bg-single

‘ภาษา’ (ที่คนทั่วไปฟังไม่รู้เรื่อง) กับ ‘การเมือง’ | ปราปต์ บุนปาน

23.05.2025

การก้าวข้ามพรมแดนทางวัฒนธรรม ไปสู่โลกอันไม่คุ้นเคย ไปสู่ภาษาใหม่ๆ ที่เราฟังไม่รู้เรื่อง นั้นสื่อถึงนัยยะความหมายอะไรได้บ้าง?

ด้านหนึ่ง นี่ย่อมหมายถึงการได้ออกเดินทางไปทำความรู้จักโลกกว้าง เพื่อตระหนักว่าโลกใบนี้ยังมีอะไรให้เราได้เรียนรู้อีกเยอะแยะ หรือตระหนักว่าความรู้และประสบการณ์ของเรานั้นคับแคบเพียงใด

หลายปีก่อน “บงจุนโฮ” ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งพาหนังเรื่อง “Parasite” คว้ารางวัลออสการ์ 4 สาขา รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับฯ ยอดเยี่ยม เคยออกมากระตุ้นเตือนคนดูหนังในโลกตะวันตกที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสื่อสาร และไม่นิยมดูหนังภาษาต่างประเทศไปพร้อมๆ กับการอ่านซับไตเติ้ล ให้ลองก้าวข้ามกำแพงดังกล่าว

เพราะหากก้าวข้ามพรมแดนภาษาได้ เราก็จะมีโอกาสรับชมภาพยนตร์ดีๆ อีกมากมายจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งหมายถึงการได้เรียนรู้วัฒนธรรม-วิถีชีวิต อันแตกต่างหลากหลายไปจากความคุ้นชินเดิมๆ ที่จำกัดจำเขี่ยของตน

กล่าวได้ว่า เรื่องนี้ถือเป็นประโยชน์หรือแง่มุมบวกๆ จากการทดลองก้าวข้ามพรมแดนทางภาษา

 

แต่อีกด้านหนึ่ง มนุษย์บางคนก็อาจเลือกใช้ภาษาที่สมาชิกร่วมสังคมส่วนใหญ่ฟังไม่เข้าใจ ฟังไม่ออก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาบางอย่าง

ดังที่เราทราบว่า สังคมมนุษย์นั้นถือกำเนิดขึ้นมาและขยับขยายขอบเขตออกไปได้ ผ่านการมี “ภาษากลาง” หรือ “ภาษาการค้า/ภาษาตลาด” ซึ่งชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปสามารถเรียนรู้ทำความเข้าใจได้ง่ายอย่างทั่วถึงกัน

กระทั่งภาษาดังกล่าวกลายสถานภาพเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ผู้คนนำมาใช้พูดคุยติดต่อกันในวิถีชีวิตประจำวัน ก่อเกิดสายสัมพันธ์ที่โยงใยถึงกันอย่างกว้างขวาง นำไปสู่การก่อตัวขึ้นของโลกทางเศรษฐกิจ โลกทางการเมือง มีการสร้างบ้านแปงเมือง สร้างอาณาจักร สร้างประเทศ สร้างรัฐชาติตามมา

ด้วยเหตุนี้ ในสังคมการเมืองยุคปัจจุบัน ถ้าใครเป็น “นักการเมืองของประชาชน” เป็น “นักการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชน” หรือเป็น “นักการเมืองที่ต้องรับผิดรับชอบต่อประชาชน” พวกเขาก็พึงต้องสื่อสารพูดจาด้วยภาษาที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนั้นๆ ฟังออกและเข้าใจได้ตรงกัน

ยิ่งเป็น “นักการเมืองที่มีชนักปักหลัง” ยิ่งต้องหมั่นสื่อสารทำความเข้าใจกับสาธารณชนอย่างกระจ่างแจ้ง มิใช่จงใจใช้ “ภาษาต่างประเทศ” (ไม่ใช่ภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ) เพื่อหลบเลี่ยงการตอบคำถามกับสื่อมวลชน สร้างความสับสนให้ประชาชนเจ้าของประเทศ หรือแกล้งชาวบ้านให้งุนงงเล่น

นักการเมืองที่เลือกใช้ “แท็กติกทางภาษา” ข้างต้น จึงถือเป็นนักการเมืองที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ไม่ได้มีสถานะเป็นตัวแทนของประชาชน และไม่น่าจะรับผิดรับชอบต่อประชาชนได้จริงๆ

เป็นนักการเมืองที่ไม่น่าเคารพและไม่มีคุณค่าในตัวเอง

 

ยิ่งกว่านั้น การเลือกสื่อสารหรือประกอบพิธีกรรมบางประเภทด้วยภาษาที่คนส่วนใหญ่ในสังคมไม่ใช้กัน ยังอาจหมายถึงการใช้ภาษาเป็นเครื่องมือแสดงสถานะว่าตนเองมีความสูงส่ง ศักดิ์สิทธิ์ เหนือกว่าผู้คนธรรมดาทั่วๆ ไป

ผ่านการเอื้อนเอ่ย “ภาษาศักดิ์สิทธิ์” ที่คนส่วนใหญ่ในบ้านเมืองนั้นๆ ฟังไม่เข้าใจ

นี่ย่อมทำให้ผู้พูดจาด้วย “ภาษาพิเศษ” แลดู “สูงศักดิ์” กว่าสามัญชนผู้ใช้ภาษาบ้านๆ ตลาดๆ จำนวนมาก แต่ในทางกลับกัน “ผู้สูงศักดิ์” ดังกล่าว ก็มีแนวโน้มที่จะไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชน (ดังได้กล่าวไปแล้ว)

ถ้านักการเมืองบางคนทำตัวสูงศักดิ์ พูดจาเพี้ยนๆ ด้วยภาษาแปลกๆ อยู่แค่คนเดียว (กับเงาตัวเองในกระจก) ตามลำพัง นี่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจสักเท่าใดนัก

แต่สถานการณ์จะน่ากังวลทันที หากนักการเมืองคนนั้นมีเครือข่ายผู้ทรงอำนาจหลายคนคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เพราะนั่นหมายความว่า ผู้มีอำนาจทั้งหลายก็จะพลอยหลุดลอยออกจากประชาชนตามไปด้วย

นักการเมืองที่แปลกแยกจากประชาชน ย่อมไม่ใช่นักการเมืองที่ดี และยากที่จะรักษาอำนาจอันสูงล้นของพวกตนเอาไว้ได้อย่างยั่งยืนตลอดรอดฝั่ง •

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ
‘เห่เรือ’ ไม่มี สมัยอยุธยา
FACING EL CHAPO | ‘จับตัวเจ้าพ่อ’