bg-single

‘สงฆ์ไทย’ กลับหลังหัน ‘นิพพาน’ เส้นทางที่ไม่มีอยู่จริง

14.07.2025

เหยี่ยวถลาลม

‘สงฆ์ไทย’ กลับหลังหัน

‘นิพพาน’

เส้นทางที่ไม่มีอยู่จริง

“เจ้าคุณอาชว์” พระราชาคณะชั้นเทพ “พระเทพวชิรปาโมกข์” เจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันคือ “ทิดอาชว์” ปิดฉากสมณเพศที่พรรษา 34 ด้วยอายุ 54 จากการลาสิกขาที่วัดจันทร์สามัคคี อ.เมือง จ.หนองคาย ก่อนจะข้ามฝั่งไป สปป.ลาว ด้วยเกรงว่าจะถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดีเหมือน “ทิดแย้ม” หรือเจ้าคุณแย้ม พระธรรมวชิรานุวัตร อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม พระผู้ยักยอกเงินวัดหลายร้อยล้านทุ่มเทปรนเปรอสีกาอย่างหวานฉ่ำ

พระผู้มี “จีวร” เป็นเปลือกนอกห่อหุ้มกิเลสหนาอย่างมิดชิด ไม่ใช่มุ่งมั่นขัดเกลาเพื่อหลุดพ้น ไม่ได้รู้สึกผิดบาปที่เสพสุขอยู่บนกองกิเลส ไม่ได้ยำเกรงต่อกฎหมายหรือพรั่นพรึงกับวินัยสงฆ์

พูดถึงวงการพระสงฆ์ในไทยตอนนี้แล้ว ผู้คนต่างรู้สึกโหวงๆ วังเวงเหมือนว่ากำลังยืนอยู่ริมผา ข้างล่างมองเห็นหุบเหวอื้ออึงอลหม่านไปด้วยตัวประหลาด สกปรก

ลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข ครอบงำวงการสงฆ์ไทยให้ติดตรึงอยู่กับกิจกรรมแสวงหาเงิน แข่งขันกันสั่งสมพอกพูน ชิงดีชิงเด่นอยากเป็นอยากมีสมณศักดิ์สูงขึ้น พร้อมๆ กับการสร้างภาพ การวิ่งเต้น การอุปถัมภ์ต่ออำนาจการปกครอง เพื่อปูทางสู่การเลื่อนชั้น การเฉลิมฉลองกลางวงล้อมของคำสรรเสริญ การยกย่อง เคารพ กราบไหว้ผู้อวดอ้างเป็นพุทธสาวก

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มีเหตุปัจจัยอันใดที่ทำให้พระสงฆ์ไทยกลายเป็น “ภัยคุกคาม” ตัวจริงของพระพุทธศาสนา!

พระภิกษุสงฆ์มุ่งกระหน่ำแต่พิธีกรรมให้กับสังคม

พระสงฆ์หลงติดอยู่ในระบบสมณศักดิ์ ไม่ได้มุ่งสู่ทางแห่งการลดละให้สิ้นอาสวะ หลุดพ้นจากวัฏสงสาร

โครงสร้างการปกครอง สอนให้โลภและจำนน ทำลายหนทางสู่ “อริยสงฆ์”!

เรื่องราวที่หนังสือพิมพ์พาดหัวและที่โจษขานกันอื้ออึงในโลกโซเชียลเกี่ยวกับพฤติกรรมพระผู้ใหญ่ ซึ่งมีสมณศักดิ์สูงชั้นเทพ ชั้นราช ระดับเจ้าอาวาสวัดดังๆ หลายแห่งที่เสพสังวาสกับสีกา หรือกระทั่งมีลูกกับสีกา การอมเงินวัดเป็นสิบๆ ล้านจนถึงหลายร้อยล้านนั้นถ้าว่าไปแล้วก็เหมือนยอดแหลมของภูเขาน้ำแข็ง

ที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าคือ ส่วนที่ลึกลงไปซึ่งมองไม่เห็น

ที่น่าวิตกสำหรับพุทธศาสนิกชนในฐานะที่เป็น “พุทธบริษัท 4” ก็คือ “จีวร”!

จีวรที่ห่มคน!

จีวรมากมายหลายผืนถูกตำรวจตรวจค้นเจอในบ้าน “สีกา” ซึ่งเธอรับว่า เป็นจีวรของพระภิกษุตั้งแต่ระดับ “เจ้าคณะอำเภอ” ขึ้นไปหลายสิบรูป ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นจีวร “เจ้าคุณอาชว์” หรืออดีต “พระเทพวชิรปาโมกข์” ที่เพิ่งจะลาสิกขาไปเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568

ความเข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนาจะถูกบิดเบือนไป ถ้า อุบาสก+อุบาสิกา เพิกเฉย งมงาย และภิกษุละเมิดในธรรมวินัย

ถ้าหากอุบาสก อุบาสิกา ไม่กล้าลงมือปกป้องพุทธศาสนา วางเฉยตามสำนวนไทยเก่าๆ ที่ว่า “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์” ไม่ว่าดีหรือร้ายอย่างไร อย่าไปยุ่งเรื่องของพระสงฆ์ ให้ก้มหน้าก้มตาใส่บาตร ทำบุญ บำรุงภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนาไป

ภิกษุสงฆ์ก็จะแค่ห่มจีวรบวชเพื่อยังชีพ มีข้าวกิน มีเงินใช้ มีเงินเก็บ มีคนกราบไหว้ ไม่ตั้งใจขัดเกลาเพื่อละกิเลส ฉีกทำลายหมุดหมายที่จะไปสู่ “นิพพาน”

สำนวนไทยแต่โบราณนั้นสอนให้กลายเป็นพุทธโง่

ตรงกันข้ามกับ “ธรรมะ” ในพุทธศาสนา ที่ชี้ทางให้ “เกิดปัญญา”

ไม่สอนให้ลุ่มหลงงมงายอย่างไร้เหตุผล

หลัก “กาลามสูตร” ที่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เป็นวิธีคิดล้ำสมัย

สอนให้ อย่าเชื่อด้วยเหตุที่ได้ยินมาบ่อยๆ อย่าเชื่อเพียงเพราะสืบต่อกันมา อย่าเชื่อเพียงเพราะเล่าลือกัน อย่าเชื่อเพียงเพราะตำราว่าไว้ อย่าเชื่อเพราะตรรกะ อย่าเชื่อเพียงเพราะเป็นการคาดเดา อย่าเชื่อเพียงเพราะตรึกตรองตามความคิด อย่าเชื่อเพราะเข้ากับความเห็นของตนที่หลงว่าใช่ อย่าเชื่อเพราะผู้พูดน่าเชื่อถือมีอิทธิพล และอย่าเชื่อเพียงเพราะว่าเป็นสมณะน่าเคารพ

พุทธยังสอนให้คนฉลาดคิด 10 วิธี ด้วย “โยนิโสมนสิการ” น่าเสียดายที่ระบบการศึกษาไทยไม่ให้คุณค่า ไม่สอน ไม่ส่งเสริมให้ค้นคว้า วิจัย ให้รู้จักแยกแยะ “เทียม” ออกจาก “แท้”

พุทธเทียมๆ จึงครอบงำพุทธแท้ๆ

พิธีกรรมครอบงำหลักธรรมคำสอน

พุทธที่ให้วิธีคิดเป็นวิทยาศาสตร์ พุทธที่เน้นให้เข้าใจไตรลักษณ์ “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” สอนให้ “ปฏิบัติ” นำทางไปสู่การสิ้นอาสวะกลับกลายเป็นพุทธที่ผู้คนไม่มักคุ้น

วัดอันควรเป็นเขตพื้นที่ส่งเสริมให้ลูกชาวบ้านที่บวชเป็นพระได้ศึกษาและปฏิบัติธรรม หากเมื่อลาสิกขาออกมาแล้วสามารถครองชีวิตครองเรือนได้อย่างมีสติมีปัญญา เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ กลายเป็นวัดที่ไม่มีปรากฏในชีวิตจริง

“วัด” อันควรเป็นตักศิลาสำหรับภิกษุสงฆ์ผู้มุ่งมั่นศึกษาและปฏิบัติธรรม เพื่อบรรลุภาวะดับสนิทแห่งกิเลสทั้งกาม สังขาร ทิฏฐิ และอวิชชา กลับกลายเป็นเขต “อเวจี” ที่รวบรวมบรรดาผู้มีจีวรห่อหุ้มกาย ซึ่งทุกครั้งเมื่อ “มีเหตุร้าย” อันเป็นภัยคุกคามแก่พุทธศาสนาเกิดขึ้น ทั้ง “กลไกรัฐ” และ “กลไกการปกครองสงฆ์” ก็ทำได้แค่ “ปล่อยให้เป็นไฟไหม้ฟาง”

ทุกอย่างจบลงที่ ให้หนี กับให้ลาสิกขาบท

แน่นอนว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุปัจจัย มีที่มา หากไม่ลงมือแก้ไขจริงจังอย่างขนานใหญ่ เหตุร้ายในวงการสงฆ์ไทยก็จะเกิดขึ้นไม่มีวันสิ้นสุด

ภิกษุสงฆ์ไทยจะไม่ได้ยินเสียงพระพุทธองค์

“บวช ไม่ใช่เพื่อภาพลักษณ์ ไม่ใช่เพื่อหาทาน ไม่ใช่เพื่อหาชื่อเสียง ไม่ใช่เพื่อหาลาภ แต่เพื่อบรรลุที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบ ภิกษุจึงบวชในธรรมวินัยนี้” (สังยุตตนิกาย นิทานวรรค) !?!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

2 คู่รักคนดังวิวาห์ชื่นมื่น ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ 15 ปีที่รอคอย ‘พระพาย-หนุน’ เริ่มต้นชีวิตคู่
โศกนาฏกรรมบ้านทิโคร่ง จาก 7 ขวบหายตัวปริศนา สู่เหตุฆาตกรรม ‘น้ององุ่น’ คดีรันทดผืนป่าตะวันตก
ครูสอบตก ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ โจทย์ใหญ่ ‘สพฐ.’ เกาไม่ถูกที่คัน
‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’
ย่านฮิต ทรงวาดไวบ์
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (4)
ทำลาย AI ซะ! ฆ่ามันให้ตาย!’
ก้าวใหม่ สังคม ภาพ แห่ง ‘สุภาพบุรุษ’ ก้าวใหญ่ สังคม
อนุทินโมเดล! ปัญหาและความท้าทายในภาคใต้
พฤษภาเลือด ชาวอำนาจเจริญ ชาวบุรีรัมย์ ณ เบื้องหน้า กระสุน สังหาร
ปัตตานี เอฟซี ฟีเวอร์ กีฬาสร้างภาพจำใหม่ แก่จังหวัดปัตตานีและชายแดนใต้
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (9)