bg-single

ปิดตำนาน 133 ปี กูดิสันปาร์ก กับก้าวใหม่ของเอฟเวอร์ตัน

24.05.2025

ศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2024-2025 ขมวดปม พร้อมกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับสโมสร เอฟเวอร์ตัน

เนื่องจากตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป ทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินจะย้ายรังเหย้าไปยังสนามแห่งใหม่ที่ท่าเรือแบรมลีย์มัวร์ เมืองลิเวอร์พูล ความจุ 52,888 ที่นั่ง ซึ่งใช้งบประมาณในการสร้างราว 750 ล้านปอนด์ (33,000 ล้านบาท)

ส่วน กูดิสันปาร์ก รังเหย้าเดิมของทีมนั้น เดิมเป็นที่ถกเถียงกันว่าจะทุบทิ้งหรือเก็บเอาไว้ สุดท้ายสโมสรก็ประกาศว่ากูดิสันปาร์กจะกลายเป็น “บ้าน” หลังใหม่แบบถาวรของทีมฟุตบอลหญิงของเอฟเวอร์ตัน ซึ่งจะทำให้พวกเธอกลายเป็นทีมหญิงที่มีรังเหย้าใหญ่ที่สุดในวงการลูกหนังเมืองผู้ดีทันที จากที่ปัจจุบันใช้สนามวอลตัน ฮอลล์ ปาร์ก ความจุรวม 2,200 คน และมีเพียง 500 ที่นั่งเท่านั้น

ส่วนทีมฟุตบอลชายของเอฟเวอร์ตันซึ่งใช้กูดิสันปาร์กเป็นรังเหย้ามานาน 133 ปี ลงสนามนัดสุดท้ายที่บ้านหลังเก่าของพวกเขาไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม

เป็นการสั่งลาอย่างสมศักดิ์ศรีด้วยการเอาชนะเซาธ์แฮมป์ตัน ทีมบ๊วยของตาราง 2-0

 

ทั้งก่อนและหลังเกม ทั้งนักเตะ สตาฟฟ์โค้ช เจ้าหน้าที่ และแฟนบอลของสโมสร ต่างมีพิธีเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่และอิ่มเอม

ชาวเอฟเวอร์โตเนียนต่างมุ่งหน้าสู่กูดิสันปาร์ก ขอให้ได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศครั้งสุดท้าย แม้ไม่มีตั๋วเข้าชมการแข่งขัน โดยสวมชุดเก่งสีน้ำเงิน อีกทั้งอุปกรณ์เชียร์ ผ้าพันคอ ธง และพลุแฟลร์ เพื่อย้อมย่านเมอร์ซีย์ไซด์ให้เป็นสีน้ำเงิน

เมื่อจบการแข่งขัน แฟนบอลต่างก็ฉลองชัยชนะไปพร้อมๆ กับการอำลาบ้านอันแสนผูกพันของพวกเขา ขณะสกอร์บอร์ดเผยคลิปวิดีโอข้อความจากบรรดาคนดังในวงการลูกหนังเมืองผู้ดี เพื่อบอกเล่าความทรงจำของตัวเองที่มีต่อกูดิสันปาร์ก

จากนั้นเป็นขบวนพาเหรดของอดีตนักเตะของสโมสรกว่า 70 คน ที่มีเสียงไวโอลินบรรเลงเพลงธีมสโมสร “Z Cars” เรียกน้ำตาจากแฟนๆ

 

อดีตนักเตะทอฟฟี่เมนเดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อร่วมพิธีอันทรงเกียรตินี้ อาทิ แกรี่ สตีเว่นส์ ที่เคยร่วมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 กับทีม 2 สมัย รวมถึงแชมป์เอฟเอคัพ และคัพวินเนอร์สคัพ บินมาจากออสเตรเลียเช่นเดียวกับ ทิม เคฮิลล์ ส่วน พอล ไรด์เอาต์ ผู้ทำประตูชัยให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพปี 1995 มาจากสหรัฐอเมริกา, บ๊อบ แลตช์ฟอร์ด อดีตดาวยิงของทีมมาจากเยอรมนี

ขณะที่ตำนานแข้งชาวสก๊อต แกรม ชาร์ป ที่แม้จะเคยจบกันไม่ดีสมัยร่วมบอร์ดบริหารก็กลับมา เช่นเดียวกับ เวย์น รูนีย์ อดีตวันเดอร์คิดของทีม ซึ่งได้รับการปรบมือต้อนรับอย่างกึกก้อง แม้ว่าตอนที่เขาย้ายไปอยู่กับทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในอดีตนั้นเคยสร้างแผลใจให้กับแฟนๆ ทอฟฟี่อย่างมากก็ตาม

โดยรูนีย์เป็นหนึ่งในคนที่สร้างโมเมนต์แห่งความทรงจำไว้ที่กูดิสันปาร์ก กับประตูสุดสวยที่ยิงอาร์เซนอลเป็นการแจ้งเกิดในวัย 16 ปี อย่างเต็มตัว

เรียกว่าอะไรที่เคยกินแหนงแคลงใจกันในอดีต วันนั้นทุกคนต่างลืมเรื่องร้ายๆ ไปหมดเพื่อเฉลิมฉลองให้กับความทรงจำสุดท้ายที่กูดิสันปาร์ก

 

สําหรับ 133 ปีที่กูดิสันปาร์ก ทีมฟุตบอลชายของเอฟเวอร์ตันทำสถิติลงสนาม 2,789 นัด ชนะ 1,538 นัด เสมอ 660 นัด แพ้ 591 นัด ยิงได้ทั้งหมด 5,370 ประตู โดนยิง 3,028 ประตู

สถิติชนะต่อเนื่องที่กูดิสันปาร์กยาวนานที่สุดคือ 17 นัด ระหว่างเดือนตุลาคมปี 1930 ถึงเมษายนปี 1931 และสถิติไร้พ่ายที่สนามแห่งนี้คือ 43 นัด ระหว่างเดือนกันยายน 1961 ถึงเดือนสิงหาคม 1963

ตลอดระยะเวลา 133 ปี มีนักเตะเอฟเวอร์ตันลงเล่นที่สนามแห่งนี้ 856 คน คนที่ลงสนามมากที่สุดให้ทีมคือ เนวิลล์ เซาธอลล์ รวม 376 นัด และดาวยิงสูงสุดที่สนามแห่งนี้คือ ดิกซี่ ดีน ตำนานสโมสร ทำไว้ 241 ประตู

เดวิด มอยส์ กุนซือชาวสก๊อตที่กลับไปคุมทีมรอบสอง บอกว่า ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะได้รับเกียรติให้พาทีมก้าวสู่ยุคใหม่กับสนามแห่งใหม่ หลังจากฤดูกาลนี้ภารกิจหลักๆ คือการเอาตัวรอดจากการตกชั้น ก้าวต่อไปคือการยกระดับทีมให้ดีขึ้น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความสำเร็จลำดับที่สูงๆ ขึ้นไป โดยหวังจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก ฟรีดคิน กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจชาวอเมริกัน เจ้าของทีม

การย้ายไปสนามใหม่ที่มีความจุเพิ่มขึ้นหลักหมื่นนั้น หมายถึงโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อการพัฒนาทีมในระยะยาว

 

ความเคลื่อนไหวแรกสุดที่เกิดขึ้นในการเดินหน้าเรื่องธุรกิจกีฬา คือการขายลิขสิทธิ์ชื่อสนามแห่งใหม่ของพวกเขา โดยประกาศมาแล้วว่า สนามใหม่จะได้ชื่อว่า ฮิล ดิกกินสัน สเตเดี้ยม ตามชื่อบริษัทกฎหมายเก่าแก่อายุ 215 ปี ที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองลิเวอร์พูล

ข่าวบอกว่า เอฟเวอร์ตันทำสัญญาระยะยาวกับบริษัทกฎหมาย ฮิล ดิกกินสัน แลกกับเงินสนับสนุนปีละ 10 ล้านปอนด์ (440 ล้านบาท) นับเป็นสโมสรที่ 6 ของอังกฤษ (ต่อจาก อาร์เซนอล, บอร์นมัธ, เบรนท์ฟอร์ด, ไบรท์ตัน และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ที่ขายลิขสิทธิ์ชื่อสนาม

ประสาทีมเก่าแก่ที่เคยมีสนามเก่าแก่มายาวนาน เมื่อต้องเข้าสู่ยุคสมัยที่มีเรื่องเงินๆ ทองๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ได้รับฟีดแบ็กหลากหลายจากแฟนบอลของตัวเอง

บ้างไม่ชอบใจที่ต้องเอาชื่อของภาคเอกชนมาตั้งเป็นชื่อสนาม จากชื่อเดิมที่เคยคลาสสิคอย่างกูดิสันปาร์ก หรือชื่อท่าเรือแบรมลีย์มัวร์ก็ดีอยู่แล้ว

ขณะที่อีกฝั่งมองว่า บริษัทฮิล ดิกกินสัน เป็นบริษัทเก่าแก่ที่ทำประโยชน์ให้เมืองมายาวนาน ใช้ชื่อนี้ก็ไม่น่าเกลียดอะไร และยังดีกว่าไปใช้ชื่อที่ฟังแล้วเป็นธุรกิจจ๋าเสียอีก

ถือเป็นการประนีประนอมที่ยอมรับได้ เพื่อก้าวสู่อนาคตที่สดใสกว่าปัจจุบัน •

 

Technical Time-Out | SearchSri



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์