bg-single

เลิกกั๊กแล้วพักก่อน มองออกจาก Deadlock ทางการเมืองไทย หันมองการเมืองโลกกับการปฏิรูปสวัสดิการ

08.07.2025

ฝนไม่ถึงดิน | ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

เลิกกั๊กแล้วพักก่อน

มองออกจาก Deadlock ทางการเมืองไทย

หันมองการเมืองโลกกับการปฏิรูปสวัสดิการ

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาความผันแปรของการเมืองไทย ตั้งแต่การลาออกของพรรคภูมิใจไทย

การชุมนุมของกลุ่มที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่

คำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีโดยศาลรัฐธรรมนูญ อันนำสู่การรักษาการนายกรัฐมนตรีของคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

หากถามผมตอนนี้ต้องเรียนตามตรงว่าแม้จะติดตามการเมืองมาหลายปีก็ต้องบอกว่าเงื่อนไขปัจจุบันมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง

ทั้งมิติผลประโยชน์ที่เห็นชัด รัฐพันลึก หรือชุดอุดมการณ์ทางการเมือง

ในบทความนี้ผมจะพาออกจากวังวนการเมืองไทยและชวนทุกท่านติดตามการเมืองในพื้นที่ที่เราอาจไม่คุ้นเคยนักที่ “ลิทัวเนีย”

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณเกศนคร พจนวรพงษ์ โฆษกทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้ร่วมเดินทางไปประชุมเครือข่ายสังคมนิยมประชาธิปไตยภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิ FES ที่ประเทศเยอรมนี โดยได้รายงานประเด็นที่น่าสนใจว่าในประเทศลิทัวเนียกำลังมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองที่สำคัญ

เพราะการเลือกตั้งที่จะมีเร็วๆ นี้ผู้ที่ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดคือ Vilija Blinkevičiūtė ซึ่งผมขอเรียกต่อไปว่า คุณ “วิลิญา” ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงประกันสังคมและแรงงาน

และผลงานสำคัญที่ทำให้นักการเมืองมากประสบการณ์ท่านนี้ได้รับความนิยม คือการเพิ่มบำนาญประชาชน!

ซึ่งฟังแล้วดูแปลกมากเพราะหลายประเทศในสหภาพยุโรปหมกมุ่นกับวิธีการลดบำนาญในเงื่อนไขต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายอายุเกษียณ เลือกรับบำเหน็จ เปลี่ยนวิธีการจ่าย ฯลฯ ทุกวิถีทางให้จ่ายบำนาญน้อยลง

แต่สิ่งที่คุณ “วิลิญา” ทำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือการสวนกระแสด้วยการเพิ่มบำนาญ

ส่งผลให้เธอได้รับความนิยม ทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มคนรุ่นใหม่

ลิทัวเนียมีประวัติศาสตร์การเมืองที่ยาวนานและซับซ้อน

เริ่มจากยุคกรุงลิทัวเนียใหญ่ในศตวรรษที่ 13-18 ที่เคยเป็นจักรวรรดิขนาดใหญ่ในยุโรปตะวันออก ต่อมาได้รวมตัวกับโปแลนด์เป็นสหรัฐโปแลนด์-ลิทัวเนีย

หลังจากล่มสลาย ลิทัวเนียตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิรัสเซีย แล้วจึงถูกยึดครองโดยสหภาพโซเวียตในปี 1940-1990 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการกดขี่ทางการเมืองและวัฒนธรรม

ลิทัวเนียเป็นประเทศแรกในสหภาพโซเวียตที่ประกาศอิสรภาพในปี 1990 และได้เข้าร่วม NATO และสหภาพยุโรปในปี 2004

ในด้านระบบสวัสดิการ ประกอบด้วยการดูแลสุขภาพถ้วนหน้า การศึกษาฟรีทุกระดับ การคุ้มครองแรงงานที่เข้มงวด และระบบบำนาญแห่งรัฐ ลิทัวเนียนำแนวคิดจากยุโรปเหนือมาปรับใช้ รักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจตลาดเสรีและการแทรกแซงของรัฐ เน้นความเท่าเทียมทางสังคมและสนับสนุนสหภาพแรงงาน

ระบบบำนาญในลิทัวเนียคล้ายๆ ไทยและหลายพื้นที่ในยุโรป กล่าวคือ มีระบบบำนาญเสาแรกคือสวัสดิการของรัฐโดยรวมถึงประกันสังคม

สวัสดิการเสาที่สองคือเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ส่วนเสาที่สามเป็นภาคสมัครใจ

โดยเสาแรกนี้จะทำให้ได้รับบำนาญโดยเฉลี่ย 25,000 บาทต่อเดือน ทั้งฟรีแลนซ์ พนักงานประจำ ผู้ประกอบการ หรืออาชีพอิสระต่างๆ

“วิลิญา” มีส่วนสำคัญในการปรับระบบบำนาญเสาแรกของลิทัวเนียให้ได้ผ่านการปฏิรูปครั้งสำคัญในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2018 ที่ปรับโครงสร้างพื้นฐานของระบบทั้งหมด

การปฏิรูปปี 2018 ได้นำเข้าโครงสร้างบำนาญแบบใหม่ที่แบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ “ส่วนทั่วไป” หรือเงินพื้นฐานสำหรับทุกคน ที่มาแทนที่ระบบระยะเวลาการทำงาน การปฏิรูปนี้ยังได้แนะนำระบบคะแนนบำนาญและการปรับดัชนีใหม่ เพื่อให้การคำนวณบำนาญมีความยุติธรรมและโปร่งใสมากขึ้น

การปรับปรุงระบบคำนวณบำนาญก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของการปฏิรูป

โดยรัฐมนตรีกระทรวงสวัสดิการสังคมได้ประกาศว่าวิธีการกำหนดบำนาญพื้นฐานใหม่นี้จะสามารถลดความยากจนในหมู่ผู้สูงอายุได้ถึง 25%

รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้บำนาญรวม (ทั้งเสาแรกและเสาสอง) คิดเป็น 50% ของเงินเดือนเฉลี่ยของประเทศ แม้ว่าจะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ 60%

ในปี 2025 ได้มีการปรับปรุงตัวเลขสำคัญต่างๆ เช่น ค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนเพิ่มเป็น 1,038 ยูโร และเงินเดือนเฉลี่ยรายเดือนอยู่ที่ 2,108.88 ยูโร รวมถึงการปรับปรุงสูตรการคำนวณจำนวนเงินที่ไม่ต้องเสียภาษี

ผลจากการปฏิรูปเหล่านี้ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพและความโปร่งใสมากขึ้น การเชื่อมโยงระหว่างการสมทบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับชัดเจนกว่าเดิม และช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนระยะยาวของระบบเพื่อรับมือกับปัญหาประชากรสูงอายุ

เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า ประเทศเล็กๆ ที่มีความฝันทะเยอทะยานในการปฏิรูปสังคม และเดินหน้าสู่ระบบรัฐสวัสดิการเต็มรูปแบบ การปฏิรูปเพียงแค่ปรับระบบแต้มบำนาญและปรับดัชนีที่ใช้คำนวณใหม่ สามารถทำให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีขึ้นอย่ามีนัยสำคัญ และ “การเมืองเรื่องสวัสดิการ” ในสหภาพยุโรปมีความเข้มข้นมากเป็นวาระหลักของหลายประเทศ และทุกพรรคการเมือง

จุดนี้ไม่ว่าการเมืองไทยจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต ส่วนตัวผมอยากเห็นบรรยากาศ “การเมืองว่าด้วยสวัสดิการ”

เป็นความสำคัญอันดับแรกของสังคมมากกว่า ประเด็นฉาบฉวยระยะสั้นที่ไม่เกี่ยวพันกับชีวิตของประชาชนคนส่วนใหญ่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

APEC ในยุคเปลี่ยนผ่าน เศรษฐกิจและซัพพลายเชนสะดุด
จากช่องแคบฮอร์มุซ ถึงช่องแคบมะละกา
อีกสิบปีเราจะมีนายกฯ ชื่อ…?
กระแสตีกลับพรรคส้ม ดราม่าถล่ม เปิดตัว ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ ตัวช่วย-ตัวฉุด ดร.โจ? หรือจะสู้ ‘ชัชชาติ’ ได้? แม้เผชิญกระแส ‘ระบอบอากง’
เหมืองทองที่ล่องแจ้ง
E-DUANG | ปรากฎการณ์ พนัส ไทยล้วน ความเป็นจริง ใน สังคมไทย
อัพสกิล เอไอ อัพสกิล การเมือง
‘ระบอบ’ หมายถึงอะไร? | ปราปต์ บุนปาน
สิ่งใหม่หลังเลิก MoU ! | สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)