bg-single

ภาพยนตร์ นพมาส แววหงส์ / DARKEST HOUR “จารึกในประวัติศาสตร์โลก”

28.01.2018

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

DARKEST HOUR “จารึกในประวัติศาสตร์โลก”

กำกับการแสดง “Joe Wright

นำแสดง Gary Oldman, Kristin Scott Thomas, Lily James, Ben Mendelsohn, Ronald Pickup, Stephen Dillane

ถ้าเผื่อไม่นึกอยากดูหนังเรื่องนี้เพราะฝีมือการแสดงอันเยี่ยมยอดตราตรึงของ แกรี่ โอลด์แมน ในบทบาทบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์โลก หรือเพราะความสนุกในการติดตามพล็อตและแคแร็กเตอร์ ซึ่งมีอยู่เพียบพร้อมสมบูรณ์ด้วยศิลปะของภาพยนตร์ เรื่องราวและเนื้อหาของหนังก็สมควรจารึกไว้ให้ชาวโลกจดจำ ในฐานะที่เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่งอาจพลิกโฉมหน้าของประวัติศาสตร์โลกไปเป็นคนละด้านคนละขั้วจากโลกอย่างที่เรารู้จักทุกวันนี้

(ถ้าใครอยากเห็นโลกที่ถูกจินตนาการว่าจะอยู่ในสภาพอย่างไร ถ้าหากฝ่ายสัมพันธมิตรปราชัยและฝ่ายอักษะมีชัยในสงครามโลกครั้งที่สอง ขอให้หาหนังซีรี่ส์ชื่อ The Man in the High Castle มาดู หนังชุดนี้วาดภาพอเมริกาที่ตกอยู่ใต้การยึดครองของนาซีเยอรมันและญี่ปุ่น…เป็นซีรี่ส์ที่สนุกมาก และเพิ่งได้ดูไปแค่ซีซั่นเดียว)

เมื่อปีที่แล้ว Dunkirk ฝีมือกำกับฯ ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน จำลองภาพฉากช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการอพยพทหารอังกฤษจำนวนสามแสนนายที่ร่วมรบในฝ่ายสัมพันธมิตรอยู่ในภาคพื้นทวีปยุโรปกลับคืนสู่สหราชอาณาจักร เนื่องจากพวกนาซีเยอรมันรุกรบจนถอยร่นไปจนจะตกทะเลที่เมืองดันเคิร์กของเบลเยียม ซึ่งอยู่เหนือขึ้นไปจากเมืองคาเลส์ของฝรั่งเศสเพียงนิดเดียว

เหตุการณ์ที่ดันเคิร์กเป็นชัยชนะในความพ่ายแพ้ของอังกฤษ ที่ยังไม่สยบราบคาบต่อแสนยานุภาพของเยอรมนีที่กำลังจะยึดครองยุโรปได้ทั้งทวีปและเป็นต่อ

และ Dunkirk เสนอเหตุการณ์ในสมรภูมิ จากฝ่ายของทหารที่ถูกรุกไล่จนไม่เหลือพื้นดินที่จะยืนหยัด และเต็มไปด้วยภยันตรายจากฝ่ายศัตรูที่กำลังบดขยี้ให้สิ้นซาก

ส่วน Darkest Hour (ผลงานของ โจ ไรต์ ผู้กำกับฯ Atonement, Pride and Prejudice, Hanna, Anna Karenina และ Pan) ที่ออกฉายอยู่ขณะนี้…และน่าจะเป็นเต็งหนึ่งสำหรับออสการ์ปีนี้ในหลายสาขา…เสนอภาพของการเมืองระดับนโยบายที่ส่งผลต่อสมรภูมิดันเคิร์ก และการยืนหยัดสู้รบด้วยเลือดรักชาติของคนอังกฤษ ที่ส่งผลให้ฝ่ายสัมพันธมิตรมีชัยในสงครามโลกครั้งที่สองในที่สุด

นี่เป็นเรื่องราวของบุคคลที่กำลังจะเป็นวีรบุรุษผู้โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกร่วมสมัย…วินสตัน เชอร์ชิล

หนังเสนอเหตุการณ์ในช่วงชั่วโมงที่มืดมนที่สุดที่เชอร์ชิลต้องตัดสินใจชะตากรรมของชาติอังกฤษ ซึ่งจะส่งผลต่อชะตากรรมของโลกทั้งโลกที่กำลังร้อนระอุแทบทุกหัวระแหงจากการแผ่อิทธิพลของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และมุสโสลินี

เหตุการณ์ในหนังเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ.1940 ท่ามกลางความคับขันของสถานการณ์ทางทหาร ซึ่งกองทัพอังกฤษและฝรั่งเศสถูกรุกไล่มาจนมุมอยู่ที่ดันเคิร์ก ไปไหนไม่ได้ นอกจากรอรับการช่วยเหลือให้อพยพจากชายฝั่งตรงนั้น

นายกรัฐมนตรีอังกฤษขณะนั้นคือ เนวิลล์ เชมเบอร์เลน (โรนัลด์ พิกอัพ) กำลังถูกฝ่ายค้านในรัฐสภาขับไล่ให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากความอ่อนแอในนโยบายและการบริหาร โดยเฉพาะเมื่อยุโรปแทบทั้งทวีปใกล้จะถูกยึดครองโดยฝ่ายอักษะ นอร์เวย์ สวีเดน โปแลนด์ ฯลฯ พ่ายแพ้ไปหมดแล้ว ที่มั่นสุดท้ายของยุโรปคือ ฝรั่งเศสและเบลเยียม กำลังจะราบคาบ

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างถึงพริกถึงขิงของฝ่ายค้าน มีที่นั่งแถวหน้าในรัฐสภาที่หนึ่งซึ่งว่างอยู่อย่างน่าสังเกต และเราได้ข้อสรุปว่า วินสตัน เชอร์ชิล ไม่ต้องการทิ้งลายนิ้วมือไว้บนอาวุธสังหารในรัฐสภา…

นั่นคือ ไม่อยากมีส่วนร่วมในการอภิปรายขับไล่นายกฯ จากพรรคอนุรักษนิยมซึ่งเป็นพรรคเดียวกับตัวเขาเอง

เมื่อ เนวิลล์ เชมเบอร์เลน ตัดสินใจลาออกด้วยความกดดัน คนในพรรคเห็นสมควรให้ วิสเคานต์ ฮาลิแฟกซ์ (สตีเฟน ดิลเลน) ก้าวขี้นแทน แต่เจ้าตัวบอกว่ายังไม่ถึงเวลาของเขา เนื่องจากเขาจะไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากฝ่ายค้าน บุคคลที่ฝ่ายค้านจะยอมรับได้มีเพียง วินสตัน เชอร์ชิลล์ (แกรี่ โอลด์แมน) เท่านั้น

เชอร์ชิลล์ไม่ได้รับความนิยมในพรรคเนื่องจากท่าทีอันแข็งกร้าวต่อฮิตเลอร์ และยุทธศาสตร์ของเขาในสมรภูมิกัลลิโปลีในตุรกีในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งสร้างความสูญเสียให้อังกฤษอย่างมาก ขณะที่เชมเบอร์เลนและฮาลิแฟกซ์มีนโยบายประนีประนอม

เมื่อพระเจ้าจอร์จที่หกทรงเชิญเชอร์ชิลล์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เชอร์ชิลล์รู้ตัวว่าเขาไม่ได้รับพระราชวินิจฉัยสนับสนุนจากพระองค์นัก

เชอร์ชิลล์เป็นผู้นำที่พูดเก่ง คำปราศรัยของเขาได้รับการอ้างอิงถึงอยู่เสมอ ขณะที่บุคลิกของเขาเป็นที่ชื่นชอบของสาธารณชน แต่คนในพรรคเดียวกันไม่ชอบหน้าเขานัก และหนังเสนอด้านนี้ของเชอร์ชิลล์ ซึ่งมีภริยาสุดที่รักชื่อเคลเมนไทน์ หรือที่วินสตันเรียกอย่างรักใคร่ตลอดเวลาว่า เคลมมี่ (คริสติน สก็อตต์ โธมัส) คอยสนับสนุนและให้กำลังใจเขาอยู่เบื้องหลัง

เคลมมี่คอยเตือนให้เชอร์ชิลล์ทำตัวดีๆ ต่อคนรอบข้าง และไม่เอาแต่ใจตัวเอง หรือดุด่าคนอื่นอย่างไม่ไว้หน้า

ในขณะที่ลอร์ดฮาลิแฟกซ์และเชมเบอร์เลน ซึ่งร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรี ต่อต้านนโยบายแข็งกร้าวและพยายามประสานให้เกิดการลงนามในสัญญาสันติภาพ โดยผ่านทางสัมพันธภาพกับมุสโสลินี แต่เชอร์ชิลล์ยืนกรานว่าจะไม่ยอมจำนน เนื่องจาก “เราใช้เหตุผลกับเสือไม่ได้หรอก ขณะที่หัวเราอยู่ในปากมัน”

และพระเจ้าจอร์จที่หกทรงยอมรับในที่สุดว่า บุคคลเดียวที่ฮิตเลอร์กลัวที่สุดคือเชอร์ชิลล์ ซึ่งนั่นเป็นจุดแข็งของอังกฤษในสงครามครั้งนี้

และเมื่อวินสตันเกิดความไม่แน่ใจกับท่าทีแข็งกร้าวของเขา ก็ทรงบอกให้เขา “ฟังเสียงประชาชน”

ซึ่งหนังก็นำเสนอ “การสำรวจประชามติ” ของเชอร์ชิลล์ให้เราดูในตอนที่วินสตันผลุนผลันลงจากรถส่วนตัว ไปนั่งรถใต้ดิน และเปิดการอภิปรายย่อยๆ ในหมู่คนอังกฤษที่มีเลือดรักชาติเต็มเปี่ยม

หนังมีอารมณ์ขันประปรายด้วยคารมคมกริบ อารมณ์แปรปรวนและบุคลิกอันแรงกล้าของเชอร์ชิลล์ รวมทั้งความไร้เดียงสาของเขาในหลายๆ เรื่อง อย่างเช่น สัญลักษณ์ประจำตัวที่เขาชูสองนิ้วขึ้นเป็นตัววี สำหรับ “ชัยชนะ” หรือ Victory ครั้งแรกที่เชอร์ชิลล์ทำต่อหน้าสาธารณะ โดยมีช่างภาพจับภาพไว้นั้น เป็นตัววีที่หันหลังมือออก ซึ่งวินสตันผู้มาจากชนชั้นสูง ไม่รู้ว่าการชูสองนิ้วแบบนั้นเป็นคำด่าอย่างหยาบคายในหมู่ชนชั้นล่าง

หนังมีฉากหนึ่งที่เชอร์ชิลล์เข้าห้องน้ำเพื่อต่อสายไปหาประธานาธิบดีรูสเวลต์ของสหรัฐ เพื่อที่จะพบว่าอังกฤษแทบจะโดดเดี่ยวอยู่ในเหตุการณ์คับขันเฉพาะหน้าครั้งนี้ เนื่องจากอเมริกาเพิ่งออกกฎหมายใหม่ว่าด้วยการวางตัวเป็นกลาง และรูสเวลต์ถูกมัดมือไว้ไม่สามารถส่งกำลังมาช่วยอังกฤษได้เลย

หนังมีคำคมดีๆ หลายประโยค ทั้งจากปากเชอร์ชิลล์และจากคนอื่นๆ และทิ้งท้ายด้วยประโยคที่มีความหมายน่าจดจำเป็นความว่า

“ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ความล้มเหลวไม่ใช่เรื่องร้ายแรงถึงขั้นตาย สำคัญอยู่ที่ความกล้าหาญที่จะเดินหน้าต่อไป” (Success is not final; failure is not fatal. It is the courage to continue that counts.)

และความกล้าหาญที่จะเดินหน้าต่อไปนั้น คือมรดกที่ วินสตัน เชอร์ชิลล์ ให้ไว้แก่โลกอย่างที่เรารู้จักนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย
‘ขอให้ความจริงปรากฏ’ ชุติมา นวลพลับ สู้มาราธอน ทวงงานศิลป์ ‘พระพุทธบาท’
‘ฝ่ายอนุรักษนิยม (กว่า)’ ประสานเสียง วิพากษ์ ‘การเมืองวิปริต’ ใต้ ‘รธน.2560’