‘วบส.13’ นำร่องโครงการ Regenerative Design สร้างอนาคตที่ยั่งยืน ให้ ‘โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก’
รายงานพิเศษ
‘วบส.13’ นำร่องโครงการ
Regenerative Design
สร้างอนาคตที่ยั่งยืน
ให้ ‘โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก’
17 สิงหาคม 2568 ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายวรเสน ลีวัฒนกิจ ประธานนักศึกษา วบส. รุ่น 13 (หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) นำคณะนักศึกษา วบส.13 ร่วมคิกออฟโครงการเพื่อสังคม Regenerative Design ภาคปฏิบัติ ฟื้นสร้างพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน และระบบน้ำที่ยั่งยืนให้โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก
นายวรเสนระบุว่า พวกเราชาว วบส.13 ได้รวมพลังกัน ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพลังงานและน้ำ โดยมีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV System) ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าเพื่อที่จะสามารถนำงบประมาณไปพัฒนาเยาวชนด้านอื่นๆ ได้ ประกอบกับเป็นการช่วยโลก เพราะลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในแง่นี้ วบส.ได้ปลูกฝังเรื่องความยั่งยืนให้แก่เยาวชนในพื้นที่ด้วย พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือนห้องเรียนธรรมชาติ
ขณะเดียวกันเราได้สร้างระบบผลิตน้ำอุปโภคบริโภคจากแม่น้ำ ขนาด 800 ลิตร/นาที โดยใช้การขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 100% ซึ่งน้องๆ จะได้น้ำดื่มคุณภาพดี ปลอดภัย เป็นการเสริมสุขอนามัย ลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ได้ ซึ่งพวกเราชาว วบส.13 เห็นพ้องต้องกันว่า
โครงการที่เรามาคิกออฟในวันนี้ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง

ประธาน วบส.เผยวัตถุประสงค์ว่า โครงการนี้เป็นมากกว่าการบริจาคสิ่งของแต่เป็นการวางรากฐานกลยุทธ์เพื่อการพึ่งพาตนเองและความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Regenerative Design ในทุกมิติ ผ่านการสร้างระบบนิเวศแห่งการหล่อเลี้ยงที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณค่าของการพึ่งพาตนเอง ความรับผิดชอบต่อสังคม และความเข้าใจในธรรมชาติให้กับเด็กๆ
สำหรับการเลือกนำร่องโครงการที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เพราะทางคณะนักศึกษา วบส.รุ่น 13 เล็งเห็นว่า สถานที่แห่งนี้เป็นมากกว่าสถานศึกษา เป็นบ้านที่ให้การเลี้ยงดูและให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กๆ ที่ประสบปัญหาครอบครัว ไร้ที่พึ่งพิง ไม่เพียงแค่แก้ไขปัญหา แต่ยังสร้างอนาคตที่สดใสให้กับทั้งเยาวชนและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ประธาน วบส.13 ระบุด้วยว่า นี่คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นวงจรบวก ซึ่งทางโรงเรียนจะมีพลังงานสะอาดใช้ พลังงานที่ได้มาเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการสอนบทเรียนเชิงปฏิบัติเรื่องความยั่งยืน ให้กับเด็กๆ โดยตรง พวกเขาจะได้เห็นพลังงานที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาจากธรรมชาติรอบตัว
แถมเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและรับผิดชอบตั้งแต่เยาว์วัย
นายวรเสนกล่าวเสริมด้วยว่า การลงทุนในเด็กคือการลงทุนในอนาคตที่ยั่งยืนที่สุด และสามารถกล่าวได้ว่าโครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกๆ ของโลก ที่เกิดขึ้นจริง ของ Regenerative Design ที่จะเป็น Megatrend ในอนาคตอันใกล้เป็นแนวคิดที่ต่อยอดจาก Sustainability ไปอีกขั้น
เพราะจะเป็นการสร้างสิ่งใหม่ๆ ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมและเราได้สร้างระบบนิเวศแห่งการหล่อเลี้ยงที่ยั่งยืน ครอบคลุมมิติทางสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม มองว่าโครงการนี้จะสามารถเป็นต้นแบบ ให้กับโรงเรียนหรือชุมชนอื่นๆ ที่ต้องการนำแนวคิด Regenerative Design ไปปรับใช้ได้
เพื่อวางรากฐานอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้เยาวชนในพื้นที่อื่นๆ









