ความฝัน ความรัก ของ ‘โชต้า’ จากกอนโดมาร์ถึงลิเวอร์พูล
TECHNICAL TIME-OUT | จริงตนาการ
ดิโอโก้ โชต้า อาจจะไม่ได้วาดลวดลายในสนามหญ้าอีกต่อไปแล้ว และไม่ได้โอบกอดคนรอบข้างได้เหมือนที่เคยทำ แต่ก็สร้างอะไรไว้มากมาย ในโลกฟุตบอล และในใจของคนที่อยู่ใกล้ชิดกับเขา
ปาซุส เด เฟเรร่า สโมสรฟุตบอลในโปรตุเกส สถานที่ที่ดาวยิงโปรตุเกสผู้ล่วงลับเติบโตในเส้นทางฟุตบอล ยังคงมีเรื่องราวของโชต้ารวมอยู่แบบแยกกันไม่ออก
โชต้าเริ่มเล่นฟุตบอลกับ กอนโดมาร์ ทีมในบ้านเกิด ก่อนจะย้ายมาที่ปาซุส เด เฟเรร่า ในฐานะนักเตะเยาวชน ก่อนจะถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ ในปี 2014
หลังจากขึ้นชุดใหญ่ได้ 2 ปี เขาก็ย้ายไปร่วมทีม แอตเลติโก้ มาดริด ในสเปน ซึ่งเงินที่ขายเขาออกไป สโมสรได้นำมาสร้างอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกขึ้นมาใหม่ ถูกตั้งชื่อว่า “ดิโอโก้ โชต้า สแตนด์”
เปาโล กอนซัลเวส เลขานุการด้านเทคนิคของปาซุส เด เฟเรร่า ชี้ไปที่บนอัฒจันทร์ แล้วบอกว่า จุดตรงนั้นคือที่ที่โชต้าวิ่งเข้าไปกอดแม่ หลังยิงประตูแรกในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้
ถึงแม้จะเดินออกจากสโมสรไปในฐานะนักเตะ แต่หัวใจเขายังผูกติดกับปาซุส เด เฟเรร่า อย่างแน่นแฟ้น เพราะโชต้ายังคงกลับมาที่สโมสรอยู่บ่อยครั้ง เมื่อกลับบ้าน เมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้ว ก็ไปปลุกใจนักเตะเยาวชนของทีมก่อนลงสนาม
“โชต้าติดต่อกับสโมสรอยู่ตลอด ส่งข้อความมาหาพวกเราบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลายากๆ ของสโมสร” กอนซัลเวสกล่าว

ย้อนกลับไปที่กอนโดมาร์ ทีมแรกที่เขาเริ่มเล่นฟุตบอล ตั้งชื่ออคาเดมี หรือศูนย์ฝึกนักเตะเยาวชนของสโมสรว่า “ดิโอโก้ โชต้า อคาเดมี” มีป้ายขนาดใหญ่ที่มีรูปภาพของโชต้าในวัยเด็กและในสีเสื้อทีมชาติโปรตุเกสติดอยู่ บริเวณสนามซ้อม
กอนโดมาร์ เป็นเมืองหลวงด้านงานทองของโปรตุเกส ที่นี่มีธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องประดับประมาณ 450 แห่ง ซึ่งผลิตผลงานที่ถูกส่งออกไปขายทั่วโลก แต่ไม่ใช่แค่อัญมณีที่โด่งดัง นักเตะอย่างดิโอโก้ โชต้า และ อังเดร ซิลวา น้องชายของเขา ก็ถูกเจียระไนจากเมืองนี้
ในวัยเด็ก โชต้าไม่ได้เป็นดาวรุ่งที่ทุกคนมองจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ เขายังเล่นให้กับทีมกอนโดมาร์ จนอายุ 17 เอฟซี ปอร์โต้ ทีมใหญ่ของประเทศไม่ต้องการเขา ทำให้ต้องเลือกย้ายไปปาซุส เส้นทางฟุตบอลของเขาเป็นเส้นทางที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและทำงานหนัก เป็นเส้นทางของแรงงาน ไม่ใช่พรสวรรค์ล้วนๆ
มาเรีย นอเกร่า ชาวกอนโดมาร์ที่มองเห็นการเติบโตของโชต้า เล่าว่า เขาเป็นคนถ่อมตัว สู้กับทุกอย่างในชีวิตของเขา เขากลายเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ไปแล้ว
ปอร์โต้อาจจะไม่ได้สนใจโชต้าในวันที่ยังเจียระไนไม่เสร็จ แต่หลังจากที่เขาย้ายไปแอตฯ มาดริด ก็ถูกส่งให้ปอร์โต้ยืมเขาไปใช้งาน 1 ซีซั่น ยิงไป 9 ประตู จาก 37 นัด แต่ก็เป็นเพียงฤดูกาลเดียวที่ได้ร่วมงานกัน
เปโดร ฟิเกเรโด้ แฟนบอลปอร์โต้ ที่มาร่วมในพิธีไว้อาลัยโชต้า บอกว่า เขาเคยเล่นให้ปอร์โต้ และชอบเขามากๆ โชต้าเริ่มต้นจากการไม่มีอะไรเลย เขาทำงานหนักมากๆ
ฝันเดียวที่โชต้ายังทำไม่สำเร็จ คือ การได้ร่วมทีมชาติโปรตุเกสลงเตะฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เพราะเมื่อ 3 ปีก่อน โชต้าทุ่มสุดตัวในเกมที่ ลิเวอร์พูล ฟาดแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนได้รับบาดเจ็บ และชวดไปฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งเจ้าตัวก็ยังยืนยันเสมอว่า ฟุตบอลโลกคือสังเวียนแห่งความฝันของตัวเอง

ความสูญเสียของโลกฟุตบอลในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเสียนักฟุตบอลฝีเท้าดี และกำลังอยู่ในจุดสูงสุดของการค้าแข้งกับลิเวอร์พูลและทีมชาติโปรตุเกส แต่เป็นการบอกเล่าให้โลกรู้จักตัวตนอันเป็นที่รักของโชต้าได้ชัดเจนมากขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นในหลายวันที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าโชต้าเป็นมืออาชีพและมีคนรักเขามากมายขนาดไหน คำพูดของแฟนบอลลิเวอร์พูลจำนวนมากบอกว่า “ไม่อยากได้แชมป์ลีกสมัยที่ 20 แล้ว อยากได้โชต้ากลับมามากกว่า”
น้ำตาและการไว้อาลัยจากทุกหนแห่ง ไม่ใช่แค่กอนโดมาร์, ปาซุส, ปอร์โต้ หรือลิเวอร์พูล จากข่าวอันน่าตกใจแบบนี้ ทำให้รู้สึกได้ว่า ไม่ว่าคุณจะเริ่มจากที่ไหน ก็เป็นที่รักของคนที่ห่างไกลไปได้หลายพัน หลายหมื่นกิโลเมตร ถ้าตั้งใจทำงานหนัก และเป็นคนที่ดีมากพอ
จากกอนโดมาร์ถึงลิเวอร์พูล โชต้าฝากความสุขให้กับใครเอาไว้มากมาย รวมทั้งน้ำตาแห่งความอาลัยเช่นกัน
