เศษพิษ : ปรสิตแห่งฝันทรยศ นิทรรศการศิลปะที่เผยจิตวิญญาณอันเจ็บปวด จากบาดแผลแห่งความสิ้นหวังทางการเมือง
อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
ในตอนนี้เราขอนำเสนองานศิลปะที่วิพากษ์วิจารณ์ความไม่เป็นธรรมในสังคมการเมืองของประเทศไทยกันอีกครา คราวนี้ปรากฏอยู่ในผลงานศิลปะจากนิทรรศการแสดงเดี่ยวของ ทัศนัย เศรษฐเสรี ศิลปินร่วมสมัย นักต่อสู้ด้านประชาธิปไตยและสิทธิพลเมือง ผู้อาศัยและทำงานอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ทัศนัยมีบทบาทในการแสดงทัศนคติทางสังคมและการเมืองผ่านการทำงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
นิทรรศการที่ว่ามีชื่อว่า เศษพิษ : ปรสิตแห่งฝันทรยศ (Toxic Remains : Parasites of a Betrayed Dream) ที่สำรวจเศษซากทางอารมณ์ทางการเมือง และจิตวิญญาณอันเจ็บปวด อุดมการณ์อันล้มเหลว และความทรงจำอันแตกร้าวจากความรุนแรงของระบอบอำนาจนิยมในสังคมไทย ภายใต้ความทรงจำของตัวศิลปิน หรือแม้แต่ประชาชนจำนวนมากในประเทศนี้ ด้วยการเปิดเปลือยโครงสร้างอำนาจที่ยังฝังรากอยู่ในสังคม โดยเปรียบเปรยกับสิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีพด้วยการอาศัยและแพร่พันธุ์อยู่ในสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นอย่าง “ปรสิต” ที่ยังคงกัดกิน ยึดครอง และรุกล้ำสังคมไทย
“แรงบันดาลใจหลักๆ ของผลงานในนิทรรศการครั้งนี้เริ่มต้นมาจากประสบการณ์ของภาวะอารมณ์ที่เรารู้สึกเศร้า ทุกข์ใจ ความฝัน ความหวังที่เรามี ประสบการณ์ที่เราพบเจอผู้คนในสภาพบรรยากาศการเมืองการปกครองไทยในปัจจุบันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะกลายเป็นประเด็นในการทำงาน ด้วยความคุกรุ่นในใจที่เราพยายามจะทำความเข้าใจ ศึกษาดูว่าสิ่งที่อยู่ในภาวะอารมณ์ของเราคืออะไร เราก็พบว่ามาจากสาเหตุทางการเมือง ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง อำนาจนอกระบบทางการเมืองที่เรามองไม่เห็น และวิธีการมาถึงของอำนาจที่ว่านี้ ที่แฝงฝังตัวเองอยู่ในเรือนร่าง ในสำนึกของเรา หรือจิตสำนึกร่วมของสังคม หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ก่อรูปก่อร่างขึ้นมาเป็นประเด็น รูปแบบ และระบบสัญลักษณ์ต่างๆ ของผลงานในนิทรรศการครั้งนี้”


ทัศนัยถ่ายทอดประเด็นเหล่านี้ผ่านผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมกึ่งนามธรรมขนาดมหึมา ที่ใช้เทคนิคการแปะทับและปะติดกระดาษสี ทับซ้อนเป็นชั้นๆ แฝงฝังด้วยสัญลักษณ์และหลักฐานของประวัติศาสตร์การเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ที่ประกอบด้วยภาพใบหน้าของบุคคลทางการเมืองอย่าง อดีตนายกรัฐมนตรีไทย 14 คน อันมีที่มาจากกองทัพ ที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นพิกเซลพร่าเลือน ราวกับเป็นวิญญาณล่องลอย หากหลอกหลอนผู้คนอยู่ในภาพอย่างน่าหวาดกลัว โดยทัศนัยใช้สิ่งมีชีวิตอย่าง ปรสิต จับคู่กับบุคคลเหล่านี้ เพื่อเปรียบเปรยถึงความเป็นอำนาจนิยมที่กัดกิน ยึดครอง รุกล้ำความเป็นเสรีภาพ ประชาธิปไตยของประเทศนี้มายาวนาน
“ส่วนหนึ่งของนิทรรศการนี้ ว่าด้วยเรื่องอิทธิพลของอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ ด้วยความที่กองทัพคือสถาบันทางสังคมรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีบทบาทในฐานะอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ ที่ยังมีอิทธิพลในการปกครอง และบริหารจัดการสังคมนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พอเราเข้าไปดูข้อเท็จจริงบางประการว่า เกือบครึ่งหนึ่งของรายชื่อนายกรัฐมนตรีไทย เรามีนายกรัฐมนตรี 14 คน ที่มีที่มาจากทหาร ซึ่งผมพยายามทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมสมัยใหม่ของไทยประเทศที่ประกาศตัวว่าใช้การปกครองแบบประชาธิปไตย ทำไมทหารถึงมีบทบาทเป็นนายกรัฐมนตรี เราก็พยายามศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เราไม่พบประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศนัก ที่จะมีนายกรัฐมนตรีมาจากทหาร นอกจากประเทศเพื่อนบ้านเราที่อยู่ภายใต้ระบอบการปกครองแบบเผด็จการ หรือบางยุคสมัยในประเทศแถบละตินอเมริกา แอฟริกา ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นประเทศด้อยพัฒนาทั้งสิ้น ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย ในสังคมประชาธิปไตย ทำไมกองทัพและทหารถึงมีบทบาททางการเมือง จึงนำมาสู่การใช้ภาพใบหน้าของอดีตนายกรัฐมนตรี 14 คน ที่มีที่มาจากทหาร ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการปกครองไทย และขัดขวางความก้าวหน้าของประเทศนี้”

“ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนรู้อยู่ในใจว่า โลกที่ดีกว่านี้มีลักษณะอย่างไร ทำอย่างไรให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ทำไมเราถึงไม่ทำ ทำไมถึงไม่เกิดขึ้น เพราะสิ่งนี้เชื่อมโยงกับการทำงานของอำนาจ ซึ่งหนึ่งในระบอบการปกครองไทยมีคนหลายกลุ่มในเครือข่ายของอำนาจเหล่านี้ ไม่อยากให้เกิดการพัฒนา ไม่อยากให้คนในสังคมหรือในประเทศนี้มีวิถีชีวิตที่ดีกว่านี้ เขาเพียงต้องการให้ตัวเขาเองมีอำนาจไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าเราจะพูดถึงเรื่องเหล่านี้อย่างไรในผลงานศิลปะ ผมก็นึกถึงสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่ง คือตัวปรสิต สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจนมองไม่เห็น ที่เกาะกินตัวเรา แย่งอาหารเรา ทำให้สุขภาพของเราย่ำแย่โดยที่เราไม่รู้ตัว ผมก็เลยใช้ปรสิตเป็นสัญลักษณ์เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจ หรือเครือข่ายอำนาจที่เกาะกินประเทศไทยนับแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน”
นอกจากภาพของอดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว ภายในผลงานยังปรากฏภาพเรือนร่างผู้หญิงเปลือยที่ถูกชำแหละจนขาดกระจาย ราวกับเป็นเศษซากของผู้คนจากสถานการณ์ทางการเมืองอยู่ด้วย
“องค์ประกอบตรงนี้สืบเนื่องมาจากผลงานชุดก่อนๆ ที่ผมพยายามพูดว่า ประชาชนจริงๆ ไม่เคยมีตัวตนในประเทศนี้ โดยเฉพาะผู้หญิง หรือเพศสภาวะอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผู้ชายอย่าง เกย์ เลสเบี้ยน LGBTQ หรือเพศที่ยังไม่มีชื่อเรียกก็ตาม ภายใต้บรรยากาศของวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ในการปกครองที่เชื่อมโยงกับองคชาต หรือความเป็นศูนย์กลางของอำนาจที่ผู้ชายเป็นหลักในอดีต นับตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น ผมใช้ประเด็นนี้ในการทำงานที่ผ่านๆ มาโดยตลอด ในประเด็นที่สะท้อนว่า ผู้หญิง หรือเพศสภาพอื่นๆ กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีตัวตน ไม่ได้รับการยอมรับในสถานภาพที่ควรจะเป็น ผมหยิบฉวยภาพของเรือนร่างผู้หญิงมาจากหนังสือโป๊ในช่วงสงครามเย็น หนังสือโป๊ที่แสดงภาพเปลือยของผู้หญิงให้ผู้ชายดู ผมเอาภาพเรือนร่างของผู้หญิงในหนังสือโป๊เหล่านั้นมาฉีกขาดเป็นส่วนๆ และนำมาคอลลาจให้กระจายอยู่ในงาน จนดูเหมือนมีลักษณะเป็นภาพนามธรรม แต่ถ้าดูให้ดีๆ ก็จะพบว่าเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของเรือนร่างผู้หญิงที่ถูกกระทำมาโดยตลอด เป็นความรุนแรงที่มองไม่เห็น จากสภาวะการจับจ้อง กดทับ ในสังคมชายเป็นใหญ่”

ในผลงานยังมีการปรากฏของ ดอกหม้อข้าวหม้อแกงลิง ดอกไม้ ซึ่งเป็นอวัยวะสืบพันธุ์อันงดงามของพืช ซึ่งทับซ้อนกับช่องคลอดของผู้หญิง หากแฝงด้วยกลไกของการล่อหลอกและความตาย
“ผมสนใจดอกหม้อข้าวหม้อแกงลิง เพราะมันมีความสวยงาม แต่ในอีกแง่ก็เป็นกับดักแมลง ซึ่งความตายที่แฝงอยู่ในความสวยงามก็สะท้อนอะไรหลายเรื่องในสังคม ทั้งภาพอันงดงามของสังคมแห่งสันติสุขของประเทศที่เป็นเหมือนสรวงสวรรค์ของชนบท ธรรมชาติ แต่สิ่งที่ซุกซ่อน ปิดบัง กดทับอยู่ภายใต้ความสวยงามเหล่านั้นคือ ภยันตราย ความตาย เป็นกับดักของอุดมการณ์บางอย่างที่สังคมนี้กดให้อยู่ไปเรื่อยๆ อนุญาตให้เรามีความฝัน แต่พอเราจะทำให้ความฝันเป็นจริง ก็จะมีบุคคลที่พยายามฉุดรั้งเอาไว้ ผมเลยใช้หม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นสัญลักษณ์สะท้อนสถานะทางความคิดและบรรยากาศทางการเมืองของประเทศนี้”
ในตอนที่เข้าไปชมงาน เราได้ยินผู้ชมรุ่นเด็กๆ ที่เข้ามาชมงานด้วย ทักทายว่าพวกเขาเห็นชิ้นส่วนของวิดีโอเกมอย่าง ไมน์คราฟต์ (Minecraft) ประกอบอยู่ในผลงานในนิทรรศการนี้ ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองอันเข้มข้นอย่างน่าสนเท่ห์ ซึ่งทัศนัยเผยถึงเหตุผลให้เราฟังว่า

“วันหนึ่งผมเห็นลูกชายอายุ 8 ขวบของผมเล่นเกมไมน์คราฟต์ รวมถึงลูกศิษย์วัยรุ่นในมหาวิทยาลัยของผมก็เล่นเกมนี้ด้วย ผมจึงพยายามทำความเข้าใจและค้นหาประวัติเกี่ยวกับเกมนี้ และพบว่า เกมนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกในช่วงที่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งนำไปสู่ขบวนการเรียกร้องเสรีภาพ การประท้วง และการเปิดเผยให้เห็นภยันตรายที่มองไม่เห็น ผมยังได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้ออกแบบเกมนี้ ว่าเป็นความตั้งใจของเขาที่จะทำให้เกิดโลกเสมือนจริง ที่ผู้คนสามารถปลดปล่อยตัวเองในภาวะที่โลกวุ่นวายและเกิดข้อจำกัดทางเสรีภาพ เพราะฉะนั้น เด็กๆ ที่เล่มเกมนี้ อย่างเช่น ลูกของผม ก็สามารถสร้างโลกแห่งความฝันของเขา และสามารถที่จะทุบทำลายสิ่งก่อสร้างที่เขารู้สึกว่าไม่ชอบทิ้ง แล้วสร้างขึ้นใหม่ได้ ในขณะที่ความฝันของผมถูกทรยศมาโดยตลอดในโลกของความเป็นจริง ผมจึงมีแนวคิดที่ให้ลูกชายสร้างเมืองในฝันของเขาขึ้นมาหลายรูปแบบ แล้วผมก็จะหยิบมาเจอกับความความฝันที่ถูกทรยศ ความฝันที่ผู้ใหญ่ทำไม่ได้ของผม เพื่อให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงในผลงานชุดนี้”
ภายในนิทรรศการยังมีการจัดฉายภาพยนตร์สารคดีของ ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ เรื่อง “พลิกผืนดิน : การต่อสู้ของชาวนา ในภาคเหนือ พ.ศ.2517-2519” ที่บันทึกความทรงจำในการต่อสู้ของผู้ไร้ที่ดินใน จ.เชียงใหม่-ลำพูน ที่ลุกขึ้นร่วมต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมเพื่อสิทธิของตนเองและประชาธิปไตยร่วมกับนักศึกษาและเผชิญหน้ากับการปราบปรามอย่างโหดร้ายร่วมกับนักศึกษา ที่สร้างบทสนทนากับเนื้อหาในผลงานของทัศนัยได้อย่างลุ่มลึก
ปิดท้ายด้วยคำตอบของทัศนัยต่อความสงสัยของเราที่ว่า เขาคิดว่าผลงานศิลปะของเขาสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศของเราได้หรือไม่?

“ผมคิดว่าบทบาทของศิลปะไม่ได้นำสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครที่จะเข้ามาดูนิทรรศการแล้วจะนำไปสู่การปฏิวัติ คนบางกลุ่มอาจกังวลต่อศิลปะมากเกินไป จนนำไปสู่การเซ็นเซอร์ ปิดนิทรรศการศิลปะ แต่ผมมองว่างานศิลปะไม่ได้เปลี่ยนแปลงสังคมโดยฉับพลัน หากแต่ค่อยๆ เปลี่ยนกระบวนทัศน์ ความรู้ ความเข้าใจ ซึ่งใช้ระยะเวลา เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลว่าศิลปะจะนำไปสู่สิ่งที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ประชาชน หรือคนรุ่นใหม่ที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องอะไรก็ตามในปัจจุบัน เขาไม่มีความคิดร้ายต่อชาติบ้านเมือง เขาเพียงแค่อยากเห็นสังคมก้าวหน้า ผมเองก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ผมมีความฝัน อยากจะเห็นสังคมมุ่งไปในทางที่ดี ผมก็สื่อสารออกมาผ่านงานศิลปะเท่านั้นเอง”
นิทรรศการ เศษพิษ : ปรสิตแห่งฝันทรยศ (Toxic Remains : Parasites of a Betrayed Dream) โดย ทัศนัย เศรษฐเสรี จัดแสดง ณ แกลเลอรี่เว่อร์ (Gallery VER) ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 22 ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม-20 กันยายน พ.ศ.2568 สอบถามรายละเอียดได้ที่ [email protected], โทร.0 2120 6098
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แกลเลอรี่เว่อร์ ภาพถ่ายโดย Preecha Pattara-umpornchai

