Predator : Killer of Killers ที่จริงเราก็ล่าเหยื่อกันทุกคน
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
ดูมูฟาซากับหนังแอนิเมชั่นพรีเดเตอร์เรื่องล่าสุด Predator : Killer of Killers ในเวลาไล่เลี่ยกันทำให้รู้สึกแปลกๆ ว่าเรากำลังดูช่องดิสนีย์อยู่หรือเปล่า แล้วก็ได้ข้อสรุปส่วนตัวว่าโลกรุนแรงขึ้นจริง เด็กๆ เสพความรุนแรงจากหน้าจอทุกชนิดมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องจริง
หนังทุกวันนี้สร้างความชาชินต่อ “การฆ่า” ให้แก่เด็กๆ เรียกว่า desensitization มิได้บอกว่าหนังอะไรจะสร้างเด็กเป็นนักฆ่าได้แต่สร้างความชาชินได้แน่ๆ ทำให้ไม่รู้สึกมากนักเวลามีข่าวคนที่เราไม่รู้จักตาย เช่น ทหารที่เสียชีวิตในการปะทะ เรารับรู้ว่าเป็นทหารแต่มิใช่ญาติสายตรงของเรา จึงมีความเป็นไปได้มากขึ้นว่าเราชาชิน หากเป็นทหารฝ่ายตรงข้ามเราอาจจะสะใจ
มิใช่มูฟาซาและพรีเดเตอร์ที่มีการฆ่ากันจริงๆ หนังสายลับหรือหนังสืบสวนทุกวันนี้ฆ่ากันเป็นว่าเล่นในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์หรือหนังสตรีมมิ่งกันทุกวันคืนเวลานี้
อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องการล่าเหยื่อ

หนังแอนิเมชั่นพรีเดเตอร์ใหม่ปี 2025 เรื่อง Predator : Killer of Killers นี้แบ่งเป็นสี่ภาค
สามภาคแรกไม่มีอะไรเกี่ยวกันเลย เหตุการณ์เกิดขึ้นคนละยุคสมัยห่างกันไกล
ท่านที่อ่านพรีเดเตอร์ในรูปแบบโนเวลกราฟิกรู้อยู่แล้วว่าเผ่าพันธุ์นี้ซึ่งมีคำเรียกว่า ยาอุตจา ได้เดินทางมาโลกมนุษย์ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์
ท่านที่ดูแต่หนังอาจจะเพิ่งได้เห็นชัดๆ ครั้งแรกจาก Prey หนังปี 2022 เล่าเรื่องยาอุตจามาถึงโลกในยุคอินเดียนแดง กำกับฯ โดย Dan Trachtenberg ซึ่งเป็นผู้กำกับแอนิเมชั่นเรื่องนี้ด้วย
ทุกภาคจบในตอนก่อนที่จะเปิดเผยโครงเรื่องใหญ่ในภาคที่สี่อันเป็นบทสรุปที่ไม่จบ (ตามฟอร์มหนังทำรายได้ดีมีภาคต่อ)
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเรื่องนี้เขียนได้ดีมาก ช่วยให้เราเห็นแบบแผนหรือโครงสร้างของการล่าเหยื่อในสังคมของมนุษย์ชัดเจนขึ้น

ภาคแรก The Shield
ปี 841 สแกนดิเนเวีย นักรบหญิงไวกิ้งเออร์ซ่าพาลูกชายแอนเดอร์สและเผ่าของหล่อนบุกโจมตีเผ่าไครวิชอย่างดุเดือดหวังล้างแค้นโซรันผู้ฆ่าบิดาของหล่อนเมื่อกาลก่อน เออร์ซ่านำทัพอย่างดุร้ายมากที่สุดล้างเผ่าพันธุ์ไครวิชไม่เหลือซาก ศพเป็นท่อนๆ เกลื่อนสนามรบ และคว่ำโซรันได้ในที่สุด โซรันใช้นาทีสุดท้ายกล่าววาจาสามหาวต่อนางอย่างไม่กลัวเกรง เออร์ซ่าจึงสั่งลูกชายวัยรุ่นแอนเดอร์สบั่นคอโซรันอย่างหนำใจ
ทเวนตี้เซนจูรี่เป็นผู้สร้าง ฮูลูและดิสนีย์จัดจำหน่าย สตรีมทางช่องดิสนีย์เวลานี้ ทีวีช่องดิสนีย์เมื่อหกสิบปีที่แล้วไม่มีอะไรแบบนี้ให้ดู
หลังการต่อสู้สิ้นสุด ยาอุตจาก็มาถึง เขียนว่า Yautja ดัตช์ใช้คำนี้แปลว่า stalking shadow ซึ่งก็ตรงกับที่พวกพรีเดเตอร์ทำอยู่เสมอคือ พรางตัวเป็นเงาไล่ติดตามเหยื่อไม่ลดละจนกว่าจะฆ่าเหยื่อได้สำเร็จ ครั้งนี้มันฆ่าเผ่าไวกิ้งของเออร์ซ่าหมดเกลี้ยงรวมทั้งแอนเดอร์สลูกชายวัยหนุ่มของเธอ จากนั้นจึงเป็นการดวลตัวต่อตัวระหว่างสาวใหญ่ไวกิ้งที่มีโล่เป็นอาวุธกับฮิวแมนนอยด์ยักษ์ไฮเทค
ยาอุตจามิได้ฆ่าเพื่อกินเหมือนฮันเตอร์อื่นๆ แล้วก็มิได้เกิดมาฆ่าเหมือนพวกเอเลี่ยน ยาอุตจาล่าเหยื่อแล้วฆ่าทิ้งเพียงเพราะว่าเป็นเกม
เหยื่อยิ่งเก่งกล้าความสนุกของยาอุตจายิ่งเพิ่มมากขึ้น
มันพรางตัวได้มีทั้งอาวุธไฮเทคและอาวุธโบราณ จึงสามารถระเบิดเหยื่อทิ้งง่ายๆ ได้แต่หลายครั้งก็ไม่ทำกลับใช้วิธีแล่เนื้อเถือหนังสร้างความสยดสยองแก่เหยื่อรายอื่นๆ เสียมากกว่า
นอกจากนี้ ยาอุตจายังนิยมสะสมบางส่วนของร่างเหยื่อเป็นที่ระลึกคล้ายๆ การเก็บแต้ม
ผลการดวลระหว่างเออร์ซ่ากับยาอุตจาเป็นอย่างไร ไม่บอก

ภาคสอง The Sword
ญี่ปุ่น ปี 1609 สองพี่น้องเคนจิและคิโยชิเป็นบุตรของขุนศึก บิดาออกคำสั่งให้สองพี่น้องประลองกันเพื่อหาผู้สืบทอด
เคนจิไม่ต้องการประลองแต่คิโยชิไม่ยั้งมือ เคนจิจึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และหนีออกจากปราสาทไป
ยี่สิบปีผ่านไปบัดนี้คิโยชิเป็นหัวหน้าตระกูล ส่วนเคนจิกลายเป็นชิโนบิ (คำเรียกนินจา)
เคนจิกลับมาปราสาทหวังแก้มือโดยไม่รู้ตัวว่ามีเงาหนึ่งติดตามตัวเขาอยู่
หลังการประมืออย่างดุเดือดหลายยกดูกันสะใจ เคนจิก็โค่นคิโยชิร่วงจากปราสาทลงไปในคูเมือง แต่พักยังไม่ได้ต้องดวลกับยาอุตจาต่ออีก เขาคนเดียวสู้มันไม่ได้แน่
เป็นคิโยชิที่กลับมาร่วมมือกับพี่ต่อสู้กับเจ้านายพรานบ้าคลั่งจากต่างดาวจนตัวตายในที่สุด
ยาอุตจาจะทำอะไรกับเคนจิต่อไป ไม่บอก
ลำพังสองภาคคนดูก็เหนื่อยแล้ว ถ้าเลือดสาดจากจอได้เราคนดูเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างแน่นอน โชคดีภาคสามโทนเลือด ไม่ใช่สิ โทนเรื่องเบาลงสักเล็กน้อยพอให้ได้หายใจ

ภาคสาม The Bullet
ปี 1942 ทอเรซเป็นนักบินขับไล่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
ครั้งหนึ่งระหว่างปฏิบัติการเหนือแอฟริกากองบินของเขาพบยานอวกาศของต่างดาวร่อนลงมา มันทำลายเครื่องบินของทั้งสองฝ่าย
มีแต่ทอเรซที่สามารถหลอกล่อใช้ยานของพวกต่างดาวทำลายตัวมันเอง
พอสงครามโลกสงบทอเรซกลับบ้านเกิดที่เม็กซิโกจู่ๆ เขาก็ถูกลักพาตัว
แล้วเรื่องก็มาถึงภาคสี่อันเป็นภาคสุดท้าย

ภาคสี่กินเวลาเพียงยี่สิบนาที สามนักรบจากสามยุคสมัยถูกจับมารวมตัวกันที่อารีน่าบนดาวดวงหนึ่ง ยาอุตจาขนาดมหึมาเส้นผมสยายยาวเป็นหนามแหลมดูน่ากลัวมีบัญชาให้นักรบจากโลกทั้งสามคนฆ่ากันเอง ผลจะเป็นอย่างไรไปหามาดูกัน รับรองว่าจะเป็นยี่สิบนาทีที่คาดไม่ถึง
ฮิวแมนนอยด์นักล่าพวกนี้จะว่าไปก็ทำตัวคล้ายๆ นักฆ่าต่อเนื่อง จิตวิเคราะห์ของนักฆ่าต่อเนื่องคือพวกเขาเติบโตมากับโลกที่เลวร้าย พูดอีกแบบหนึ่งคือพวกเขาสร้างโลกที่เลวร้ายขึ้นมาเอง
แก่นแท้ของนักฆ่าต่อเนื่องคือมองตัวตนตนเองเป็นลบและเปราะบางอย่างมาก (negative self & fragile) แต่เพราะมีความหลงตนเองในระดับที่เป็นพยาธิสภาพ (pathological narcissism) อย่างมากด้วย จึงคิดว่าตนเองสามารถล้างแค้นโลกทั้งใบได้ แล้วใช้การฆ่าต่อเนื่องนั้นเองปิดบังตัวตนที่อ่อนแอและเปราะบางไว้
นักฆ่าต่อเนื่องมักออกหาเหยื่อคนเดียวแต่ฮิวแมนนอยด์พวกนี้สร้างระบบล่าเหยื่อขึ้นมา มีหน่วยล่าเหยื่อกระจายไปยังยุคสมัยต่างๆ เพื่อหาเหยื่อมาให้ผู้นำชำแหละ แต่ผู้นำมิได้มีความน่ากลัวเท่าที่ร่างกายแสดงออก เออร์ซ่าเรียกพรีเดเตอร์ยักษ์ที่เป็นผู้นำว่าเกรนเดลคิง เกรนเดลคิงมีสมุนแวดล้อมมากมายเต็มไปหมดก็จริง แต่ที่แท้มันมีปมด้อยและเปราะบางกว่าที่รูปลักษณ์ภายนอกบอกมา
มนุษย์หลายอาชีพก็ทำงานแบบนี้ มีหน่วยหาเหยื่อมาป้อนให้ผู้นำชำแหละ ลองยกตัวอย่างดูว่ามีอาชีพใดทำงานลักษณะนี้บ้าง แม้แต่กลุ่มวิชาชีพที่ควรมีจริยธรรมกำกับก็มิใช่ข้อยกเว้น ที่แท้เรามีหน่วยล่าเหยื่อเพื่อค่าคอมมิสชั่นอยู่มากมายเต็มไปหมด
เรามี Killer of Killers ในทุกลำดับชั้นของสังคม
