bg-single

จากสงขลาสู่เมืองกาญจน์ เจ้าภาพ ‘คิงส์คัพ’ ครั้งที่ 51

26.07.2025

เขย่าสนาม | Stivie Toon

[email protected]

ยอมรับว่าแอบเซอร์ไพรส์ไม่น้อยเลย เมื่อการประกาศเจ้าภาพการแข่งขัน ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 51 ออกมากลายเป็น จังหวัดกาญจนบุรี จะได้เป็นเจ้าภาพครั้งแรก

จากที่ก่อนหน้านี้แอบสอบถามวงในมา ล้วนแล้วแต่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สงขลา เจ้าภาพครั้งก่อนที่สร้างปรากฏการณ์สนามแตก น่าจะได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพปีที่ 2 ติดต่อกัน

โดยคืนก่อนเริ่มงานประกาศเกียรติคุณประจำฤดูกาล FA Thailand Awards 2024/25 กระแสของจังหวัดสงขลานั้นมาแรงมากๆ ด้วยความพร้อมที่เหนือกว่ากาญจนบุรีทุกด้านเนื่องจากเพิ่งจัดไปปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสนามที่ผ่านการปรับปรุง และรับมือกับ คิงส์คัพ ครั้งที่ 50 มาแล้ว หรือโรงแรมที่พักก็เพียบพร้อมหมด

ต่างจากทางด้านกาญจนบุรี ที่จะต้องมีการปรับปรุงสนามพอสมควร หรือโรงแรมที่พัก ซึ่งมีรายงานว่าไม่เพียงพอ

ยอมรับเลยว่าตอนแรกมองไว้ว่าสงขลาน่าจะมีโอกาสเป็นเจ้าภาพสัก 90-99 เปอร์เซ็นต์ และโอกาสที่กาญจนบุรีจะพลิกเป็นเจ้าภาพได้น่าจะแค่ 1-10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

แต่ตอนไปถึงงาน สิ่งที่ทำให้เริ่มรู้สึกหวั่นใจ ก็ตอนที่ตัวแทนของทั้งสองจังหวัด เดินทางมาร่วมงานกันแบบพร้อมเพรียง ทั้ง สุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา รวมถึง สิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และ นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายก อบจ.กาญจนบุรี ก็เริ่มทำให้รู้สึกว่าอะไรที่คิดว่าแน่ อาจจะไม่แน่เสียแล้ว

เพราะตามหลัก ถ้าจังหวัดไหนได้ ก็น่าจะมีการบอกกล่าวกันหลังไมค์ก่อน อีกจังหวัดจะได้ไม่เดินทางมาเสียเปล่า แม้จะเข้าใจว่าเป็นการเก็บความลับจนถึงนาทีสุดท้ายว่าใครจะได้เป็นเจ้าภาพ แต่มันจะทำให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจกันได้

ซึ่งพอเมื่อประกาศออกมาว่าเจ้าภาพ ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ก็ได้เห็นภาพที่ตัวแทนจากจังหวัดสงขลา ถึงกับเดินออกจากงานแล้วรีบเดินทางกลับทันที ไม่รอแม้แต่ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้พูดคุยหรือชี้แจงอะไรเลย

ในมุมของจังหวัดสงขลา ก็สามารถเข้าใจถึงความผิดหวังได้ เพราะถ้ามองในเรื่องความพร้อมต่างๆ เชื่อว่าพวกเขาดีกว่ากาญจนบุรีแน่นอน แถมยังต้องเสียค่าเครื่องบิน เสียเวลาเดินทางมาร่วมงาน แล้วต้องพบกับความผิดหวังอีก

ซึ่งภาพที่เกิดขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ามันคล้ายคลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อน ตอนที่สงขลาสู้กับเชียงใหม่ ในการแย่งชิงเป็นเจ้าภาพคิงส์คัพ ครั้งที่ 50 เพราะตอนนั้นเชียงใหม่ก็มั่นใจว่าตัวเองพร้อมกว่าหลังได้จัดมา 2 ปีติดต่อกัน และสงขลาเองก็ยังต้องมีการปรับปรุงด้านต่างๆ เหมือนกาญจนบุรีแบบนี้

ดังนั้น ก็ต้องยอมรับว่าการเลือกกาญจนบุรีเป็นเจ้าภาพ มันก็เหมือนกับที่สงขลาได้เมื่อปีที่แล้วนั่นเอง ก็คือการเปิดโอกาสให้จังหวัดใหม่ๆ ได้เป็นเจ้าภาพบ้าง

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สภากรรมการกลาง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และประธานคัดเลือกเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 เผยถึงสาเหตุที่เลือกาญจนบุรีเป็นเจ้าภาพว่า แม้ในเบื้องต้นกาญจนบุรีจะมีข้อด้อยบางประการ โดยเฉพาะเรื่องสนามแข่งขัน แต่ทางสมาคมฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและแนะนำการปรับปรุงต่างๆ ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือการเพิ่มความจุของอัฒจันทร์ เพื่อรองรับแฟนบอลจำนวนมากขึ้น

นอกจากนี้ การให้กาญจนบุรีเป็นเจ้าภาพ จะทำให้เป็นโอกาสในการพัฒนา สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (กลีบบัว) ให้สามารถรองรับการแข่งขันในระดับนานาชาติได้ เพิ่มจำนวนสนามที่ผ่านมาตรฐานของ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) นอกกรุงเทพฯ ได้อีก

“นอกจากกรุงเทพฯ ตอนนี้เรามีสนามในเชียงใหม่ สงขลา และกำลังจะมีกาญจนบุรี ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของวงการฟุตบอลไทยในอนาคต” นี่คือเหตุผลของสมาคมฯ

มาด้านความพร้อมของผู้ชนะอย่างกาญจนบุรีบ้าง นพ.ประวัติ ก็ได้แสดงความมั่นใจว่าการปรับปรุงต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องสนามจะเสร็จพร้อมก่อนการแข่งขันคิงส์คัพอย่างแน่นอน

ส่วนที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้เรื่องโรงแรมที่พักไม่เพียงพอแล้วจะให้นักเตะจากชาติอื่นไปพักในกรุงเทพฯ ก่อนเดินทางเข้ากาญจนบุรีในวันแข่งนั้น หมอประวัติยืนยันว่าเป็นเรื่องไม่จริงทั้งหมด เพราะโรงแรมในเมืองกาญจน์มีเยอะ นอกเหนือจากที่เสนอไปทีแรก โดยทางสมาคมฯ ก็เตรียมจะไปเซอร์เวย์โรงแรมที่เหลือต่อ และยืนยันได้ว่านักเตะทุกคนจะพักในเมืองกาญจนบุรีแน่นอน

นอกจากนี้ นายก อบจ.กาญจนบุรี ยังบอกด้วยว่า ส่วนของที่นั่งผู้ชม จากเดิมสนามกลีบบัวจุได้ราวๆ 18,000 คน แต่พอใส่เก้าอี้เข้าไปทำให้ที่นั่งมันเหลือแค่ 7,800 คนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดที่สามารถเติมอัฒจันทร์ชั่วคราวได้อีก เบื้องต้นคาดว่าจะได้ที่ 12,000 คน

นอกจากนี้ ยังมีอีกช่องทางที่มองไว้คือ การเสริมที่นั่งบนลู่วิ่ง ถ้าหากงบฯ ไม่บานปลายเกินไปคิดว่าทำได้ และจะทำให้ที่นั่งเพิ่มถึงเกือบ 20,000 คนได้ ซึ่งการเติมที่นั่งชั่วคราวบนลู่วิ่ง น่าจะทำให้ฟุตบอลสนุกขึ้น แฟนบอลได้ใกล้ชิดนักเตะมากขึ้นด้วย

ส่วนกระแสคนในจังหวัดเองก็แฮปปี้สุดสุด เพราะจังหวัดไม่เคยได้จัดกีฬาระดับนี้มาก่อน และก็ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายด้วย จากนี้กาญจนบุรีจะพร้อมต้อนรับกีฬาต่างๆ มาแข่งขันที่นี่ เพราะมีสนามที่พร้อมแล้ว

สุดท้ายนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่ 3 ปีที่ผ่านมา เจ้าภาพคิงส์คัพ มีการเวียนไปในหลายๆ ภูมิภาคของประเทศ ไล่ตั้งแต่ ภาคเหนือที่เชียงใหม่ ไปภาคใต้ที่สงขลา และตอนนี้ก็มาภาคตะวันตกที่กาญจนบุรี

บางทีมันอาจจะเป็นโอกาสให้สมาคมฯ ลองวางระเบียบในการหาเจ้าภาพเพิ่มในอนาคต อย่างเช่นเวียนไปปีละภูมิภาค อย่างปีหน้าอาจจะไปมองหาจังหวัดทางฝั่งตะวันออก หรือภาคอีสาน ก็จะได้กระจายฟุตบอลให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

กลายเป็นกีฬาของคนไทยอย่างแท้จริง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด