bg-single

เหรียญรูปเหมือน รุ่นแรก หลวงพ่อทา วัดอภิสิทธิ์ พระเกจิผู้รอบรู้ขนบอีสาน

29.06.2025

โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ

[email protected]

“พระราชศีลโสภิต” หรือ “หลวงปู่ทา พุทธสโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดอภิสิทธิ์ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม และอดีตเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เป็นอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่อีกรูป ที่มีความรอบรู้ด้านวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอีสาน

มีความเชี่ยวชาญการนิพนธ์หนังสือคาถาธรรมบทบาลี-ไทย ตำนานพระปริตร รวมทั้งรอบรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นอย่างดี

มีผลงานปรากฏต่อสาธารณชนวงกว้างอย่างมากมาย ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระนักปราชญ์อีกรูปภาคอีสาน

ตลอดชีวิตมุ่งมั่นอยู่กับการค้นคว้าคัมภีร์โบราณและวรรณกรรมพื้นบ้านอีสาน รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ เป็นคุณูปการต่อชนรุ่นหลัง

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นพระนักปราชญ์ แต่ก็ได้จัดสร้างวัตถุมงคลออกมาหลายรุ่น ที่ได้รับความนิยมเป็นสุดยอดปรารถนาของบรรดาศิษยานุศิษย์และนักสะสมนิยมพระเครื่อง คือ เหรียญรูปเหมือน รุ่นแรก สร้างในปี 2514

รุ่นนี้ จัดสร้างในวาระที่ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช โดยคณะศิษยานุศิษย์และญาติโยมที่เลื่อมใสศรัทธามีความประสงค์จัดสร้างเหรียญวัตถุมงคล เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญนี้ จึงได้ร่วมกันจัดสร้างและมอบให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานฉลองสมณศักดิ์

จำนวนการสร้างไม่เกิน 3,000 เหรียญ เป็นเนื้อกะไหล่ทองอย่างเดียว ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ มีหูห่วง เป็นเหรียญยกขอบ

ด้านหน้าเหรียญ ตรงกลางเป็นรูปพระพุทธปางมารวิชัย นั่งบนอาสนะ ที่ใต้อาสนะด้านล่างมีอักขระเขียนว่า “โพ พุทธ ธะโล พิ อิ” เป็นยันต์หัวใจพระพุทธเจ้าเด่นในทุกด้าน

ด้านหลังเหรียญยกขอบ บริเวณด้านขวามีอักษรเขียนว่า “๕ ธ.ค.” ด้านซ้ายของเหรียญเขียนว่า “๒๕๑๔” เป็นวันเดือนปีที่ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ ตรงกลางเหรียญเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์ หันหน้าตรง ใต้รูปเหมือนเขียนคำว่า “พระราชศีลโสภิต”

ประกอบพิธีพุทธาภิเษกเดี่ยวภายในอุโบสถนานแรมปี ด้วยพลังจิตที่แก่กล้า

ผู้ที่มีเหรียญนี้ไว้ในครอบครอง ต่างมีประสบการณ์อัศจรรย์มากมาย ส่งผลให้ได้รับความนิยม กระแสเริ่มแรง ด้วยศิษยานุศิษย์ต่างเริ่มเช่าหาเก็บกันไว้ ทำให้เริ่มหายากขึ้น

มีนามเดิมว่า ทา ไชยโยชน์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2537 ณ บ้านใต้นางใย ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม

ชีวิตในวัยเด็ก ได้ช่วยครอบครัวอย่างขยันขันแข็ง จนเมื่ออายุย่าง 15 ปี จึง ขอให้บิดาพาไปบรรพชา ณ วัดใต้นางใย

พ.ศ.2458 เมื่ออายุครบบวช เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดใต้นางใย โดยมีพระครูโยคีอุทัยทิศ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า พุทฺธสโร

ด้วยความมุ่งมั่นอยากศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างลึกซึ้ง จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนในระดับสูงขึ้น ณ สำนักเรียนวัดสระเกศฯ

พ.ศ.2465 สอบได้นักธรรมชั้นตรี

พ.ศ.2468 สอบได้นักธรรมชั้นโท พร้อมกับสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค

พ.ศ.2470 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค

พ.ศ.2481 สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค

ขณะกำลังศึกษาอยู่ในสำนักเรียนวัดสระเกศฯ ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นครูสอนนักธรรม-บาลีธรรม ควบคู่ไปด้วย

ต่อมา พ.ศ.2481 เดินทางกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดอภิสิทธิ์ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม ด้วยความที่มีความรู้สูง ได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ให้ดำรงตำแหน่งเป็นรองเจ้าอาวาส

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2484 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ ในราชทินนามที่ พระครูสรคณาจารย์

อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ไม่เคยขาดตกบกพร่อง พ.ศ.2494 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองมหาสารคาม

พ.ศ.2494 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสรญาณมุนี

พ.ศ.2507 ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม

พ.ศ.2515 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชศีลโสภิต

พระราชศีลโสภิต (ทา พุทธสโร)

นอกจากรับผิดชอบงานปกครองคณะสงฆ์ตามหน้าที่แล้ว ตลอดชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง ใฝ่เรียนรู้ค้นคว้าอยู่ตลอดเวลา ให้ความสนใจศึกษาอักขระโบราณ จนเกิดความชำนาญอ่านเขียนตัวอักษรขอม ลาว ไทยน้อย ได้อย่างแตกฉาน

รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอีสาน วรรณกรรมท้องถิ่น คัมภีร์โบราณต่างๆ ไว้เป็นหมวดหมู่ สะดวกต่อการศึกษาค้นคว้า

เป็นเจ้าสำนักศาสนศึกษาวัดอภิสิทธิ์ ให้ความสำคัญกับการศึกษาของพระภิกษุสามเณร เนื่องจากส่วนใหญ่ล้วนมาจากครอบครัวที่ยากจน สำนักศาสนศึกษาวัดอภิสิทธิ์ จึงเปิดการเรียนการสอนนักธรรม-บาลี พระปริยัติธรรม แผนกสามัญ และการศึกษาผู้ใหญ่

นอกจากนี้ ยังเป็นพระนักพัฒนา มีผลงานด้านสาธารณูปการจำนวนมาก อาทิ เป็นประธานดำเนินการก่อสร้างอุโบสถวัดอุทัยทิศ ศาลาการเปรียญ รวมทั้งเสนาสนะอีกมากมาย ทำให้วัดอภิสิทธิ์มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว

ด้วยวัตรปฏิบัติที่เสมอต้นเสมอปลาย ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว ในแต่ละวันจะมีญาติโยมจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบนมัสการ รับฟังธรรม รวมทั้งรับวัตถุมงคลเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก ปี 2514 เป็นจำนวนมาก

ในช่วงบั้นปลายชีวิต อาพาธบ่อยครั้งด้วยโรคชรา สุดท้ายมรณภาพลงด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2525 สิริอายุ 89 ปี พรรษา 68



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์