bg-single

ปรีดี แปลก อดุล : คุณธรรมน้ำมิตร (74)

16.07.2025

บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

ปรีดี แปลก อดุล

: คุณธรรมน้ำมิตร (74)

ทูตใต้ดิน

หลังการสูญเสียเอกอัครราชทูตสายเหยี่ยวพิวรีฟอยเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2498 ได้เพียงเดือนเดียว “ประวัติศาสตร์การทูตจีน-ไทย ยุคใต้ดิน” ของ ดร.กรุณา กุศลาสัย ก็มีบันทึกว่า ในเดือนกันยายน พ.ศ.2498 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายสังข์ พัธโนทัย คนสนิทดำเนินการจัดหาคนที่รู้ภาษาจีนและไว้ใจได้เพื่อเดินทางไปติดต่อกับจีนอย่างลับๆ ปกปิดจากการรับรู้ทั้งสาธารณชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมหามิตรอเมริกา แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของสถานทูตสหรัฐอเมริกาและเครือข่ายซีไอเอภายใต้การกำกับดูแลของเอกอัครราชทูตคนใหม่ แมกซ์ วัลโด บิชอป ไปได้

เมื่อได้รับมอบหมายจาก จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายสังข์ พัธโนทัย ได้ติดต่อขอให้ นายอารี ภิรมย์ เพื่อนเก่าซึ่งเคยทำงานฝ่ายหนังสือพิมพ์จีนที่กรมโฆษณาการของไทย นำคณะทูตใต้ดินซึ่งประกอบด้วย นายกรุณา กุศลาสัย และสมาชิกรัฐสภาอีก 2 คน คือ นายอัมพร สุวรรณบล กับนายสะอิ้ง มารังกูร ซึ่งเป็นคนของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ และจอมพลผิน ชุณหะวัณ ไปจีน โดยมีนายเลื่อน บัวสุวรรณ คนสนิทของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

ต้นเดือนธันวาคม พ.ศ.2498 นายอารี ภิรมย์ และนายกรุณา กุศลาสัย ออกเดินทางอย่างปกปิดไปฮ่องกง โดยมีจดหมายแนะนำตัวจากเพื่อนชาวจีนคนหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อต่อสายกับรัฐบาลจีน หลังจากนั้นได้เดินทางต่อไปยังมาเก๊า เพื่อหาทางเข้าสู่จีน

ต่อมานายอารี ภิรมย์ ได้เดินทางไปยังกวางเจาโดยลำพัง และได้มีโอกาสพบปะกับนายหวงเซิง นายกเทศมนตรีเมืองซัวเถา ซึ่งเคยอยู่เมืองไทยและคุ้นเคยกับนายอารี ภิรมย์

นายหวงเซิงจึงติดต่อแจ้งข่าวเดินทางของนายอารี ภิรมย์ ต่อนายชิวจี้ ซึ่งเคยทำหนังสือพิมพ์จีนในเมืองไทยและกลับมาประเทศจีนจนได้เป็นอธิบดีกรมกิจการจีนต่างด้าว กระทรวงกิจการจีนโพ้นทะเลในรัฐบาลเหมา เจ๋อตุง

เมื่อการติดต่อคืบหน้า นายกรุณา กุศลาสัย ก็เดินทางจากมาเก๊าตามมาสมทบนายอารี ภิรมย์ ที่กวางเจา และนายอัมพร สุวรรณบล กับนายสะอิ้ง มารังกูร ก็เดินทางมาสมทบที่กวางเจาในเวลาต่อมาอีก รวมคณะเป็น 4 คน

รัฐบาลจีนได้จัดให้ทั้ง 4 คนเดินทางไปกรุงปักกิ่งในวันที่ 7 ธันวาคม 2498 โดยเป็นแขกของสถาบันการต่างประเทศจีน

นายอารี ภิรมย์ ได้เล่าในภายหลังว่า เขาได้ถูกนำตัวไปพบผู้นำจีนหลายคน เช่น เผิงเจิน นายกเทศมนตรีปักกิ่ง เฉียวกวานหวา อธิบดีของกระทรวงต่างประเทศจีน ที่สโมสรกระทรวงต่างประเทศจีน เพราะผู้นำจีนต้องการทราบจุดมุ่งหมายของคณะทูตใต้ดิน

นายอารีได้ตอบว่า จอมพล ป.พิบูลสงคราม ผู้นำไทยต้องการติดต่อกับจีนเพื่อหาลู่ทางในการเปิดความสัมพันธ์ในอนาคต และได้รับมอบหมายให้มาแจ้งกับรัฐบาลจีนว่า จอมพล ป.พิบูลสงคราม จะนำคณะไปร่วมประชุมกึ่งพุทธกาลที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่าในกลางเดือนธันวาคมนี้ และมอบหมายให้นายสังข์ พัธโนทัย และนายเลื่อน บัวสุวรรณ เป็นตัวแทนในการติดต่อเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศพม่าเพื่อเจรจาเกี่ยวกับหลักการที่จะติดต่อสร้างสัมพันธไมตรีต่อไป และขอให้ฝ่ายจีนวางหลักการติดต่อและมอบอำนาจให้ทูตจีนประจำพม่าเป็นผู้เจรจาแทนรัฐบาลในครั้งนี้

นายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล ได้จัดคณะทูตใต้ดินทั้ง 4 ของไทยเข้าพบกับเหมา เจ๋อตุง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ทำเนียบจงหนานไห่ กรุงปักกิ่ง

เหมา เจ๋อตุง กล่าวต่อผู้แทนใต้ดินของไทยอย่างมีไมตรีว่า

“ประเทศไทยกับประเทศจีนสามารถแลกเปลี่ยนการค้าและวัฒนธรรมได้ แม้ประเทศจีนจะไม่เจริญนัก แต่ประเทศจีนก็สามารถช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาในอุตสาหกรรมบางอย่างได้ หากประเทศไทยเห็นว่าเป็นประโยชน์ จีนก็ยินดีช่วย”

คืนวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2498 นายกรัฐมนตรี โจว เอินไหล ได้จัดงานเลี้ยงเพื่อเป็นเกียรติแก่คณะทูตใต้ดินทั้ง 4 และได้กล่าวกับนายอารี ภิรมย์ หัวหน้าคณะว่า

“ประตูของประเทศจีนเปิดต้อนรับคนไทยเสมอ” อีกทั้งยังฝากความเคารพและระลึกถึงมาถวายกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ โดยกล่าวว่า “เสด็จในกรมฯ ทรงเป็นนักการทูตและรัฐบุรุษ ทรงพระปรีชาสามารถมาก”

งานใต้ดินที่พม่า

ผลจากการหารือร่วมกันที่ปักกิ่งเมื่อปลายปี พ.ศ.2498 ได้นำไปสู่การพบปะหารือที่พม่าระหว่างฝ่ายไทย ซึ่งประกอบด้วยนายสังข์ พัธโนทัย นายเลื่อน บัวสุวรรณ กับนายเหยา จงหมิง เอกอัครราชทูตจีนประจำพม่า ได้มีขึ้นที่กรุงย่างกุ้ง ระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม พ.ศ.2498 และมีการลงนามในแถลงการณ์ร่วมเป็นการภายในมิได้เปิดเผยต่อสาธารณชน สาระสำคัญของการแถลงการณ์นั้นมีว่า ประเทศทั้งสองยินดีจะใช้วิธีการและดูกาลเวลาที่เหมาะสมในการส่งเสริมการไปมาหาสู่ขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและวัฒนธรรมเพื่อนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่เป็นปกติต่อกันในที่สุด และเห็นพ้องต้องกันว่าควรรักษาการติดต่อสัมพันธ์กันไว้อย่างสม่ำเสมอ

ผลจากการสร้างความสัมพันธ์ชั้นต้นต่อกันแม้จะยังไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการต่อกันได้นำไปสู่การไปมาหาสู่กันของประชาชนทั้ง 2 ประเทศในช่วง 2 ปีต่อมา

โดยระหว่างมกราคม พ.ศ.2499 ถึง พ.ศ.2500 ได้มีคณะผู้แทนไทยหลายคณะเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเปิดเผย เช่น คณะของนายเทพ โชตินุชิต หัวหน้าพรรคเศรษฐกร พร้อมด้วยผู้แทนราษฎร นักธุรกิจ และนักหนังสือพิมพ์ รวม 12 คนเดินทางไปเยือนจีนในฐานะแขกของสถาบันการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 16 มกราคม-21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2499

คณะผู้แทนศิลปินไทย ซึ่งมีนายสุวัฒน์ วรดิลก เป็นหัวหน้าคณะ และศิลปินนักแสดง 48 คน อาทิ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี สุพรรณ บูรณพิมพ์ สุเทพ วงศ์กำแหง บุญยง เกตุคง เป็นต้น เดินทางไปเปิดการแสดงเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในจีนระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ.2500 และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวจีนและผู้นำจีนที่เข้ามาชมการแสดง รวมทั้งโจว เอินไหล นายกรัฐมนตรี

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปีเดียวกัน นักหนังสือพิมพ์ไทย 9 คน นำโดย นายอิศรา อมันตกุล แห่งหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ไปเยือนจีน และได้พบปะกับโจว เอินไหล กัลยาณมิตรของไทยที่เซี่ยงไฮ้ด้วย นอกจากนั้น นายสังข์ พัธโนทัย ยังได้ส่งบุตรชายและบุตรสาว ด.ช.วรรณไว และ ด.ญ.นวลนภา พัธโนทัย ไปจีนเพื่อศึกษาภาษาและวัฒนธรรมจีนอีกด้วย

ในด้านการค้ากับจีนก็มีความคืบหน้าในการติดต่อกัน นายอารี ภิรมย์ เปิดเผยว่า ได้รับการขอร้องจาก นายสังข์ พัธโนทัย ให้เดินทางไปจีนอีกในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2499 พร้อมกับนายอุทัย ตุงผลิน ผู้เชี่ยวชาญใบยาสูบของโรงงานยาสูบ และนายประเสริฐ ศิริพิพัฒน์ ผู้แทนจากธนาคารกรุงเทพ เพื่อเจรจาขายใบยาสูบแก่จีน ฝ่ายจีนตกลงซื้อใบยาสูบจากไทยเป็นมูลค่า 150 ล้านบาท โดยจ่ายเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาลอนดอน

เดือนมกราคม พ.ศ.2500 รัฐบาลไทยได้ส่งพระยามไหสวรรย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานกรรมการบริษัทพืชกสิกรรม ซึ่งเป็นบริษัทค้าข้าวที่รัฐบาลมีหุ้นส่วนอยู่ ให้เดินทางไปเจรจาขายข้าวกับจีนอย่างลับๆ แต่ตกลงการค้ากับกระทรวงการค้าต่างประเทศจีนไม่ได้ เมื่อนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล ทราบ จึงได้สั่งให้รับซื้อเป็นกรณีพิเศษในราคาที่ฝ่ายไทยเสนอมา เพื่อเป็นการ “แสดงน้ำใจแห่งความเป็นมิตร” ทำให้หนทางสู่มิตรภาพระหว่าง 2 ประเทศมีลู่ทางสว่างไสวขึ้น

ท่าทีของรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในช่วงปลายทศวรรษ 2490 ที่เริ่มถอยห่างจากสหรัฐอเมริกาด้วยการเริ่มนโยบายต่างประเทศที่เป็นกลางในการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายโลกเสรีและฝ่ายคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดต่อกับจีนแผ่นดินใหญ่ที่มิได้ผ่านความเห็นชอบจากสหรัฐอเมริกาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม กับฝ่ายรอยัลลิสต์ และกลุ่มทหารภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาแสดงท่าทีอย่างชัดเจนตามลำดับว่าให้การสนับสนุนสถาบันกษัตริย์และกลุ่มทหารของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบรัด จอมพล ป.พิบูลสงคราม นึกถึงสหายร่วมอุดมการณ์-นายปรีดี พยมยงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งคณะราษฎรที่มีฝ่ายรอยัลลิสต์เป็นศัตรูร่วมตลอดกาล



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์