เสริมกำลังใจ ‘เศรษฐา’ มหา’ลัย CLAREMONT มอบรางวัล ‘ศิษย์เก่า’ คนไทยคนแรก ทำคุณประโยชน์แก่มาธารณะ

รายงานพิเศษ
เสริมกำลังใจ ‘เศรษฐา’
มหา’ลัย CLAREMONT
มอบรางวัล ‘ศิษย์เก่า’ คนไทยคนแรก
ทำคุณประโยชน์แก่มาธารณะ
นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล The President’s Award of Service จาก Claremont Graduate University
“ในฐานะศิษย์เก่า ผมถือว่ารางวัลนี้มีคุณค่ากับผมอย่างมาก รางวัลนี้จะเป็นเครื่องย้ำเตือนให้ผมทำงานเพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น และเพื่อให้สมกับรางวัลที่ได้รับมา ผมตั้งเป้าขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลงสังคม ให้ทุกคนมีสิทธิมนุษยชนที่เท่าเทียม แน่นอนว่า ที่ผ่านมาผมได้แสดงจุดยืนร่วมกับทุกคนในการผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม และเมื่อเดือนที่แล้ว พ.ร.บ.ฉบับนี้ ผ่านแล้วครับ ผมภูมิใจที่ได้เห็นคู่รักทุกคู่ในประเทศไทยมีรักและสิทธิที่เท่ากัน ซึ่งนี่เป็นเพียงเรื่องหนึ่งเรื่องจากหลายเรื่องที่ผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาลอยากผลักดัน วันนี้ การทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของผมยังเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น”
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยความรู้สึกกับทีมมติชนสุดสัปดาห์ หลังจากได้รับรางวัล The President’s Award of Service
ซึ่งนายกฯ เศรษฐา ได้เปิดตึกไทยคู่ฟ้า พบกับคณะผู้บริหารและผู้แทนจากมหาวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาแคลร์มอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา (Claremont Graduate University) และรับมอบรางวัล The President’s Award of Service ในฐานะศิษย์เก่าที่ทำคุณประโยชน์แก่สาธารณะ ส่งเสริมการพัฒของมนุษยชาติ และสนับสนุนสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา
โดยนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ถือเป็นศิษย์เก่าคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งภายในงานมีคณะผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเข้าร่วมหารือรวม 14 ท่าน โดยมีศิษย์เก่าชาวไทยที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากมายหลากหลายวงการเข้าร่วม
นายกฯ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจ และแน่นอนว่ารู้สึกดีใจด้วย เนื่องจากไม่เคยได้รับรางวัลเหล่านี้มาก่อน ซึ่งการที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีและได้รางวัลนี้ถือว่าเป็นรางวัลที่มีคุณค่ามากอย่างหนึ่ง แต่ส่วนตัวมองว่าการที่จะได้รับการยอมรับ เราจะต้องได้ทำอะไรมาบ้างพอสมควร
“ผมเองก็ต้องมีความซื่อตรงต่อตัวเองว่าภารกิจเรายังอยู่ระหว่างการดำเนินการ เนื่องจากเราเพิ่งเป็นรัฐบาลได้เพียงแค่ปีเดียว ก็หวังว่า หลังจากช่วงที่จบเทอมแล้ว ในเรื่องของความรู้สึกที่ได้รับรางวัลนี้คงจะมีความภูมิใจมากกว่านี้”

นายเศรษฐาเล่าย้อนความหลังสมัยศึกษาที่ Claremont Graduate University ว่าช่วงนั้นหากใครที่จบปริญญาตรีแล้ว หลายๆ ท่านพยายามที่จะออกไปหาประสบการณ์ ไปทำงานก่อน เพื่อจะได้มาสมัครเรียนมหาวิทยาลัยที่ดีๆ ต่อ เนื่องจากอยู่ในข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยว่าต้องมีประสบการณ์การทำงาน แต่ตัวผมเองในตอนนั้นผมอยู่ที่ต่างประเทศมานานมากแล้ว และผมก็ไม่อยากที่จะทำงานแล้วค่อยกลับไปเรียนต่อ ผมอยากที่จะกลับบ้าน กลับประเทศไทยทีเดียว ผมเลยเลือกที่จะศึกษาต่อให้จบ
ผมก็สมัครมาที่ Claremont Graduate University ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่ดี และในข้อกำหนดของทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องทำงานมาก่อน ก็ถือว่าเป็นโชคที่ดีในตอนนั้นที่เขารับและให้เข้าศึกษาได้
สำหรับบรรยากาศตอนนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และถือว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่ดี อยู่นอกเมือง อยู่ห่างไกลจากย่านความเจริญแถบลอสแองเจลิสประมาณ 45 นาที ทำให้เราซึบซับบรรยากาศการใช้ชีวิตในโรงเรียนได้อย่างเต็มที่ ได้ใช้ชีวิตนักเรียนที่เหมาะสม ไม่ต้องอยู่กับแสงสีเสียง
ที่สำคัญในย่านดังกล่าวเป็นจุดที่มีสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง 5 แห่งอยู่ในย่านใกล้ๆ กัน ซึ่งแต่ละแห่งมีนักเรียนประมาณ 2-3 พันคน ซึ่งเป็นจำนวนที่กำลังเหมาะสม และถือว่าเป็น Ivy League of the west หรือกลุ่มของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของสหรัฐอเมริกา ในย่านดังกล่าวอีกด้วย
ผมเอง ผมจำได้ว่าการตั้งชื่อถนนในมหาวิทยาลัย อาทิ Cornell, Harvard, Yale เป็นต้น โดยถือว่าเป็นโรงเรียนที่มีสภาพแวดล้อมที่น่ารักและอบอุ่น ซึ่งในช่วงนั้นที่ผมได้เข้าไปศึกษาถือว่ายังเป็นเด็กอยู่ อายุประมาณ 22 ปี รู้สึกได้ว่าเป็นบรรยากาศที่ดี อบอุ่น รู้สึกถึงความเป็นครอบครัว ที่เราสามารถเข้าถึงศาสตราจารย์ คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ได้เต็มที่
ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี และความอบอุ่นนี้ทำให้เราปรับตัวได้ในตอนเรียนอย่างดีมากๆ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ซึ่งจากการหารือกับคณาจารย์ที่มาพบในวันนี้ก็เล็งเห็นว่า อยากให้มีการส่งเสริมนักเรียน-นักศึกษาไทยไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศมากขึ้น ผมเชื่อว่า ชื่อเสียงของ Claremont Graduate โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน MBA ที่มีสำนักของ Peter F Drucker ซึ่งเป็นปรมาจารย์ด้านการจัดการบริหารองค์กรธุรกิจสมัยใหม่ ที่มีชื่อเสียงมาก ผมเชื่อว่าที่สถาบันแห่งนี้จะสามารถผลักดันนักเรียนได้อย่างดียิ่ง
ด้าน Dr. Michelle Bligh ตำแหน่ง Executive Vice President Claremont Graduate University กล่าวว่า เป็นเกียรติที่พบกับนายกรัฐมนตรี และยินดีที่หนึ่งในผู้สำเร็จการศึกษาของ Claremont Graduate University ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในประเทศไทย ถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาไทยปัจจุบันของ Claremont Graduate University
พร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่สร้างเส้นทางสู่อนาคต และทำในสิ่งที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้อื่น และขอให้นายกรัฐมนตรีสนับสนุนเพื่อสร้างโอกาสให้ผู้นำไทยในอนาคตได้มีโอกาสศึกษาที่ Claremont Graduate University มากขึ้น
“เรามีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงมากมายทั่วโลก ประมาณ 24,000 คน แต่เห็นได้ชัดว่าการทำงานนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) เป็นการทำงานที่ยอดเยี่ยม เขากำลังแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่เราต้องการให้บัณฑิตของเราทุกคนมีในจุดนี้ คือในเรื่องของการตอบแทนสังคม และนั่นคือความสำคัญของรางวัล presidential’s award service ซึ่งพวกเรารู้สึกภาคภูมิใจในนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ที่ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลงสังคม และถือว่าเป็นผู้นำระดับโลก ในการพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราภาคภูมิใจมาก และเราภูมิใจกับนักเรียนไทยที่ได้ศึกษาที่ Claremont Graduate University ทุกท่าน”
นอกจากนี้ Dr. Michelle Bligh ชื่นชมพัฒนาการของไทยในด้านสิทธิมนุษยชน เช่น การผ่านร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมา เป็นต้น
นอกจากนี้ ไทยและสหรัฐยังมีความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันที่ใกล้ชิด โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การค้าการลงทุน และความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานของนายกรัฐมนตรีมีส่วนสำคัญสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ด้าน นายวทัญญู สุขเสงี่ยม ผู้แทนศิษย์เก่า Claremont Graduate University ในประเทศไทย กล่าวเป็นเกียรติที่ได้พบนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พร้อมชื่นชมความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรี ซึ่งสะท้อนค่านิยมของ Claremont Graduate University ที่ว่า Multa lumina lux una หรือ Many lamps, one light พร้อมขอบคุณสำหรับความทุ่มเทของนายกรัฐมนตรี นำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่ชาวไทย และผู้สำเร็จการศึกษาจาก Claremont Graduate University ทุกคน
โดยพร้อมให้ความร่วมมือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนให้นักศึกษาไทยได้มีโอกาสไปศึกษาต่อยัง Claremont Graduate University มากขึ้น
ทั้งนี้ Claremont Graduate University มีการมอบรางวัลให้แก่ศิษย์เก่าที่ทำคุณประโยชน์ในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2518 โดยรางวัล The President’s Award of Service จะพิจารณามอบแก่บุคคลที่ทำคุณประโยชน์แก่สาธารณะ ส่งเสริมการพัฒนาของมนุษยชาติ และสนับสนุนสิทธิมนุษยชน
โดยนายกรัฐมนตรีเศรษฐาถือเป็นศิษย์เก่าคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว
ชมคลิป
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
