‘ซน ฮึง มิน’ ลาลูกหนังยุโรป ส่งต่อรอยยิ้มที่เมเจอร์ลีก
Technical Time-Out | จริงตนาการ
ซน ฮึง มิน ถือเป็นนักเตะเอเชียที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอลอังกฤษ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เพราะเขาไม่ใช่แค่นักฟุตบอลที่พิสูจน์แล้วว่าฝีเท้ายอดเยี่ยม เป็นกำลังสำคัญของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เติบโตเป็นกัปตันทีม มีส่วนร่วมในการพาทีมเป็นแชมป์ครั้งแรกในรอบ 17 ปี และโบกมือลาไปอย่างฮีโร่
ซนประกาศด้วยตัวเองว่าจะลาทีมไปหลังจบเกมอุ่นเครื่องที่โซล เวิลด์คัพ สเตเดียม ประเทศเกาหลีใต้ บ้านเกิดตัวเอง ปิดฉากการเป็นนักเตะไก่เดือยทอง 10 ปี และเป็นหนึ่งไอคอนของฟุตบอลเอเชียในยุโรป รวมทั้งเป็นตำนานของสโมสรแบบไม่มีคัดค้าน
ดาวยิงวัย 33 ปี เริ่มต้นการเป็นตำนานของสเปอร์สด้วยการย้ายมาจากฮัมบูร์ก เมื่อปี 2015 ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้น เดวิด พลีท อดีตผู้จัดการทีมสเปอร์สเคยไปดูฟอร์มของกองหน้าเกาหลีใต้ด้วยตาตัวเอง ในปี 2012 แต่ก็ไม่ประทับใจนัก เพราะฮัมบูร์กในซีซั่นนั้นฟอร์มแย่มาก และซนก็เพิ่งหายจากอาการเจ็บ กำลังเรียกความฟิต
เมื่อสเปอร์สยังไม่เอาจริง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ซึ่งในตอนนั้นยังเพิ่งเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมเซาธ์แฮมป์ตัน ให้ความสนใจซน แต่เขากลับเลือกย้ายไปเลเวอร์คูเซ่น เพื่อโลดแล่นในเยอรมนีต่อไป
จนกระทั่งปี 2014 โปเช็ตติโน่โยกไปคุมสเปอร์ส โดยมี พอล มิตเชลล์ แมวมองตาเหยี่ยวไปเป็นหัวหน้าฝ่ายเสริมทีม และในปี 2015 ไก่เดือยทองได้ส่งแมวมองไปดูฟอร์มของซน ในเกมที่เลเวอร์คูเซ่น พ่ายให้ โวล์ฟสบวร์ก 4-5 ซึ่งวันนั้นซนนี่ซัดแฮตทริกต่อหน้าแมวมอง ด้วยการเล่นและการจบสกอร์ที่ครบเครื่อง และในวันที่ 28 สิงหาคม 2015 ซนชูเสื้อสเปอร์ส ด้วยการที่สโมสรทุ่มเงิน 22 ล้านปอนด์
ซึ่งมิตเชลล์ยอมรับว่า เป็นจำนวนเงินที่คุ้มค่ากับการลงทุนอย่างแน่นอน

การเริ่มต้นฤดูกาลแรกในสีเสื้อสเปอร์สของดาวยิงโสมขาวอาจจะไม่ดีนัก เพราะเขาบาดเจ็บ จนไม่ได้ลงสนาม 2 เดือน แต่เมื่อกลับมาลงสนามได้ในช่วงคริสต์มาส ซนก็มีความสุขกับการเล่นในพรีเมียร์ลีก ยิงประตู ช่วยทีมด้วยรอยยิ้ม มาจนวันสุดท้ายที่เขาอยู่กับทีม
มิตเชลล์บอกว่า ซนเป็นคนที่มองโลกในแง่บวกเสมอ เข้ามาสู่ทีมด้วยรอยยิ้มกว้างๆ ทำงานอย่างหนัก และไม่เคยยอมแพ้กับอะไรทั้งนั้น
อย่างไรก็ตาม มีช่วงเวลาที่ซนอยากจะโบกมือลาทีมจากกรุงลอนดอนไปเช่นกัน ซึ่งเจ้าตัวเคยเปิดใจกับสื่ออย่าง “ลอนดอน อีฟนิ่ง สแตนดาร์ด” ว่า ในปี 2019 เคยเดินเข้าไปแจ้งกับโปเช็ตติโน่ว่ารู้สึกไม่สบายใจ และอยากย้ายกลับไปเยอรมนี
สเปอร์สไม่ต้องการเสียนักเตะฝีเท้าดี และสารพัดประโยชน์แบบซนออกไป เพราะรู้ดีว่าคงหานักเตะแบบเดียวกันมาทดแทนได้ยาก ถึงแม้ว่าช่วงนั้นจะเป็นปีที่แย่ของซนก็ตาม
โปเช็ตติโน่เปิดใจในหนังสืออัตชีวประวัติถึงเรื่องนี้ว่า ซนได้เดินมาบอกแบบนั้น แต่ก็ได้บอกไปแล้วว่าจะไม่ยอมให้เขาย้ายออกไปด้วยค่าตัวที่ถูก และเขายังอยู่ในแผนการทำทีม เมื่อได้รับคำตอบแบบนั้น ทำให้กองหน้าเกาหลีใต้มีความมั่นใจมากขึ้น
จนเริ่มต้นโชว์ความเป็น “ของจริง” ออกมาให้โลกลูกหนังได้เห็น

การได้เล่นกับ แฮร์รี่ เคน หนึ่งในยอดกองหน้าของโลก ทั้งคู่ต่างสลับกันแอสซิสต์และยิงประตูกันแบบสนุกเท้า ในฤดูกาล 2021-2022 ทั้งคู่ต่างมีส่วนร่วมในการยิงประตูของกันและกัน 37 ประตู ทำลายสถิติของ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา กับ แฟรงก์ แลมพาร์ด เคยทำไว้ 36 ประตู และสถิติของเคนกับซนเป็นสถิติคู่หูจอมถล่มประตูที่ยังอยู่จนถึงตอนนี้
ซนเลือกช่วงเวลาในการบอกลาสเปอร์สได้อย่างเหมาะสม การได้เป็นกัปตันทีมที่พาทีมคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก เป็นแชมป์แรกในรอบ 17 ปีของสโมสร ได้รางวัลเป็นโควต้าไปลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลถัดไป การเป็นนักเตะเอเชียคนแรกและคนเดียวในเวลานี้ที่ยิงเกิน 100 ประตู ในพรีเมียร์ลีก รั้งอันดับ 16 ร่วม ในตารางอันดับดาวยิงสูงสุดของพรีเมียร์ลีก รวม 127 ประตู เท่ากับจิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงก์ กองหน้าชาวดัตช์
ฉากอำลาที่โซล เวิลด์คัพ สเตเดียม เต็มไปด้วยน้ำตาและรอยยิ้ม ซึ่งเป็นวันที่ซนกำหนดเอาไว้แล้วว่า เขาอยากให้มันเป็นแบบนั้น เป็นการจากลาที่อบอุ่น ที่นักเตะน้อยคนจะมีช่วงเวลาแบบนี้
แอลเอ เอฟซี ทีมในเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา เป็นมุดหมายต่อไป ที่ซน ฮึง มิน จะสร้างความสุข โชว์ฝีเท้า และแจกรอยยิ้ม เชื่อว่าแฟนบอลจะตกหลุมรักเขา แบบเดียวกับทุกทีมที่เคยไปค้าแข้งด้วย
แต่คนที่รักไปแล้ว ก็ยังคงรักเหมือนเดิม
