Technical Time-Out | SearchSri
สําหรับวัยรุ่นยุค ’80 ฮัลค์ โฮแกน น่าจะเป็นชื่อที่หลายคนคุ้นหูและจดจำได้เป็นอย่างดี
ในยุคสมัยที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดีย และความบันเทิงส่วนใหญ่หาได้จากสื่อวิทยุและโทรทัศน์ เขาคือหนึ่งใน “ฮีโร่” ของป๊อปคัลเจอร์ผู้เปลี่ยนโฉมวงการมวยปล้ำอาชีพไปตลอดกาล
ฮัลค์หรือชื่อจริงคือ เทอร์รี่ จีน โบลเลีย เกิดที่เมืองออกัสตา รัฐจอร์เจีย เมื่อปี 1953 ด้วยความเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ ด้วยส่วนสูงถึง 201 เซนติเมตร เขาจึงเริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักมวยปล้ำอาชีพในทศวรรษที่ 70 ที่รัฐฟลอริดา
เพราะรูปร่างที่สูงใหญ่นี่เองที่ทำให้เขาได้ชื่อเล่น “ฮัลค์” มาจากตอนยืนประกบกับ ลู เฟอริโน่ ดาราผู้รับบท “ฮัลค์” จากละครโทรทัศน์ของซูเปอร์ฮีโร่ The Incredible Hulk
ฮัลค์ เข้าร่วมสังกัด สหพันธ์มวยปล้ำโลก (WWF) (ปัจจุบันคือ WWE หรือ World Wrestling Entertainment) ในปี 1979 ตามคำชักชวนของ วินซ์ แม็คแมน เจ้าของ WWF ซึ่งถูกใจบุคลิกและเสน่ห์เฉพาะตัวของเขา โดยแม็คแมนอยากได้นักมวยปล้ำมีชื่อที่ฟังดูเป็นไอริชหน่อย ก็เลยตั้งนามสกุลให้ฮัลค์ว่า “โฮแกน”
กลายเป็น “ฮัลค์ โฮแกน” มาจนถึงปัจจุบัน

ในยุคนั้น มวยปล้ำอาชีพยังมีแฟนๆ ที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม และจำกัดคนดูแค่ในโรงยิมเล็กๆ แต่การมาของโฮแกนและการผสมผสาน “ดราม่า” เข้าไปในการปล้ำแต่ละเวทีทำให้มวยปล้ำอาชีพกลายเป็นกีฬาเพื่อความบันเทิง (sport entertainment) ทั้งการสร้างคาแร็กเตอร์ให้นักมวยปล้ำ การแต่งเติมภูมิหลัง สตอรี่ และดราม่าต่างๆ ในการขึ้นเวทีแต่ละครั้ง ดึงดูดให้คนสนใจมากขึ้น
และ “พระเอก” ของเวที WWF ยุคนั้นก็คือ ฮัลค์ โฮแกน เขาคือฮีโร่และขวัญใจแฟนๆ ที่มาต่อสู้กับนักมวยปล้ำฝ่ายร้าย ด้วยเสน่ห์และคาแร็กเตอร์เฉพาะตัว ทั้งท่าเบ่งพลัง หนวดสีทองเส้นงาม ผ้าโพกหัว ท่าฉีกเสื้อ และวลีเด็ดประจำตัวว่า “What’cha gonna do when Hulkamania runs wild on you?”
มวยปล้ำอาชีพกลายเป็นกิจกรรมเพื่อความบันเทิงของทั้งครอบครัว จากที่เคยจำกัดอยู่ในกลุ่มเล็กๆ ก็มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ และขยายพื้นที่การจัดแข่งขันไปเรื่อยๆ จนถึงสนามกีฬา
ฮัลค์ฝากผลงานการปล้ำให้แฟนๆ จดจำหลายเวที ทั้งการเจอกับนักมวยปล้ำร่างยักษ์ อองเดร เดอะ ไจแอนต์ส ทั้งการเอาชนะวายร้าย ไอออน ชีก หรือการส่งไม้ต่อให้ เดอะ ร็อก
การปล้ำกับอองเดรในศึก WrestleMania III เมื่อปี 1987 ที่พอนเทียก ซิลเวอร์โดม รัฐมิชิแกนนั้น ทาง WWE ระบุว่า ยอดซื้อบัตรเข้าชมในวันนั้นมากถึง 93,173 คน (แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่ายอดผู้ชมน่าจะอยู่ที่ราว 78,000 คน)
ขณะที่การพบกันอีกครั้งของทั้งคู่ในปีถัดมา ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ NBC และมีผู้รับชมทั่วประเทศกว่า 33 ล้านคน ซึ่งเป็นยอดผู้ชมแมตช์มวยปล้ำอาชีพที่สูงที่สุดของสหรัฐอเมริกามาจนถึงปัจจุบัน
ความนิยมในตัวฮัลค์ทำให้เขากลายเป็นขาประจำของสื่อบันเทิงต่างๆ ทั้งภาพยนตร์และโทรทัศน์ โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับ ร็อกกี้ บัลเบา ในหนังมวยระดับตำนานอย่าง ร็อกกี้ ภาค 3

เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ฮัลค์พลิกบทบาทจาก “พระเอก” เป็นผู้ร้าย ในชื่อ “ฮอลลีวู้ด” ฮัลค์ โฮแกน กับกลุ่มนักปล้ำ นิว เวิลด์ ออร์เดอร์ ในปี 1996
และแม้ในช่วงทศวรรษที่ 2000 เขาก็ยังได้ขึ้นปล้ำกับสตาร์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เดอะ ร็อก” ดเวย์น จอห์นสัน ในศึก “ไอคอน vs ไอคอน” ของเวที WrestleMania X8 ตอนอายุกำลังจะล่วงเข้าวัย 50
ซึ่งความพ่ายแพ้ของฮัลค์ในวันนั้น ถูกมองว่าเป็นสตอรี่ของการส่งไม้ต่อจากซูเปอร์สตาร์ยุคหนึ่งสู่ซูเปอร์สตาร์อีกยุคหนึ่ง
ตลอดชีวิตการเป็นนักมวยปล้ำอาชีพ ฮัลค์คว้าแชมป์ WWF/WWE รวม 6 ครั้ง เป็นคู่เอกของ WrestleMania 8 ครั้ง และได้รับการบรรจุเข้าหอเกียรติยศของ WWE ในปี 2005 ก่อนถูกถอดชื่อในอีก 10 ปีถัดมา หลังจากมีคลิปฉาวคำพูดเชิงเหยียดผิวซึ่งเขาโดนแอบอัดคลิปขณะมีเซ็กซ์
โฮแกนตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์และถูก WWE ยกเลิกสัญญา รวมถึงเสียสปอนเซอร์ไปหลายเจ้า จนเจ้าตัวออกมาขอโทษผ่านสื่อ และได้กลับสู่ WWE อีกครั้งในปี 2018 ซึ่งรวมถึงการได้บรรจุชื่อกลับเข้าหอเกียรติยศใหม่ด้วย
ช่วงบั้นปลายชีวิต ฮัลค์เรียกเสียงฮือฮาด้วยการออกมาสนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน ในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งภาพ “ฮีโร่” ของชาวอเมริกันวิ่งโบกสะบัดธงชาติบนเวทีหาเสียงยังคงเป็นที่จดจำของหลายๆ คน (แม้จะไม่ถูกใจคอการเมืองฝั่งตรงข้ามนักก็ตาม)

ข่าวการจากไปของฮัลค์ โฮแกน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม จากอาการหัวใจวายด้วยวัย 71 ปี จึงกลายเป็นข่าวช็อกสำหรับชาวอเมริกันและแฟนมวยปล้ำทั่วโลก เมื่อต้องสูญเสียบุคคลสำคัญที่สุดในการพลิกโฉมวงการมวยปล้ำอาชีพไปอย่างไม่มีวันกลับ
ท่ามกลางถ้อยคำอาลัยของคนดังจากหลากหลายวงการ คือข้อความจาก “เดอะ ร็อก” ผู้เขียนถึงฮีโร่ตั้งแต่วัยเยาว์ของเขา และแมตช์ที่ทั้งคู่เจอกันเมื่อปี 2002 ว่า จังหวะที่ฮัลค์เอาตัวรอดจากท่าไม้ตายของเขา แฟนๆ รอบสนามส่งเสียงเชียร์กันกึกก้อง เสียงเชียร์นั้นมีให้เพื่อฮัลค์เพียงคนเดียว และมันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนตลอดการเป็นนักมวยปล้ำอาชีพ วันนั้นฮัลค์อาจจะส่งไม้ต่อให้กับเขา แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ฮัลค์คือคนที่สร้าง “บ้าน” หลังนี้ขึ้นมา คือคนที่ทำให้มวยปล้ำกลายเป็นที่นิยมไปทั่วประเทศ และเขาก็เป็น GOAT (ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล) ของวงการนี้
เดอะ ร็อก ทิ้งท้ายว่า “จากเบื้องลึกของผม และในนามของวงการมวยปล้ำอาชีพที่แสนเร่าร้อนและสุดระห่ำซึ่งพวกเรารัก ผมขอกล่าวกับคุณจากนี้และตลอดไป ขอบคุณสำหรับบ้านหลังนี้”
เพราะถ้าไม่มีชายชื่อ ฮัลค์ โฮแกน มวยปล้ำอาชีพก็อาจไม่ได้เป็นหนึ่งในที่สุดของความบันเทิงอย่างที่เราคุ้นเคยกันทุกวันนี้
