั้งแรกในวันที่ 1 มีนาคมปี 1981 โดยดื่มแต่น้ำและเกลือเท่านั้น

จริงๆ แล้วมีเรื่องการเมืองทั้งในสภาและในเรือนจำ ซึ่งทำให้ บ็อบบี แซนด์ส เป็นสมาชิกสภาสามัญของอังกฤษ แต่เขาเบื่อหน่ายกับความอยุติธรรมที่รัฐกระทำต่อนักโทษมาอย่างยาวนานและยังคงมองบ็อบบีว่าเป็นอาชญากรอยู่ ทำให้เขายังคงอดอาหารต่อไป

จนกระทั่งเสียชีวิตในวัยเพียง 27 ปีเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมปีเดียวกัน รวมอดอาหารได้ 66 วัน

บ็อบบี แซนด์ส

บ็อบบี แซนด์ส เองในขณะที่กำลังติดคุกอยู่ก็ได้แต่งเพลงเอาไว้ด้วย อย่างเช่นเพลง Back Home in Derry ที่ขับร้องโดยศิลปินโฟล์กชาวไอริช คริสตี มัวร์ ที่เล่าเรื่องราวการของกลุ่มผู้อพยพจากเดอร์รี เพื่อเดินทางไปยังออสเตรเลีย แต่ในการเดินทางเต็มไปด้วยอุปสรรคและความตาย

ท้ายที่สุดแล้ว บ็อบบีผู้แต่งก็ได้โอดครวญผ่านเพลงเพลงนี้ว่า “ฉันได้แต่หวังว่าจะได้หวนกลับคืนสู่ผืนดินตัวเองในไอร์แลนด์เหนืออีกครา”

ผืนแผ่นดินนั้นเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากสิทธิและเสรีภาพในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

ยังมีอีกหนึ่งเพลงที่มีชื่อเสียงของ คริสตี มัวร์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ บ็อบบี แซนด์ส เพลงนั้นมีชื่อว่า The People’s Own MP ที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมในคุก รวมถึงการที่รัฐบาลอังกฤษสามารถสอบสวนและควบคุมตัวผู้ที่สงสัยว่าอยู่ในขบวนการ IRA ได้โดยที่ไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหา

นโยบายที่ใช้ความรุนแรงนี้นำไปสู่ความสูญเสียและการจับกุมผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก

เนื้อหาของเพลงลงลึกไปในรายละเอียดด้วยว่าเมื่อคราวที่ แฟรงก์ แม็กไกวร์ สมาชิกสภาอังกฤษจากเขตเลือกตั้งเฟอร์มานาห์และเซาธ์ไทโรนหัวใจวายเสียชีวิตลง บ็อบบีเป็นผู้ชนะ แฮร์รี เวสต์ จากพรรค Ulster Unionist Party โดยได้คะแนนโหวตจากเขตเลือกตั้งในไอร์แลนด์เหนือไปมากกว่า 3 หมื่นเสียง

แต่บ็อบบีกลับไม่ได้เข้าสภาเพื่อทำหน้าที่แทนพรรคพวกที่ถูกรัฐเอาเปรียบ โดยความฝันของชาวไอริชที่จะได้รับเอกราชและดินแดนคืนจากอังกฤษถูก มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ดับลงหลังจากที่เธอประกาศว่าไม่ต้องการให้คนคุกที่ก่ออาชญากรรมได้เป็นตัวแทนของประชาชน เพราะอาชญากรรมไม่ใช่เรื่องการเมือง

 

บทเพลงทั้ง 2 เพลงนี้เป็นเพลงโฟล์กที่เศร้า ฟังแล้วคล้ายได้ยินเสียงหยาดน้ำตาหยดลงบนเส้นลวดกีตาร์ทั้ง 6 สาย

ยังมีบทเพลง Irish Rebel Songs อีกหลายเพลงที่กล่าวเชิดชู บ็อบบี แซนด์ส ว่าเป็นดั่งวีรบุรุษ รวมถึงบุคคลที่อดอาหารประท้วงอำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรมในปี 1981 หลายเพลงอย่าง It’s Going to Happen ของวง The Undertone ที่เสียดสีความไร้จุดยืนทางการเมืองของ มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ หลังบ็อบบีเสียชีวิตอย่างตรงไปตรงมา

รวมถึงเพลง Roll of Honour ของวง The Irish Brigade ที่เพลงท่อนสุดท้ายเขียนว่า “จงสู้ต่อไปและทำให้บ้านเกิดของเราเป็นประเทศเอกราชอีกครั้ง” ด้วย

นอกจากเพลงเหล่านี้แล้วก็ยังมีเพลงที่รำลึกถึง บ็อบบี แซนด์ส อยู่อีกหลายต่อหลายเพลง

 

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ในปัจจุบันยังมีมือล่องหนที่สามารถชี้เป็นชี้ตายคนที่เห็นต่างทางการเมืองได้ การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ บุ้ง เนติพร เสน่ห์สังคม ที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบัน, ต่อสู้ต่อระบบอำนาจนิยมในโรงเรียนและถูกดำเนินคดีในหลายมาตรา โดยเฉพาะ 112 จากการทำโพลสำรวจความเห็นเรื่องขบวนเสด็จ, การที่รัฐให้อำนาจกับทางสถาบันและอื่นๆ

เธอประท้วงรัฐด้วยการอดอาหารในเรือนจำเพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและต้องไม่มีผู้เห็นต่างทางการเมืองต้องมาติดคุกอีก

แต่อนิจจา เพียงแค่สิทธิ์ในการขอประกันตัวต่อศาลซึ่งเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานคนทุกคน บุ้ง ก็ยังไม่อาจได้รับสิทธิ์นั้นได้ทั้งๆ ที่ศาลยังไม่พิพากษาว่าเธอมีความผิดใดด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าเพลงที่ บ็อบบี แซนด์ส แต่ง และเพลงที่ศิลปินคนอื่นแต่งให้กับเขาจะเกิดขึ้นก่อนกรณีของ บุ้ง เนติพร นานหลายสิบปี

แต่ความเหลื่อมล้ำและความอยุติธรรมที่ผู้มีอำนาจกุมไว้ในมือเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองก็ยังคงมีอยู่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหนก็ตาม

หากมองเช่นนี้แล้ว Protest Song ดังที่กล่าวมาไม่ว่าจะแต่งให้ใครก็ตาม หัวใจสำคัญในการเรียกร้องเสรีภาพให้กับประชาชนก็ยังคงมีอยู่เสมอ

ตราบใดที่อำนาจนั้นยังไม่ได้อยู่ในมือของประชาชนแบบอย่างแท้จริงเสียที

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (4)
ที่มาของการเต้นแอโรบิก และแรงบันดาลใจจากเจน ฟอนด้า
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (จบ)
โลกที่มนุษย์รับรู้ ไม่ใช่โลกที่แท้จริง
แตรฝรั่ง (4)
ปฏิบัติการกู้ชีพโดโด้ (และนกโมอา) ตอนพิเศษ : ‘เปลือกไข่สังเคราะห์’
สนทนา ‘อิสริยะ-ภาวุธ’ 2 ขุนพลไอที ‘พรรคประชาชน’ ‘รัฐเอไอ’ ควรทำงานกันอย่างไร?
เจ้าฟ้าและสามัญชน (2) | เปิดฉากการผจญภัยในดินแดนหมีขาว
ฉากชีวิต ‘บ่าวนิก สกลนคร’ จากนักแสดงเวทีรัชดาลัย สู่ สัปปายะสภาสถาน บทบาท ส.ส. ‘กล้าธรรม’
เหยี่ยวถลาลม | ‘ป.ป.ช.’ ระอุ ‘แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน’ ไม่ทันจาง ‘ศักดิ์สยาม’ เข้ามาแทรก
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาสรรพยา 2 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
เช็กสเป๊ก ‘ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16’ ใครมาแรงแม่ทัพสีกากี? จับตา ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ จัดทัพนายพล