จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร

ฉบับที่แล้วทิ้งท้ายไว้เกี่ยวกับกระบวนม้าในพิธีแห่สระสนาน รัชกาลที่ 2 ทรงบรรยายว่า

“๏ ขุนนางกรมม้าขี่พาชี ล้วนมีสัปทนคนกั้น

ม้าแขกฝรั่งเรียงเคียงกัน ม้าพม่ารามัญเป็นหลั่นมา” (บทละครรำเรื่อง “อิเหนา”)

ในที่นี้ม้าแขก ม้าฝรั่ง ม้าพม่า ม้ารามัญ (มอญ) หมายถึง ทหารม้าต่างชาตินั่นเอง ม้าแขก คือ ทหารม้าแขก ม้าฝรั่ง คือ ทหารม้าฝรั่ง ม้าพม่า คือ ทหารม้าพม่า ม้ารามัญ คือ ทหารม้ามอญ

หากย้อนไปพิจารณากระบวนพยุหยาตราในสมัยรัชกาลที่ 1 วรรณคดีเรื่อง “ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง” ซึ่งเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แต่งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2340 ตามพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โดยแต่งจากความทรงจำที่เคยพบเห็นมา ตอนหนึ่งกล่าวถึง ‘ม้าฝรั่ง’ ดังนี้

“ม้าฝรั่งผังผาดร้อง เริงราญ

ผูกพู่ปูอาสน์พาน ง่องง้ำ

ดาบสะพายสายแถบธาร เอวอาตม์

เดินดาษบาทย่างหย้ำ ยืดย้ายตามกัน” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

ม้าฝรั่ง หรือทหารม้าฝรั่งนั้น ขี่ม้าซึ่งแสดงอาการคึกคะนอง มีอาสน์หรืออานม้าพาดบนหลัง กวีกล่าวถึง เครื่องบังเหียน หรืออุปกรณ์สำหรับบังคับม้า อาทิ พาน ประกอบด้วย พานหน้า หรือสายรัดที่อยู่หลังหูม้าเพื่อยึดขลุม (เชือกถักเป็นเครื่องสวมหัวม้า สำหรับล่ามหรือจูง) ให้มั่นคงขึ้น พานท้าย หรือสายรัดที่อยู่หลังหูม้า สำหรับดึงขลุมที่สวมปากม้ามิให้เลื่อนลง นอกจากนี้ยังมีสายง่อง หรือสายโยงคางม้าไม่ให้เงย และพู่ประดับสองข้างหูม้า ส่วนตัวทหารม้าฝรั่งมีดาบเป็นอาวุธ

ทั้งยังมี ‘ม้าแขก’ หรือทหารม้าแขก ในข้อความว่า

“ม้าแขกแขกคู่ด้วย แขกเอง

กั้นหยั่นบ่เหมาะเหม็ง โอ่อ้าง

ขันขึงฆ่าศึกเกรง กลัวสง่า

ซ้องเสียดเกาทัณฑ์ข้าง แคบม้าดาเดิน”

ทั้ง ‘ม้าฝรั่ง ม้าแขก’ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของทหารม้า หรือ ‘ม้าแซง’ บนบกที่มีข้างละ 20 ม้า ม้าแซง เป็นม้าหลวงที่เดินเลียบข้างกระบวนแห่หรือกองทัพ ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเป็นส่วนหนึ่งของขบวน

นอกจากเรื่องทหารม้าต่างชาติ ยังเล่าถึงกระบวนเรือที่มีขุนนางต่างชาติ ดังนี้

เรือในกระบวนเริ่มต้นด้วย ‘เรือเสือ’ ที่คอยเก็บซากสิ่งต่างๆ ที่ลอยมาตามน้ำ

“เรือเสือต่ำเตี้ยหน้า ซอนซบ

เก็บซากลอยอรรณพ กลิ่นกล้า”

ลำดับถัดมาเป็น ‘เรือพิฆาต’ จำนวน 6 ลำ สำหรับขุนหมื่นโรงศาลทั้งหลาย ดังที่กวีบรรยายว่า

“เรือพิฆาตขุนหมื่นหนั้ง โรงศาล

หกลำเห็นสาธารณ์ เด็ดด้วน”

เรือพิฆาตเหล่านี้จัดเป็นพวก ‘เรือแซ’ แต่เดิมเป็นเรือลำเลียงพล อาวุธ และเสบียงอาหาร ต่อมาใช้เป็นเรือขุนนางประจำกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ลักษณะเป็นเรือยาว ใช้ตีกรรเชียงราวๆ ลำละ 20 กรรเชียง

ลิลิตเรื่องนี้กล่าวถึง “เรือแซ” จำนวน 6 ลำ สำหรับขุนนางต่างชาติในกรมท่าขวา กรมท่าซ้าย ซึ่งสังกัดกรมพระคลัง

(กรมท่าขวา ติดต่อต่างชาติด้านการค้าและการต่างประเทศกับชาติที่อยู่ทางด้านขวาหรือทางตะวันตกของอ่าวไทย เช่น อินเดีย อิหร่าน รวมทั้งชาติอื่นๆ ที่เข้ามาติดต่อทางด้านนั้น ส่วนกรมท่าซ้ายติดต่อต่างชาติด้านการค้าและการต่างประเทศกับชาติที่อยู่ทางด้านซ้ายหรือทางตะวันออกของอ่าวไทย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รวมทั้งชาติอื่นๆ ที่เข้ามาติดต่อทางด้านนั้น จาก “พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน”)

เรือแซ 6 ลำที่ว่านี้เริ่มจาก ‘แขก’ เรือแซ 1 คู่ เป็นของพระยาจุฬาราชมนตรี

“เรือแซพระยาแขกขู้ เคียงสอง

ผ้าโพกตาดทอทอง แล่งผุ้ง

เสื้อใส่จีบเอวกรอง เจียระบาด คาดนา

นายนั่งไฟจ่อตุ้ง ก่าตั้งสูบพลาง” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

โคลงบทนี้ทำให้มองเห็นภาพ ‘พระยาแขก’ หรือพระยาจุฬาราชมนตรี แต่งกายแบบแขก มีผ้าตาดทองโพกศีรษะ สวมเสื้อจีบ เอวคาดด้วยเจียระบาด กำลังใช้ตุ้งก่าสูบกัญชาอย่างเพลิดเพลิน

ต่อจากเรือแซของแขก เป็นเรือแซของมอญ ได้แก่

“แซศักดิ์บวเรศนั้น นครอิน

สมิงเดชแซสรสินธุ์ ฟ่องน้ำ

ตะค่องคุนโทกิน อวดโอ่

ตั้งโล่เขนดาบด้ำ ทอดหน้าเรือเรียง” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

เรือแซของมอญ ประกอบด้วย เรือแซศักดิ์บวเรศ ของ ‘สมิงนครอิน’ คู่กับเรือแซสรสินธุ์ ของ ‘สมิงเดช’ รวมทั้งเรือแซพิพัฒชล ของ ‘พระยาเกียร’ คู่กับเรืออนันตสมุทร ของ’พระยาพระราม’ ดังที่กวีบรรยายว่า

“พิพัฒชลวิ่งหว้าย ฤๅลง

พระยาเกียรรามัญวงศ์ เทือกท้าว

อนันตสมุทรเสมอหงส์ เหินเห็จ

พระยาพระรามรณห้าว แต่ล้วนลำมอญ”

จากเรือแซของมอญก็มาถึงเรือของฝ่ายจีนกันบ้าง

“โชฎึกประดาศักดิ์แล้ว เศรษฐี

แซบวรวารี รีบเต้า

ท่องสื่อราชเขวี เคยคู่

แซศรีสมุทรคลาเคล้า คลาดเต้นตามชล”

เรือแซบวรวารี ของพระยาโชฎึก คู่กับเรือแซศรีสมุทร ของ ‘ท่องสื่อ’ (คำนี้ท่านอาจารย์เปลื้อง ณ นคร อธิบายว่า เป็นขุนนางซึ่งทำหน้าที่ล่ามจีน มีตำแหน่งขุนท่องซื่อ หรือขุนท่องสื่อ) นอกจากนี้ยังมี เรือแซสินธุ์สวัสดิ์ คู่กับเรือแซพิพัฒสาคร ของ ‘กรมคลังใน’ ที่กวีบรรยายว่า

“แซสินธุ์สวัสดิ์พื้น อรรณพ

แซพิพัฒสาครลบ แหล่งหล้า

คลังในขนาดขนบ ขนานคู่ กันนา

เร็วดั่งลมลิ่วฟ้า ลัดนิ้วฤๅทัน”

รวมไปถึงเรือแซไชยาน ของหลวงศรียศ คู่กับเรือแซจบสาคร ของพญาจุฬา ที่ล้อมวงสูบมอระกู่ หรือเครื่องสูบยาของอาหรับกลางลำเรือ

“แซไชยานพล้ำ ลำคอน

แซจบสาครขจร คู่ค้า

บรเทพขี่กูบงอน งามแง่

ไฟกุ่นซุนสูบม้า ระกู่ตั้งมากลาง”

คุยเรื่อง ‘ม้าฝรั่ง ม้าแขก’ ไปหน่อยเดียว เผลอเลี้ยวไปที่ขุนนางต่างชาติเสียยืดยาว คราวหน้าค่อยมาคุยเรื่อง ‘ทหารนานาชาติ’ ต่อ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.