สำเริงคดี | ทรงวาด
ร่วมๆ 20 เดือนเข้าไปแล้ว (ตอนเล่าข่าวนี้) ที่สาธารณชน โดยเฉพาะคนอังกฤษได้รับรู้ว่าคิงชาร์ลส์ของพวกเขา ทรงพระประชวรด้วยโรคมะเร็ง ถึงตอนนี้จึงกระวนกระวายใคร่รู้ว่า พระอาการดีขึ้น หรือแค่ทรง หรือทรุดลงอย่างไร ไฉนหนอ
จากการที่ทรงใช้เวลาห้วงที่ผ่านมาเสด็จเยือนต่างประเทศ ทั้งออสเตรเลียและอิตาลี อีกทั้งเสด็จออกทรงงานในรัฐพิธีต่างๆ จึงคาดเดากันว่าพระอาการท่าจะดีวันดีคืน
เพื่อให้รู้แน่ นิตยสาร PEOPLE จึงรุกคืบเข้าถามข่าวคราวจากคนวงในใกล้ชิดคิงชาร์ลส์ คำตอบส่วนหนึ่งมีว่า
“สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากความป่วยไข้ ก็คือต้องคอยจัดการกับมันให้เรียบร้อย ซึ่งคิงทรงกระทำดังนั้น”
“วิทยาศาสตร์การแพทย์ทำให้การรักษาเป็นไปในทางที่ดีขึ้น … ตราบใดที่คุณทำตามคำแนะนำของแพทย์ ใช้ชีวิตไปตามปกติเท่าที่จะทำได้ นั่นคือสิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติอยู่ คิงทรงรักษาความป่วยไข้ของพระองค์เอง ด้วยการปฏิบัติพระราชภารกิจนานา”
เมื่อเดือนพฤษภาคม คิงชาร์ลส์และควีนคามิลลาเสด็จเยือน BRADFORD เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่ BRADFORD ได้รับยกย่องว่าเป็นเมืองริเริ่มทางวัฒนธรรมของสหราชอาณาจักร (CITY OF CULTURAL INITIATIVE)

ทรงพบกับนักจัดดอกไม้ ซาฟีนา ข่าน และเธอทูลถามถึงพระอาการป่วยไข้ ชาร์ลส์ทรงยกนิ้วโป้งให้และตรัสว่า
“ฉันชอบคิดว่าฉันอยู่ฟากข้างที่ดีกว่า (ของการเดินไปกับโรคมะเร็ง) น่ะนา”
ย้อนไปในคราวเสด็จเยือนอิตาลี ควีนคามิลลาพระราชทานสัมภาษณ์ลงสื่ออังกฤษถึงพระอาการของชาร์ลส์ ช่วงหนึ่งว่า
“ฉันคิดว่า พระองค์ทรงรักการทำงานมาก มันช่วยให้ทรงเข้มแข็งขึ้นและก้าวต่อไปได้ ถ้าคุณเคยป่วย พอฟื้นตัวขึ้น คุณจะรู้สึกดี และอยากจะทำอะไรต่อมิอะไรมากขึ้น มีนเกิดแรงผลักดันและทำให้ทรงปรารถนาจะช่วยเหลือคนอื่นๆ อีกด้วย” ด้วยเหตุนี้ในระยะหลังของการประชวร คิงชาร์ลส์ยังทรงสนับสนุนการกุศลต่างๆ ที่มีเป้าช่วยคนไข้โรคมะเร็ง
อย่างไรก็ตาม บางครั้งผลข้างเคียงอันเกิดจากการรักษา ก็จะทำให้คิงต้องเข้ารับการเยียวยาในโรงพยาบาล ในยามนั้นจะมีเจ้าพนักงานของสำนักพระราชวังไปแจ้งแก่ผู้จัดงานว่าทรงขออภัยทุกคนที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้และทำให้พวกเขาต้องผิดหวัง
ไม่เพียงแต่จะประชวรด้วยโรคแรงร้าย หากพระชนมายุของกษัตริย์อังกฤษก็ยังนับว่ามากโข เพื่อความไม่ประมาท จึงทรงวางแผนการจัดพระราชพิธีพระศพของพระองค์เองไว้ล่วงหน้า โดยใช้แนวคิดเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมที่คิงชาร์ลส์ทรงทุ่มเทให้เสมอมา และประเด็นที่คนส่วนใหญ่คิดไม่ถึง ก็คือกำหนดให้พระโอรสองค์เล็ก ซึ่งแม้จะไม่ลงรอยกัน มาร่วมในพระราชพิธีด้วย ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติจัดขึ้นที่โบสถ์เวสต์มินเตอร์ โดยจัดกิจกรรมให้สมาชิกในครอบครัวซัสเซคทุกพระองค์ตลอดจนปรินซ์อาร์ซีและปรินเซสลิลลี่เบธร่วมปฏิบัติ
