บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
33 ปี ชีวิตสีกากี
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (140)
คดีฆาตกรรมโหดเกิด ‘ซ้ำซ้อน’
ผมขับรถไปบ้านพัก ที่กลางตัวเมือง จ.นครศรีธรรมราช พบนายประจักษ์ พุกบุญมี พยานสำคัญในคดีฆ่ายกครัวบุญทวี 5 ศพที่รออยู่
ทั้งผู้กำกับชำนาญ และผมยังมั่นใจว่าคนร้ายน่าจะเป็นแก๊งไอ้แหว่ง แต่นายประจักษ์ทำให้ พ.ต.อ.ชำนาญกับผม ต้องผิดหวัง เมื่อบอกตำหนิรูปพรรณของคนร้ายไม่ตรงกับแก๊งที่สงสัยกันเลย กลายเป็นเด็กวัยรุ่น คนหนึ่งอายุ 20 ปีต้นๆ ส่วนอีกคนอายุก็ไล่เลี่ยกันแต่อ่อนกว่าคนแรกนิดหน่อย
และระหว่างที่นายประจักษ์แวะที่บ้านของนายประภาส บอกให้เด็กวัยรุ่นนั้นช่วยหากระดาษกับปากกา จะเขียนโน้ตให้ “หมอภาส” เด็กวัยรุ่นคนที่อายุมากกว่าได้เรียกชื่อคนที่อายุน้อยกว่า ซึ่งนายประจักษ์จำไม่ได้แล้วว่าเรียกด้วยชื่ออะไร แต่ยืนยันว่า ออกเสียงเป็นตัวจอจาน อย่างแน่นอน เมื่อหาปากกากับกระดาษได้ จึงนำมาให้นายประจักษ์
ผมได้สอบสวนบันทึกปากคำนายประจักษ์ พุกบุญมี ไว้เป็นพยานและเดินทางกลับ สภ.อ.สิงหนคร ด้วยอาการผิดหวังของอาคันตุกะผู้เดินทางมาพบพยานในดึกคืนนี้ ดูท่าแล้วคดีมืดมนหนักกว่าเดิม ไม่รู้ว่าคนร้ายที่นายประจักษ์เห็นเป็นวัยรุ่นนั้น คือใครกันแน่ เพราะในสารบบประวัติไม่มีเลย
และภายในวันเดียวกันนั้น ก่อนที่ผมกับผู้กำกับชำนาญจะเดินทางไปพบนายประจักษ์ที่ จ.นครศรีธรรมราชนั้น ตอนกลางวัน พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ รอง อ.ตร.(ปป.1) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุนทร ซ้ายขวัญ ผู้ช่วย อ.ตร., พล.ต.ต.ธีระ ธุระเจน รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.วรรณรัตน์ คชรักษ์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ปรีชา แสงวรรณ ผบก.ภ.จว.สงขลา, พ.ต.อ.วีระยุทธ สิทธิมาลิก รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา, นายสุนทร ฤทธิภักดี นายอำเภอสิงหนคร, ได้เดินทางมายัง สภ.อ.สิงหนคร เพื่อประชุมปรึกษาคลี่คลายคดี พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว และผมได้เข้าร่วมประชุมด้วย
เป็นคดีที่กรมตำรวจ มีความกังวลและถือเป็นคดีสำคัญ จนระดับรองอธิบดีกรมตำรวจ ต้องเดินทางมายังพื้นที่เกิดเหตุ
พล.ต.ต.วรรณรัตน์ คชรักษ์ รอง ผบช.ก. นายตำรวจที่มีชื่อเสียงในการสืบสวนคดีต่างๆ ของเมืองไทย ได้นำทีมตำรวจชุดใหญ่จากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองปราบปรามมี พ.ต.อ.ประมวลศักดิ์ ศรีสมบุญ รอง ผบก.ป., พ.ต.ท.วีระศักดิ์ มีนะวณิชย์ รอง ผกก.2 ป., พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง รอง ผกก.1 ป. และนายตำรวจอีกหลายนาย เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.สงขลาเพื่อร่วมสืบสวนจับกุมฆาตกรสำคัญในคดีที่สร้างความผวาดผวาให้กับคนสงขลาเป็นอย่างยิ่ง โดยมีฐานปฏิบัติการอยู่ที่โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท ในสิงหนคร บางส่วนแยกไปพักที่หาดใหญ่ และในตัวเมืองสงขลา
จ.สงขลาจึงมีตำรวจหลายหน่วยมารวมกันมากมาย เพื่อทำงานร่วมกันให้คดีประสบความสำเร็จให้ได้

ไม่มีใครบอกได้ว่า อ.สิงหนคร มีเหตุอาเพศใด ทำไมจึงได้เกิดคดีร้ายแรง ฆาตกรรมครอบครัวบุญทวี ถึง 5 ศพ ซึ่งนับว่ารุนแรงโหดร้ายจนถึงที่สุดแล้ว แต่ความดุเดือดเลือดพล่านของ อ.สิงหนคร ยังไม่ถึงขีดสุด ยังไม่สิ้นสุดเพียงแค่คดีนี้
ในตอนเช้าที่ยังไม่สายมากนัก ของวันอังคารที่ 29 เมษายน 2540 เวลาประมาณ 07.50 น. ที่บริเวณไซต์ก่อสร้าง ที่บ้านบนเมือง ริมถนนทางไปเกาะยอ หมู่ที่ 7 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา ด.ต.ดุสิต รัตนมณี กำลังเดินตรวจงานก่อสร้างตึกอาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นธุรกิจของตนเอง และ ด.ต.ดุสิตยังรับราชการเป็นตำรวจประจำงาน 1 กองกำกับการอำนวยการวิทยาการ ภาค 4 จังหวัดสงขลา ถือว่าเป็นคนที่มีฐานะการเงินมั่นคงดีมากคนหนึ่งใน อ.สิงหนคร
และในทันทีทันใดนั้น มีคนร้าย 4 คน มากับรถยนต์กระบะ และจอดบนถนนสายเขาเขียว-สามแยกบ้านเล คนร้าย 2 คนลงจากรถแล้วใช้อาวุธปืนสั้นยิง ด.ต.ดุสิตหลายนัด จนถึงแก่ความตาย คนร้ายหลบหนีไปทางสะพานติณสูลานนท์
จึงยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนแรงของอาชญากรรมใน อ.สิงหนคร ที่คนไทยทั้งประเทศจับตาดูอยู่ก่อนแล้ว ให้ดุเดือดยิ่งขึ้นไปจนถึงขีดสุด
คนร้ายกล้าลงมือซ้อนขึ้นมาอีกคดี ทั้งๆ ที่มีตำรวจเต็มเมือง

พล.ต.ต.ปรีชา แสงวรรณ ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งผู้รับผิดชอบคดีฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี ออกเป็น 2 ชุด คือ
ชุดสืบสวนปราบปราม ประกอบด้วย
1. พ.ต.ท.ธเนศ ธนนิมิต รอง ผกก. (ป.) สภ.อ.สิงหนคร เป็นหัวหน้าชุด
2. พ.ต.ท.สัมบูรณ์ บัวสิงห์ สวป.สภ.อ.สิงหนคร เป็นรองหัวหน้าชุด
3. ร.ต.อ.เจริญ อินทรศรี รอง สวป.สภ.อ.สิงหนคร ประจำชุด
4. ร.ต.อ.สุคิด พาหุมันโต หน.สภ.ต.ปากรอ ประจำชุด
5. ร.ต.อ.นิยม จันทร์อุดม หน.ฉก.ภ.จว.สงขลา ประจำชุด
6. ร.ต.อ.จรินทร์ ชะโนวรรณ หน.นปพ.ภ.จว.สงขลา ประจำชุด
ชุดสอบสวน ประกอบด้วย
1. พ.ต.ท.สามารถ วิชัยขัทคะ รอง ผกก. (สส.) สภ.อ.ระโนด เป็นหัวหน้าชุด
2. พ.ต.ท.มนัส ยุทธการกำธร สวส.สภ.อ.สิงหนคร เป็นรองหัวหน้าชุด
3. ร.ต.อ.ปัญญา คารวนันท์ รอง สวส.สภ.อ.สทิงพระ ประจำชุด
4. ร.ต.อ.วีระชาติ คูหามุข รอง สวส.สภ.ต.ม่วงงาม ประจำชุด
5. ร.ต.ท.อภิชัย กรอบเพชร รอง สวส.สภ.อ.สิงหนคร ประจำชุด
สำหรับตัวผมนั้นไม่มีชื่ออยู่ในคำสั่ง เป็นความต้องการของผู้การปรีชา ที่ต้องการให้ผมมีสมาธิกับคดี 5 ศพ
ซึ่งแม้จะไม่มีชื่อแต่ผมก็ติดตามควบคู่ไปทั้ง 2 คดี และตามอำนาจหน้าที่ของผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว
แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ จนในบั้นปลายท้ายสุดคดีฆ่า ด.ต.ดุสิต ผมต้องกลับมาทำสำนวนการสอบสวนเองโดยลำพังจนเสร็จคดี
และประสบความสำเร็จ เมื่อทีม พล.ต.ต.มาโนช ไกรวงศ์ จับคนร้ายได้ทั้งแก๊ง ตั้งแต่มือปืนจนถึงผู้จ้างวาน

เช้าวันนั้นผมได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ ที่คลาคล่ำไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจมากมายทั้งตำรวจจากโรงพักสิงหนคร มี ร.ต.ท.อภิชัย กรอบเพชร เป็นร้อยเวร ยังมีตำรวจจาก จ.สงขลา จากตำรวจภูธรภาค 9 และตำรวจกองปราบปรามมาสมทบ เพราะกรมตำรวจระดมกำลังจากทุกฝ่ายมาร่วมสืบสวนคดีฆาตกรรม 5 ศพ ครอบครัวบุญทวี ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ผ่านไปเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น
ด.ต.ดุสิต รัตนมณี อายุ 48 ปี ถูกยิงจากทางด้านหลัง มีรอยกระสุนปืนที่กกหูขวา ไหล่ขวา สะบักหลังขวา ไหล่ซ้าย สะโพกขวา และมือซ้าย รวม 8 แห่ง คนร้าย 2 คนใช้ปืนรีวอลเวอร์ ยิงเสร็จ กระโดดขึ้นรถกระบะที่จอดรอ หลบหนีไปทางเกาะยอ
ด้วยเหตุที่ผู้ตายมีกิจการธุรกิจบ้านจัดสรร ที่ดิน ปั๊มน้ำมัน มีฐานะทางการเงินดีมาก และยังสนใจการเมืองท้องถิ่น และมีแนวโน้มที่จะลงสมัครเพื่อรับเลือกตั้ง แข่งขันกับสมาชิกสภาจังหวัดและสมาชิกสุขาภิบาลอำเภอสิงหนคร
และเมื่อปี 2537 ผู้ตายได้สนับสนุนผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม จนทำให้นางพรณี หรือแก้ว วรรณวงศ์ พี่สาวของนายเสริมศักดิ์ หรือเป็ก จันทร์สว่าง ซึ่งเป็นประธานสุขาภิบาลอำเภอสิงหนคร คนปัจจุบัน แพ้การเลือกตั้งเพื่อเป็นสมาชิกสภาจังหวัดสงขลา เขต อ.สิงหนคร
ประเด็นเหล่านี้สันนิษฐานว่าอาจจะทำให้เกิดความไม่พอใจผู้ตาย
ยิ่งกรรมการสุขาภิบาลของอำเภอสิงหนครกำลังจะหมดวาระและต้องเลือกตั้งใหม่ในเดือนตุลาคม 2540 ผู้ตายอาจจะลาออกจากราชการ แล้วลงสมัครรับเลือกตั้งหรือสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม เพราะมีความพร้อมทั้งด้านการเงิน จะทำให้อีกฝ่ายเสียเปรียบ
และยังมีอีกหลายประเด็นคือ ผู้ตายดำเนินจัดการตลาดสดหน้าเมือง อ.สิงหนคร ใกล้กับบ้านเล เป็นเวลาเดียวกันกับที่สุขาภิบาลได้จัดตั้งตลาดสดสุขาภิบาลขึ้น และตลาดสดของผู้ตายนั้น กิจการดำเนินไปได้ด้วยดี ส่วนตลาดสดสุขาภิบาลไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เพราะไม่มีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้าไปขาย ด้วยเหตุนี้จึงอาจทำให้นายเสริมศักดิ์ ประธานกรรมการสุขาภิบาลเสียหน้า
จากหลักฐานเบื้องต้น มีความเป็นไปได้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ตายน่าจะมาจากผู้ตายเป็นคู่แข่งทั้งทางด้านธุรกิจและการเมืองของนายเสริมศักดิ์ จันทร์สว่าง และนางพรณี วรรณวงศ์
ประเด็นที่ยังนำมาพิจารณา เป็นกรณีที่ผู้ตายอาจขัดแย้งกับกำนันแปลก ในเรื่องที่ดิน ที่กำนันแปลกติดต่อซื้อขายที่ดินกับนางศิริลักษณ์ ไชยบัณฑิต แต่ไม่สำเร็จ เมื่อนางศิริลักษณ์นำมาขายให้ผู้ตาย อาจสร้างความไม่พอใจให้กำนันแปลก
รวมไปจนถึงมีการฟ้องร้องคดีกรณีเรื่องพิพาทเกี่ยวกับที่ดินบริเวณทางเข้าจุลดิศ ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา จนไปถึงชั้นศาลฎีกา เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายชนะคดี
คู่ความอีกฝ่ายอาจจะไม่พอใจ
ประเด็นสุดท้าย เป็นกรณี น.ส.แต๋ว กรรมการสุขาภิบาลคนหนึ่ง ติดต่อจะไถ่ถอนที่ดินจากผู้ตาย โดยนัดหมายดำเนินการก่อนผู้ตายถูกยิงไม่กี่วัน แต่ไม่สามารถดำเนินการได้
ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่ตำรวจจะต้องร่วมกันสืบเจาะค้นหาให้ได้ความจริง ว่าสาเหตุการตายมาจากประเด็นใด แล้วนำไปสู่การจับกุมคนร้ายให้ได้
คดีนี้จึงเป็นคดีสำคัญอีกคดีหนึ่งที่แทรกเข้ามา ยิ่งทำให้เกิดความโกลาหล เพราะต้องสืบสวนไปพร้อมๆ กันทั้ง 2 คดี
ถือเป็นคดีที่มีการฆาตกรรมรุนแรงโหดเหี้ยมป่าเถื่อนเกิดขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกันที่ อ.สิงหนคร จ.สงขลา

