Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน
นางแบบยุคใหม่
อาจเป็น ‘ร่างโคลน’
เมื่อเราเริ่มหวาดหวั่นว่า AI จะมาแย่งงานมนุษย์หรือไม่ เราอาจจะคิดว่ามนุษย์มีสองทางเลือกหลักๆ คือไม่ต่อต้านก็เข้าร่วม
ถ้าเลือกต่อต้านก็แค่ไม่ต้องใช้ ไม่รับรู้ ไม่สนใจ แต่ถ้าเลือกเข้าร่วม วิธีการเข้าร่วมของแต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกันออกไปโดยอาจจะขึ้นอยู่กับอาชีพของตัวเอง
คนทำงานทั่วไปเลือกเข้าร่วมได้ด้วยการลองฝึกใช้เครื่องมือ AI มาทำงานบางอย่างแทนตัวเอง หรือทำให้งานที่ต้องทำอยู่แล้วเสร็จเร็วขึ้น หรือให้มันช่วยปรับแต่งให้งานเรากลมกล่อมมากขึ้น
แต่สำหรับคนที่มีอาชีพเป็นนายแบบ นางแบบ ดารา หรืออินฟลูเอนเซอร์หน้ากล้อง วิธีการเข้าร่วมในโลกยุค AI อาจจะไม่ใช่แค่นั้น
แต่อาจจะเป็นการต้องยอมให้ตัวเองถูก ‘โคลน’ ทางดิจิทัล
นายแบบและนางแบบบางคนเริ่มมองว่าเทคโนโลยี AI อาจจะรุกล้ำเข้ามาคุกคามหน้าที่การงานของตัวเองได้ เพราะช่วงหลังๆ มานี้แบรนด์แฟชั่นใหญ่ๆ บางแบรนด์เริ่มทดลองใช้นายแบบและนางแบบ AI แทนการใช้คนจริงๆ
แบรนด์ที่เคยทดลองมาแล้วก็อย่างเช่น H&M ที่ใช้ฝาแฝดดิจิทัลของนายแบบและนางแบบในสังกัดมาลองสวมใส่เสื้อผ้าของแบรนด์ ในขณะที่ Guess ก็ทดลองใช้นางแบบ AI ผมบลอนด์สลวยมาสวมชุดเดรสยาวลายทางและชุดจัมพ์สูทสีฟ้าลายดอกสดใสในนิตยสาร Vogue ฉบับเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
ดูแป๊บๆ ผู้อ่านทั่วไปก็คิดว่าเป็นภาพถ่ายแบบธรรมดา แต่ที่มุมขวาของโฆษณามีระบุเอาไว้ว่าเป็นภาพที่สร้างขึ้นมาโดย AI
นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ภาพนางแบบที่สร้างขึ้นโดย AI ในนิตยสารแฟชั่น
เมื่อเห็นว่า AI คืบคลานเข้ามาในแวดวงแฟชั่นมากขึ้นเรื่อยๆ นายแบบและนางแบบบางคนก็เริ่มปรับตัว มองหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกับ AI ให้ได้
ด้วยแนวคิดว่าไหนๆ แบรนด์ก็อาจจะใช้ AI สร้างภาพขึ้นมาแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ขอให้ภาพที่สร้างขึ้นมายังเป็นหน้าของเราอยู่ก็ยังดี จึงนำไปสู่การเซ็นสัญญายินยอมให้มีการโคลนนิ่งดิจิทัลตัวเองขึ้น
Los Angeles Times นำเสนอเรื่องราวของนางแบบวัย 25 ปีคนหนึ่งที่ตกลงจับมือกับบริษัท Kartel.ai สร้างก๊อบปี้ของตัวเธอเองขึ้นมาเพื่อให้แบรนด์ต่างๆ นำไปใช้ในการทำแคมเปญโฆษณาได้ตามต้องการ และตัวเธอเองก็ได้รับส่วนแบ่งจากการที่แบรนด์นำโคลนนิ่งดิจิทัลของเธอไปใช้
ในมุมมองของลูกค้า ข้อดีของการใช้นายแบบและนางแบบโคลนนิ่งดิจิทัลก็คือการที่ไม่ต้องมารับมือกับความยุ่งยากวุ่นวายตามสไตล์ของมนุษย์ ไม่มีการลาป่วย มาสาย ผิวหน้าหมองคล้ำหรือเป็นสิว และไม่ต้องมีพักกองถ่ายให้เสียเวลาทำงาน
นอกจากนี้ก็ยังประหยัดต้นทุนได้อีกเยอะ จะลองกี่ช็อตก็ได้ เปลี่ยนสถานที่ หรือเปลี่ยนสินค้าที่ถ่ายก็ทำได้ง่ายดาย
ยังไม่นับต้นทุนค่าจ้างคนอื่นๆ ในกองถ่าย ทั้งช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ช่างภาพ โปรดิวเซอร์ ฯลฯ ต้นทุนค่าเช่าสถานที่ ค่าสร้างหรือเซ็ตฉาก ทั้งหมดนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่ตัดทิ้งไปได้ทันที
ส่วนในมุมมองของนายแบบและนางแบบ การยอมให้โคลนฝาแฝดดิจิทัลไปใช้ แม้จะได้ค่าตอบแทนต่อครั้งน้อยกว่า แต่ข้อดีก็คือสามารถรับงานได้เยอะขึ้น รับงานซ้อนกี่งานก็ได้เพราะไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไหนเลยด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม การที่แบรนด์หันมาใช้นายแบบและนางแบบ AI นั้น แม้จะดูล้ำสมัยแต่ก็ไม่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีนักและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วย
สิ่งที่โดนวิพากษ์วิจารณ์หนักๆ มีอยู่ 2 ประเด็นด้วยกัน คือการที่เทคโนโลยี AI มาทดแทนอาชีพของคนและอาจทำให้คนตกงาน กับประเด็นเรื่องมาตรฐานความงามที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง
ส่วนตัวนายแบบและนางแบบที่ยอมถูกโคลนนิ่งไปก็มีความกังวลว่าตัวเองจะได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรมหรือไม่ เนื่องจากการทำงานในรูปแบบนี้ก็ยังถือว่าใหม่ ในขณะที่คนที่ไม่ยอมให้โคลนนิ่งก็กังวลว่าจะต้องดูแลรูปร่างหน้าตาตัวเองให้ดีขนาดไหนถึงจะสู้กับนายแบบนางแบบ AI ที่แสนจะเพอร์เฟ็กต์ได้
หากดูภาพถ่ายแฟชั่นที่ถูก AI สร้างขึ้นโดยใช้ฝาแฝดดิจิทัลที่โคลนมาจากนายแบบนางแบบตัวจริงจะเห็นว่ามันสามารถทำออกมาได้แนบเนียนเลยทีเดียว เพราะกระบวนการการสร้างในขั้นตอนแรกนั้นเกิดมาจากการถ่ายภาพของนางแบบคนนั้นๆ มาจากมุมและองศาที่แตกต่างกันหลายๆ ช็อต ในสภาพแสงที่แตกต่างกันออกไป จากนั้นก็จะนำภาพจำนวนมากที่ได้ป้อนเข้าไปให้อัลกอริธึ่มแมชชีนเลิร์นนิ่งเพื่อให้มันสร้างภาพที่ออกมาคล้ายคลึงกับต้นแบบได้ตามที่สั่ง
เมื่อทำออกมาได้สมจริงขนาดนี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนจำนวนมากเห็นปุ๊บก็จะคิดว่าเป็นคนจริงโดยที่ไม่เอะใจสงสัยอะไรแม้แต่น้อย
จึงยิ่งไปตอกย้ำความกังวลเรื่องมาตรฐานความงามที่อาจจะส่งผลกระทบต่อวิธีคิดของเยาวชนรุ่นใหม่ ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ภาพที่สร้างขึ้นจาก AI จะยิ่งเป๊ะและสมจริงกว่าการรีทัชภาพอย่างที่ผ่านมาเสียอีก
แบรนด์ที่เลือกใช้ฝาแฝดดิจิทัลต่างก็ออกมาให้เหตุผลว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้เทคโนโลยีมาทดแทนแรงงานที่เป็นมนุษย์ แต่นี่ถือเป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ที่สามารถใช้เป็นส่วนเสริมของการทำงานของมนุษย์ได้ และบางคนก็บอกว่าพวกเขาตั้งใจไว้ว่าจะหยุดอยู่แค่การใช้ฝาแฝดดิจิทัล และไม่ข้ามเส้นไปสร้างนายแบบนางแบบที่เป็นอวตาร ไม่มีตัวตนอยู่จริงบนโลกใบนี้
การใช้ AI สร้างภาพแฟชั่นขึ้นมาแบบนี้ถึงจะทำได้สมจริงแต่ฉันก็คิดว่ามันก็จะยังขาดอะไรบางอย่างที่เป็นเสน่ห์ของมนุษย์ไป และคงจะไม่ได้เป็นทางเลือกหลักสำหรับทุกแบรนด์แฟชั่น
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่ามันจะส่งผลกระทบต่อแวดวงถ่ายแบบแฟชั่นและทุกๆ ตำแหน่งอาชีพที่มีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน
ดังนั้นจะต่อต้านหรือจะเข้าร่วมแบบไหนก็อาจจะต้องเริ่มคิดดูแล้วตั้งแต่วันนี้
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
