ลิเวอร์พูล 2.0 ในมือชล็อต หงส์แดงโฉมใหม่ที่ต้องใช้เวลา
Technical Time-Out | SearchSri
เผลอแป๊บเดียว ลีกลูกหนังยุโรปก็ทยอยกลับมาเปิดฤดูกาลกันอีกครั้ง
สำหรับลีกลูกหนังยอดนิยมอันดับ 1 ของโลกอย่าง พรีเมียร์ลีก แน่นอนว่าทุกสายตาย่อมจับจ้องที่แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล หลังจากฤดูกาลที่แล้ว กุนซือ อาร์เน่อ ชล็อต ประเดิมการคุมทีมได้อย่างร้อนแรง พาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ตั้งแต่เข้าไปรับช่วงต่อจาก เยอร์เก้น คล็อปป์
ตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ หงส์แดงมีความเคลื่อนไหวที่คึกคักที่สุดในรอบหลายปี ทั้งขาออกและขาเข้า โดยดึง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ แนวรุกจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในราคา 125 ล้านยูโร (4,750 ล้านบาท), อูโก้ อีคิติเก้ กองหน้าจากไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต ในราคา 80 ล้านยูโร (3,040 ล้านบาท), มิลอส เคอร์เคซ แบ๊กซ้ายจากบอร์นมัธ 46.9 ล้านยูโร (1,782.2 ล้านบาท), เฌเรมี่ ฟริมปง แบ๊กขวาเลเวอร์คูเซ่น 40 ล้านยูโร (1,520 ล้านบาท) แล้วยังมีข่าวว่าพยายามทาบทาม อเล็กซานเดอร์ อิซัก แนวรุกนิวคาสเซิลอยู่อีกด้วย
เมื่อเสริมทัพเยอะขนาดนี้ ก็มีหลายคนที่ถูกปล่อยขาย โดยตัวหลักๆ ที่ย้ายทีมไปมีทั้ง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ แบ๊กขวาตัวเก่งที่ย้ายไปรีล มาดริด โดยราชันชุดขาวยอมจ่าย 10 ล้านยูโร (380 ล้านบาท) เพื่อขอยกเลิกสัญญาล่วงหน้าไม่กี่สัปดาห์ ให้เขาร่วมทีมไปลุยศึกชิงแชมป์สโมสรโลกด้วย
ด้านนายทวารสำรองฝีมือดี ควีวิน เคลเลเฮอร์ ไปอยู่เบรนท์ฟอร์ด ค่าตัว 14.8 ล้านยูโร (562.4 ล้านบาท)
เซ็นเตอร์ จาร์เรลล์ ควอนซาห์ ไปเลเวอร์คูเซ่น ค่าตัว 35 ล้านยูโร (1,330 ล้านบาท)
หลุยส์ ดิอาซ ปีกตัวเก่ง ไปบาเยิร์น มิวนิก ค่าตัว 70 ล้านยูโร (2,660 ล้านบาท)
ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าที่ฤดูกาลที่แล้วไม่ค่อยได้ลงสนามให้ทีม ย้ายไปอัล ฮิลาล ในซาอุดี โปรลีก ค่าตัว 53 ล้านยูโร (2,014 ล้านบาท)
ยังไม่นับการสูญเสียอย่างไม่คาดฝันกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่พรากชีวิต ดิโอโก้ โชต้า แนวรุกชาวโปรตุเกส พร้อมน้องชาย เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาอีกด้วย

หงส์แดงภายใต้การคุมทีมของชล็อตในเวอร์ชั่น 2.0 ถือว่าเปลี่ยนโฉมไปพอสมควร และก็ได้ชิมลางระบบทีมใหม่ๆ ในเกมพรีซีซั่นก่อนเริ่มฤดูกาล 2025-2526 รวมถึงศึกคอมมูนิตี้ชิลด์ที่พ่ายให้ คริสตัล พาเลซ ในการดวลจุดโทษ หลังเสมอในเวลา 2-2
2 ประตูในเกมคอมมูนิตี้ชิลด์มาจากแข้งใหม่อย่างอีคิติเก้และฟริมปง นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2006 ที่นักเตะใหม่ถึง 2 คนยิงประตูได้ในการประเดิมนัดแรกให้ลิเวอร์พูล
อย่างไรก็ตาม ทั้งชล็อตและนักวิจารณ์หลายคนต่างเห็นตรงกันว่า หงส์แดง 2.0 นี้ ยังมี “บั๊ก” ที่ต้องแก้ไขอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมรับ
เกมคอมมูนิตี้ชิลด์ ลิเวอร์พูลขึ้นนำก่อน 2 ครั้ง แต่มาโดนตีเสมอ 2 ครั้ง จนต้องไปตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ขณะที่เกมอุ่นเครื่องต้นสัปดาห์ที่ชนะแอตเลติก บิลเบา 2 ประตูที่เสียไปก็มาจากจังหวะเซตพีซ
สองฟูลแบ๊กใหม่ที่เพิ่งเสริมเข้ามาทั้งฟริมปงและเคอร์เคซต่างก็มีจุดเด่นที่เกมรุกไม่ต่างจากยุคของคล็อปป์ โดยหลายคนบอกว่าเคอร์เรซมีสไตล์แทบจะถอดแบบจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน
ส่วนฟริมปงต่างจากเทรนต์ตรงที่ชอบเล่นริมเส้นมากกว่าจะทำเกมตรงกลาง ส่วนเรื่องการเสริมเกมรับเป็นสิ่งที่ต้องปรับจูนกันต่อไป

ขณะเดียวกันในตำแหน่งเซ็นเตอร์ก็เป็นประเด็นให้ต้องขบคิด หลังปล่อยควอนซาห์ไปเลเวอร์คูเซ่น แถม โจ โกเมซ ก็มีปัญหาบาดเจ็บ หงส์แดงน่าจะพยายามหากองหลังตัวกลางมาเสริมอีกสักคน โดยแว่วว่าพาเลซพร้อมปล่อย มาร์ค เกฮี กัปตันทีมที่เหลือสัญญาอีกปีเดียว ก่อนจะเสียเขาแบบไม่ได้อะไรเลยในปีหน้า
สำหรับแดนกลาง เวียร์ตซ์ที่เพิ่งย้ายมาถือว่าทำผลงานได้ดีในเกมคอมมูนิตี้ชิลด์ ชล็อตให้อิสระในการเล่นกับเขามากกว่าแผนปกติของหงส์แดงกับตำแหน่งกองกลางตัวรุกเมื่อซีซั่นที่แล้ว โดยเกมที่เวมบลีย์ เวียร์ตซ์หนุนขึ้นสูงไปยืนใกล้กับอีคิติเก้ และไปเล่นตำแหน่งฟอลส์ไนน์ตอนที่อีคิติเก้ถูกเปลี่ยนตัวออกด้วย
ขณะที่เวียร์ตซ์โชว์ฟอร์มได้โดดเด่น รวมถึงเล่นกับอีคิติเก้ได้อย่างเข้าขา ก็เกิดคำถามถึงบทบาทหน้าที่ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุกชาวอียิปต์ขึ้นมา
ยิ่งถ้าได้อเล็กซานเดอร์ อิซัก มาอีกคนตามที่มีกระแสข่าวลือ ก็น่าคิดว่าชล็อตจะจัดแผงแนวรุกอย่างไร

ยังมีอีกหลายโจทย์ที่แฟนๆ และสื่อรอดูจากลิเวอร์พูลและอาร์เน่อ ชล็อต ในฤดูกาลใหม่
เป้าหมายหลักย่อมเป็นการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ รวมถึงประสบความสำเร็จในถ้วยอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในทีมจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับจูน
แต่ต้องใช้เวลานานเท่าไร หงส์แดง 2.0 จะเป็นรูปเป็นร่าง คงต้องติดตามกันต่อไป
