bg-single

ท่านจะบวชไปทำไม ถ้าไม่รู้เป้าหมายของการบวช (1)

21.07.2025

Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์

วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

www.facebook.com/bintokrit

ท่านจะบวชไปทำไม

ถ้าไม่รู้เป้าหมายของการบวช (1)

ข่าวอื้อฉาวคาวโลกีย์ระหว่างบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการพระสงฆ์กับสีกากอล์ฟกลายมาเป็นประเด็นร้อนสะเทือนแผ่นดินแบบ “talk of the town” ตลอดหลายวันที่ผ่านมา

ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้จะไม่มีความผิดในทางกฎหมายและไม่ถูกติฉินนินทาใดๆ เลยหากบุคคลเหล่านั้นมีสถานภาพแบบอื่นที่มิใช่นักบวช

ลองคิดดูว่าถ้าเป็นพฤติกรรมของชายโสดหญิงโสดที่บรรลุนิติภาวะแล้วและมีความเสน่หาต่อกันโดยไม่ได้อาศัยทรัพย์สินเงินทองของคนอื่นเลย ผู้คนก็ไม่อาจเข้าไปก้าวก่ายพฤติกรรมของคนเหล่านั้นได้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามหน้าข่าวก็ชัดเจนว่าพระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์สูงลักลอบมีความสัมพันธ์ทางเพศกับสีกานั้นเป็นการกระทำความผิดอย่างชัดแจ้ง ทั้งในธรรมวินัยและในความคาดหวังจากพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสศรัทธา

รวมทั้งอาจเป็นการทำผิดกฎหมายบ้านเมืองด้วยหากสามารถตีความได้ว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตหลอกลวง ฉ้อโกงประชาชน หรือยักยอกทรัพย์

เพราะพระสงฆ์เหล่านี้มีผู้คนนับหน้าถือตา โดยมีชาวบ้านจำนวนมากหลงเชื่อและให้ความไว้วางใจบริจาคทรัพย์สินสิ่งของและเงินทองให้

การที่พระสงฆ์เหล่านั้นประพฤติผิดอย่างต่อเนื่องหนักหน่วงเช่นนี้ แม้จะรู้ดีว่าสถานภาพของตนมีข้อจำกัดที่ไม่อาจทำอะไรตามใจกิเลสเฉกเช่นฆราวาสทั่วไปได้ ก็อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาเป็นนักบวชจริงๆ ตามเจตนารมณ์ของศาสนาพุทธ

แต่บวชเข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่ตนต้องการ โดยมองชีวิตนักบวชเป็นสะพานในการตะเกียกตะกายไปสู่ความสุขสบายที่มากกว่าและง่ายกว่าทำมาหากินแบบสุจริต

ในจำนวนผู้ที่กระทำผิดนี้บางคนอาจเข้าใจเป้าหมายของการเป็นนักบวชจริงๆ ก็เป็นได้ และครั้งหนึ่งอาจเคยตั้งจิตมั่นที่จะเพียรปฏิบัติตนไปสู่ทางหลุดพ้น

แต่ทว่า พ่ายแพ้แก่ภัยจากมาตุคามที่เข้าเย้ายวนล่อใจให้ตบะแตก

และเพื่อพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นให้เข้าใจมากกว่าตามที่ปรากฏในหน้าข่าวก็สมควรย้อนกลับมาทบทวนความรู้ความเข้าใจเรื่องการเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนา ดังนี้

เจตนารมณ์หรือเป้าหมายของการบวช

เจตนารมณ์หรือเป้าหมายของการบวชนี้ท่านพุทธทาสภิกขุได้อธิบายไว้ในหนังสือ “ตามรอยพระอรหันต์” หัวข้อ “การบวชคืออะไร” ว่า

“การบวชตรงกันข้ามจากการครองเรือน เพราะต้องละสมบัติและวงศ์ญาติ สลัดสิ่งอันเป็นกังวลทุกอย่างเสีย มีชีวิตอยู่อย่างง่ายๆ… เป็นโอกาสให้ได้ใช้กำลังใจและเวลาทั้งหมดแสวงหาวิธีเครื่องดับทุกข์ ด้วยการฝึกใจของตนให้เข้มแข็งอย่างยิ่ง… จนถึงกับวางใจของตนไว้ได้ โดยวิธีที่จะไม่มีอะไรมาทำให้เป็นทุกข์ได้อีก อันเป็นขั้นสุดท้ายของการบวช หรือเรียกว่าบรรลุมรรคผล มีอรหัตตผลเป็นที่สุด นี่คือแก่นแท้ของการบวช”

ส่วนการสึกนั้นพุทธทาสภิกขุเขียนไว้ในเล่มเดิมความว่า

“ครั้งพุทธกาล ตอนแรกๆ ไม่มีการสึก เพราะคนที่เข้าไปขอบวชเป็นคนคิดตกในสภาสังขารมาแล้วจึงขอบวชและบรรลุความเป็นอริยบุคคลไปหมด พระองค์จึงไม่ได้ทรงวางวิธีสึกไว้ให้ มารุ่นหลัง มีคนถลำบวชเพราะตามเพื่อนหรือตามเสียงสรรเสริญคุณค่าของการบวช ต่อมาอยู่ไม่ได้ก็สึก คือแหกการบวชออกมาด้วยการอันไม่เป็นมงคล ไม่มีใครนับถือ… เป็นเพราะเราเพาะพิธีสึกกันขึ้นใหม่ เนื่องจากอยากให้ได้บวชกันทุกคน แม้ 7 วันก็ยังดี เป็นต้น”

จะเห็นว่าการบวชโดยแท้แล้วเป็นการตั้งใจเปลี่ยนสถานภาพตนเองอย่างถาวร ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมตามประเพณีที่ทำชั่วครั้งชั่วคราว

ประเด็นต่อมาก็คือ “ถ้าไม่บวชจะได้หรือไม่”

พุทธทาสภิกขุกล่าวว่า

“สำหรับผู้ประสงค์อรหัตตภูมิไม่บวชไม่ได้ พระอรหัตตผลเป็นคุณธรรมขั้นสูงสุดยอด ควรแก่เพศของการบวชอย่างเดียว ไม่มีในเพศฆราวาส แม้จะเกิดบรรลุธรรมขั้นสูงสุดนี้ในเพศฆราวาสขึ้นมาก็ต้องรีบบวช… สำหรับผู้ประสงค์มรรคผลอันต่ำลงมา คือ โสดา สกทาคา อนาคา แล้วจะบวชก็ได้ ไม่บวชก็ได้ แม้ว่าการบรรพชาจะเป็นการช่วยเหลือให้ได้บรรลุมรรคผลเร็วหรือง่ายเข้าก็จริง แต่ผู้ไม่บวชก็อาจบรรลุมรรคผลนั้นได้ภายในเรือน และภายในการงานของฆราวาสนั่นเอง”

เมื่อใช้มุมมองทางศาสนาพุทธพิจารณาเรื่องนี้จะเห็นว่าเจตนารมณ์ของการบวชนั้นคือการละชีวิตทางโลก เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายสูงสุดทางศาสนา นั่นคือการบรรลุอรหัตตผล หรือการเข้าถึงนิพพานนั่นเอง แม้ในความเป็นจริงผู้ที่เข้ามาบวชจะมีแรงจูงใจแตกต่างกันออกไปก็ตาม

แต่ในทางพุทธศาสนานั้นการบวชเป็นไปเพื่อเข้าสู่วัตรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอันเป็นทางนำไปสู่นิพพานเท่านั้น เหตุผลอื่นนอกเหนือไปจากนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ผู้คนคิดหามาใส่ลงไปเองตามความรู้ความเข้าใจที่มี หรือตามประเพณีที่สืบทอดต่อๆ มากันมา หาได้เป็นแก่นหลักของการบวชไม่

ผู้บวชจึงพึงสังวรด้วยว่าฐานะของตนคืออะไร มาบวชเพื่ออะไร หากสิ่งใดไม่สอดคล้องกับทางไปสู่เป้าหมายนั้นก็มิควรกระทำหรือเรียกร้องให้เกิดการกระทำนั้น

กระบวนการบวชและคุณสมบัติของผู้บวช

ขั้นตอนการบวชนับว่าเป็นกระบวนการสำคัญอย่างหนึ่งของตัวผู้บวชและหมู่สงฆ์ เพราะเป็นเสมือนข้อตกลงและการทำความเข้าใจร่วมกันว่านับจากนี้จะมีชีวิตเป็นเช่นไร บทสวดต่างๆ ในระหว่างนี้ล้วนมีความหมายที่บ่งบอกอย่างชัดเจนถึงคุณสมบัติ บทบาท หน้าที่ หรือสิ่งที่พึงสังวรไว้ในขณะที่ครองเพศบรรพชิต

การบวชนั้นแรกเริ่มเดิมยังไม่มีกระบวนการอะไรมากมาย ใครเลื่อมใสศรัทธาคำสอนของพระพุทธเจ้าก็เพียงกล่าววาจาขอบวช เมื่อพระพุทธเจ้ากล่าวรับว่า “จงมาเป็นภิกษุเถิด” คนผู้นั้นก็ได้เป็นพระสงฆ์แล้ว เรียกการบวชในแบบนี้ว่า “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” การบวชจริงๆ แล้วก็คือขอร่วมเดินไปตามทางเดียวกับที่พระพุทธองค์ทรงยึดถือปฏิบัตินั่นเอง เดินไปที่ใด ก็ไปยังเป้าหมายเดียวกันนั่นคือบรรลุมรรคผลนิพพาน

ต่อมาเมื่อชุมชนสงฆ์มีขนาดใหญ่ขึ้น กระจัดกระจายไปตามที่ต่างๆ มากขึ้น จึงได้มีการกำหนดวิธีการบวชในแบบอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การบวชแบบ “ญัตติจตุตถกัมมอุปสัมปทา” คือการตั้งคณะกรรมการ การจัดระบบในการคัดกรอง และการตรวจสอบคุณสมบัติขึ้น

ซึ่งถ้าเทียบกับโลกของการทำงานในปัจจุบันก็อาจเทียบได้ว่าเป็นกระบวนการ “recruitment” หรือการคัดสรรบุคคลเข้าทำงานหรือเข้ามาในองค์กรแบบหนึ่ง

ลักษณะของการพิจารณาผู้เข้าบวชนี้ต้องทำผ่านคณะกรรมการอันประกอบด้วยพระกรรมวาจาจารย์ พระอนุสาวนาจารย์ และพระอุปัชฌาย์ ทำการซักถามเพื่อขอมติจากหมู่สงฆ์ หากไม่มีพระรูปใดคัดค้านก็สามารถเป็นพระภิกษุสงฆ์ได้

อ่านต่อฉบับหน้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เหยี่ยวถลาลม | หนูไม่รู้
50 ปี 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
บททดสอบสุดท้าย’บิ๊กต่าย’ ระบบตั๋วปะทะระบบคุณธรรม ระวังคลื่นลูกใหญ่ใน ก.พ.ค.ตร.
การกลับมาโสดอีกครั้งของ ปันปัน สุทัตตา
ออสเตรเลีย ยกระดับคุมปืน รับซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชน
เส้นทางความรัก นก อุษณีย์ จนถึงวัน ขอ ‘ม่วย’ แต่งงาน
แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค
MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ธงทอง จันทรางศุ | ‘ช่องว่าง’ ในครอบครัว
เจาะปมสังหาร ‘นายกฯ เด’ เลือดล้างสัมพันธ์เก่าแก่ อดีต ส.ส.ฉลอง-อ้างหนี้ แต่เบื้องลึกพลิกอีกมุม!
ศ.สุชาติ ชี้แก้คอร์รัปชันไทย ต้องเริ่มจากผู้นำที่สะอาด ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
E-DUANG | จังหวะภาพ ทักษิณ ชินวัตร ชุมนุม มังกร ทาง การเมือง