ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมืองมติชนทีวี
หมายเหตุ “ประกิต กอบกิจวัฒนา” ครีเอทีฟและนักออกแบบแคมเปญการเมือง ให้สัมภาษณ์กับรายการ “ประชาธิปไตย 2 สี” โดย “ใบตองแห้ง-อธึกกิต แสวงสุข” ทางช่องยูทูบมติชนทีวี ในประเด็นว่าด้วยอนาคตทางการเมืองระดับชาติของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ถ้าเราดูการเมืองภาพใหญ่ ผม (มีคำถาม) ว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปีเหรอ? แต่ต่อให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ไม่ครบวาระ คำถามคือ อาจารย์ชัชชาติจะมีพรรคการเมืองเองไหม? พรรคชัชชาติจะมีไหม? และถ้ามีจะถือกำเนิดอย่างไร?
การจะเป็นพรรคการเมืองระดับประเทศมันไม่ได้ง่าย วันนี้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครอาจารย์ชัชชาติมีพลัง แต่เรายังไม่เคยเห็นการสำรวจว่าในพื้นที่ต่างจังหวัด หรือพื้นที่ต่างๆ อาจารย์ชัชชาติอยู่ในหัวใจคนเหล่านั้นหรือเปล่า? ชื่อเสียงอาจจะมีอยู่บ้าง เคยได้ยินอยู่บ้าง แต่ความผูกพันในแง่ทางการเมืองภาพใหญ่ผมยังไม่แน่ใจ
แม้จะยังไม่รู้ว่าสูตรทางการเมืองจะเกิดขึ้นอย่างไร แต่ผมขออนุมานว่ามันน่าจะเกิดขึ้นจริง “พรรคชัชชาติ” หรือ “พรรคคนทำงาน”
เอาเข้าจริงๆ เราก็พูดกันเข้าเรื่องเลย ผมคิดว่า (ต่อให้เป็น) ระดับนายกรัฐมนตรี (แต่) ผลสุดท้าย การตัดสินใจใหญ่ๆ ล้วนมาจากคนในสังคมที่เป็น “คนข้างบน” นั่นแหละ
วันนี้สังคมไทยมันวิกฤตมากๆ คล้ายกับช่วงยุคปี 2540 ที่นักการเมืองไม่ค่อยฉายภาพของนักบริหารสักเท่าไหร่ มันจะไม่ตอบโจทย์ และโจทย์ที่กำลังท้าทายอย่างมากในตอนนี้คือเรื่องเศรษฐกิจและสังคมทั้งหมดมันรวมกันเป็นก้อนเดียว
เช่น เรื่องสังคมผู้สูงอายุที่กัดกินงบประมาณของประเทศ ยิ่งคนแก่เยอะ เด็กน้อย อนาคตยิ่งมีปัญหา
วันนี้ผมรู้สึกว่าหลายคนเรียกร้องอยากได้นายกรัฐมนตรีที่เป็นนักบริหารจริงๆ และเป็นนักแก้ปัญหา ซึ่งถ้าถามถึงคุณสมบัติแบบนี้ ผมว่าอาจารย์ชัชชาติตอบโจทย์
ด้วยภาพลักษณ์ที่เข้าได้กับทุกคน อันนี้ยิ่งกว่า “Grand Compromise” (การประนีประนอมใหญ่) (ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”) อีก ทั้งชนชั้นนำ กลุ่มทุน ไปจนถึงชาวบ้าน อาจารย์ชัชชาติได้ใจคนเหล่านี้ทั้งหมด แต่จะมีพรรคชัชชาติ หรือรวมกับพรรคอื่นๆ อันนี้ก็เป็นไปได้ ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้
ความเห็นส่วนตัว ผมว่านักการเมืองที่อยู่ในสภาตอนนี้ล้วนบอบช้ำทั้งหมด
แม้กระทั่งพรรคส้ม หรือแม้แต่ตัว “คุณเท้ง” (ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ) หัวหน้าพรรคประชาชนเองก็บอบช้ำมากมาย จากการตัดสินใจที่ผิดพลาดหลายๆ ครั้งของพรรค และการต้องออกมารับหน้าความผิดพลาดเหล่านี้ มันทำให้ภาพลักษณ์บอบช้ำ
เมื่อเป็นแบบนี้ ถ้าเรามองไปที่ภาพรวม จะเห็นว่านักการเมืองบอบช้ำทั้งสภาเลย ผลสุดท้าย เราเลยต้องการผู้เล่นหน้าใหม่เข้าไปเติมพลังให้สภา และวันนี้ ถ้ายิ่งมีการรัฐประหารล้มกระดานการเมือง จะยิ่งกระหน่ำซ้ำเติมประเทศเข้าไปอีก
เพราะฉะนั้น การทำงานการเมืองผ่านสภาที่อาจจะมี “ผู้เล่นหน้าใหม่” มี “พื้นที่ใหม่” ผมคิดว่าสิ่งนี้ยังเป็นไปได้มากกว่า
แต่ถ้า “พรรคชัชชาติ” จะเกิดขึ้นจริง คราวนี้ต้องเอาให้ชัดว่าจะตั้งพรรคขนาดกลางสัก 50 เสียง หรือจะจับมือกับพรรคส้มก็ได้ แต่ต้องถามด้วยว่าส้มจะมี “ใบอนุญาต” หรือเปล่า? ผมว่าอะไรก็เป็นไปได้ ถ้าชนชั้นนำให้ใบอนุญาตนั้นนะ
ถ้าย้อนกลับมาดูที่ฝั่ง “รัฐบาลอนุทิน (ชาญวีรกูล)” วันนี้ก็บอบช้ำเช่นกัน โดยเฉพาะประเด็นการคอร์รัปชั่น บวกกับฝีมือการแก้ไขเศรษฐกิจไม่ได้ดั่งใจคน ไม่ว่าจะคุณศุภจี (สุธรรมพันธุ์) หรือคุณเอกนิติ (นิติทัณฑ์ประภาศ) ประชาชนไม่ได้อินด้วยเท่าที่ควร
ยังไม่รวมประเด็นข้อกังขาอย่างโครงการ TH-AI Passport, คดีเขากระโดง และการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น ผมว่าล้วนแต่เป็นเรื่องใหญ่ และปัญหาเศรษฐกิจมันไม่ได้รอ ถ้าลองโผล่หัวออกไปนอก ครม. นอกทำเนียบ จะเห็นเลยว่ามันฝืดเคือง
ผมคิดว่าประชาชนนี่แหละที่จะกดดันรัฐบาล นี่ยังไม่รวมกรณีโครงการแลนด์บริดจ์ ปัญหาพลังงานอีกหลายเรื่อง ผมก็ยังมองว่ารัฐบาลอนุทินไม่น่าจะอยู่ได้นานขนาดนั้น
นี่ขนาดว่ามีใบอนุญาตนะ ซึ่งผมย้ำว่า ถ้ามีการรัฐประหารจะยิ่งเละเข้าไปใหญ่ และหากเกิดรัฐประหารจริงคุณจะไปเชิดใครมาอีก?

