Technical Time-Out | จริงตนาการ
ชื่อของ สุเลมาน โอบีด อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักของวงการฟุตบอลระดับโลก หรือแม้แต่ในประเทศไทย แต่วันที่นักเตะวัย 43 ปีเสียชีวิตลง ชื่อของเขาก็ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางขึ้น
โดยเฉพาะการตั้งคำถามของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าทีมชาติอียิปต์ของลิเวอร์พูล ที่ถาม สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ผ่านทางโซเชียลมีเดียว่า “โอบีดตายเพราะอะไร ที่ไหน อย่างไร?”
โอบีดเสียชีวิตที่กาซา ท่ามกลางสภาวะสงคราม แม้ว่าเขาจะเป็นนักฟุตบอลชื่อดังในแถบตะวันออกกลาง แต่การต้องดูแลครอบครัวในสภาวะสงคราม เป็นหน้าที่ที่ยากกว่าการยิงประตูพาทีมชนะในสนามมากมายนัก
ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่มีมาอย่างยาวนาน ยังจบไม่ลง และคร่าชีวิตคนมากมาย โดยเฉพาะในกาซา องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รายงานว่า นับตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตไปอย่างน้อย 1,373 คน จากการพยายามออกไปหาอาหารประทังชีวิต
โอบีดยังคงเล่นฟุตบอลไปจนถึงวันที่ลาโลก เคยติดทีมชาติปาเลสไตน์ไป 24 นัด ถูกยกให้เป็นนักเตะกาซาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เคยคว้าแชมป์เวสต์แบงก์ พรีเมียร์ลีก ร่วมกับมาร์คาซ ชาบับ อัล-อมารี เมื่อปี 2011 และเคยเป็นดาวซัลโวของลีก 3 ฤดูกาลติดต่อกัน จนถูกตั้งฉายาว่า “เปเล่แห่งปาเลสไตน์” หรือ “อองรีแห่งปาเลสไตน์”
โดอา ภรรยาของโอบีด ที่มีลูกด้วยกัน 5 คน ออกมาตั้งคำถามว่า โลกต้องถามว่าทำไมสามีของเธอถึงต้องถูกฆ่าตายด้วยวิธีการอันโหดเหี้ยมแบบนั้น ทำไมต้องเอาพ่อไปจากลูกทั้ง 5 คน ทำไมลูกๆ ต้องกำพร้าตั้งแต่เด็ก คงมองไม่ออกว่าชีวิตก่อนตาย กับหลังจากที่เขาตายไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“สิ่งสำคัญที่สุดของเขา คือ การเลี้ยงลูกๆ ให้เติบโตมาอย่างดีที่สุด มีการศึกษาที่สูงที่สุด แต่ในช่วงเวลา 2 ปีหลังมานีุ้กอย่างดูแย่มากๆ เขาฝันว่าอยากจะพาลูกๆ ออกไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ภรรยายอดนักเตะผู้ล่วงลับเปิดใจ

อิบราฮิม อัล-อามูร์ เพื่อนร่วมทีมที่เล่นฟุตบอลด้วยกันกับโอบีดมาอย่างยาวนาน บอกว่า โอบีดเป็นนักเตะมีความเร็ว พรสวรรค์ มีความเป็นนักกีฬาสูงมาก สามารถเล่นฟุตบอลได้จนถึงอายุ 43 ปี แบบที่ศักยภาพไม่ลดลงเลย เป็นทั้งเพื่อนที่ทุกคนรักและเคารพ ช่วยเหลือคนที่จนและอ่อนแอกว่า ซึ่งไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีคุณสมบัตินี้ทั้งหมด
“ในวันที่สงครามถล่มบ้านผมจนพินาศ ผมยังไม่ร้องไห้มากมายเท่ากับวันที่เขาตาย มันเป็นช่วงเวลาที่น่าตกใจและสะเทือนใจที่สุดในชีวิตของผมก็ว่าได้” อัล-อามูร์กล่าว
จากนักเตะที่ค่อนข้างมีชีวิตที่ดีกว่าคนอื่นๆ ในปาเลสไตน์ เคยมีคาเฟ่ที่ถ่ายทอดสดฟุตบอล มีเพื่อนๆ ที่เป็นอดีตนักเตะมาปาร์ตี้ เตะฟุตบอล 5 คนกันสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่สงครามพาโอบีดและครอบครัวไปอยู่ในเต็นท์ผู้อพยพที่กาซา
ช่วงชีวิตก่อนตาย โอบีดทำหน้าที่พ่อ สามี และลุงของหลานๆ อย่างเต็มที่ เขาต้องหาอาหารให้สมาชิกในครอบครัวให้ได้
โอบีดได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย 1 สัปดาห์ก่อนเสียชีวิตว่า “ไม่มีปัญหาเลย ถ้าจะตายเพราะโดนระเบิด แต่ความหิวโหย สาบานต่อพระเจ้าเลยว่า นั่นคือสิ่งต้องห้าม”

ภรรยาของนักเตะผู้ล่วงลับเล่าว่า โอบีดมักจะรู้สึกอายที่ต้องไปยังศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพ เขามักจะใส่หมวกเพื่อให้คนจำไม่ได้ การไปศูนย์ช่วยเหลือ 3 ครั้งนั้น อันตรายทุกครั้ง แต่ก็ได้บอกกับเพื่อนว่าจะไปเป็นครั้งที่ 4
โมฮัมหมัด อาลี โมฮานา เพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งของโอบีด และอดีตเพื่อนร่วมทีม บอกว่า เขาไม่มีทางจะไปศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพ เพราะที่นั่นเหมือนสถานที่สังหารผู้คนมากกว่า เพราะจะได้รับบาดเจ็บกลับมาเสมอ มันเต็มไปด้วยกระสุน แต่โอบีดยืนยันว่าลูกๆ ของเขาต้องการอาหาร ทำให้ต้องไปทุกที่ที่จะหาอาหารได้ ไม่ว่าจะอันตรายแค่ไหนก็ตาม
“โอบีดไม่ได้อยากไปที่นั่น แต่เขาก็ไม่รู้หรอกว่าวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายของเขาหรือเปล่า” โดอา ภรรยาของเขาเปิดใจทั้งน้ำตา เพราะครั้งนั้น โอบีดไม่ได้มีลมหายใจกลับมาหาเธอและลูกๆ อีก
จากการบอกเล่าของเพื่อน วันที่ 6 สิงหาคม 2025 โอบีดและเพื่อนขับรถไปข่าน ยูนิส สถานที่ตั้งของศูนย์ช่วยเหลือ พวกเขาไปถึง 08.15 น. เพื่อไปรอให้ศูนย์เปิดตอน 09.00 น. แต่มีโดรนโจมตี ทิ้งระเบิดลงมาที่พวกเขา โอบีดบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ยูฟ่าไม่ได้ตอบคำถามของซาลาห์ อิสราเอลก็ออกตัวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเสียชีวิตของโอบีด
ถึงแม้จะรู้ดีว่า สงครามสร้างความสูญเสียมากมายขนาดไหน แต่คนตัดสินใจจะทำสงครามกลับได้รับผลกระทบน้อยกว่าคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งไม่น่าจะจบลงในเร็ววันนี้
ขอให้โลกสงบสุข
