กล้าธรรม-ขั้ว ‘เฮ้ง’-งูเห่าเพื่อไทย ผนึกพลังข้าวหน้าไก่ ‘พปชร.’ 146 เสียง หนุน ‘หนู’ ชิงนายกฯ
บทความในประเทศ
กล้าธรรม-ขั้ว ‘เฮ้ง’-งูเห่าเพื่อไทย
ผนึกพลังข้าวหน้าไก่ ‘พปชร.’
146 เสียง หนุน ‘หนู’ ชิงนายกฯ
พลันที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม โดยมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง ให้ “นายกฯ อิ๊งค์” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องพ้นจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี จากกรณีคลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เนื่องจากขาดคุณสมบัติ โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 6 เสียงข้างมากเห็นว่า ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160
โดย 4 เสียง ใน 6 เสียงข้างมากเห็นว่า ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมาตรา 160 (5) มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ขณะที่ตอนท้ายของคำวินิจฉัยระบุว่า เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ส่งผลให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 (1) โดยให้นำมาตรา 168 (1) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของ ครม.ที่พ้นจากตำแหน่งต่อไป
เมื่อผลคำวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ ตามกระบวนการ สภาผู้แทนราษฎรจะต้องลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามบัญชีรายชื่อแคนดิเดตพรรคการเมืองที่เหลืออยู่ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่และฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่
ด้วยเหตุนี้ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จึงเดินเกมเร็วประกาศเดินหน้ารวบรวมเสียงจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน เพื่อสนับสนุน โดยมีเป้าหมายและโจทย์สำคัญคือการผลักดันให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 32
ซึ่งนายอนุทินได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงความพร้อมการเป็นนายกรัฐมนตรีของตนเอง ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทย ด้วยว่า “พร้อมมาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว”
ทั้งนี้ การส่งสัญญาณฟอร์มทีมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยชัดเจนมากนับตั้งแต่ปรากฏภาพความชื่นมื่นระหว่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งสวมบทเชฟโชว์ฝีมือข้าวหน้าไก่ และร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด
ซึ่งแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทั้งนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ การันตีว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมยกมือโหวตสนับสนุนนายอนุทิน นั่งนายกฯ ตั้งแต่กินข้าวหน้าไก่
การเดินสายขอเสียงโหวตหนุนนายกฯ แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เริ่มต้นจากพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เห็นพ้องรับข้อเสนอเงื่อนไขการจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคประชาชน (ปชน.)
โดยคาดหวังว่าจำนวน ส.ส. 143 เสียงของพรรคประชาชน จะช่วยโหวตสนับสนุนให้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้
ขณะที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่มีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นหัวหน้าพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล กลับแสดงจุดยืนและมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พรรคกล้าธรรมจะลงมติสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32
โดยพรรคกล้าธรรมชี้แจงเหตุผลการตัดสินใจในครั้งนี้ยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก โดยไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์การเมืองทำให้ประเทศเข้าสู่ภาวะสุญญากาศ ขาดทิศทางการพัฒนา และนโยบายที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องได้ วันนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกลไกของฝ่ายบริหารที่ต้องเรียกคืน และสร้างความเชื่อมั่นจากนานาประเทศอย่างเร่งด่วน
นอกจากพรรคกล้าธรรมที่ประกาศตัวพร้อมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ยังพบว่าฟากรัฐบาล โดยกลุ่ม ส.ส.ก๊วนของ “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ก็เทเสียงพร้อมมาร่วมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกัน
รวมทั้งมีรายงานว่า จะมีเสียงสนับสนุนจากพรรคเล็ก และพรรคประชาธิปัตย์ 2 เสียง คือ นายสรรเพชญ บุญญามณี ส.ส.สงขลา และนายสมยศ พลายด้วง ส.ส.สงขลา
ฟาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) พบว่า มีหลายคนแสดงจุดยืนตัดสินใจพร้อมถอดเสื้อคลุมพรรคเพื่อไทยออก รวมทั้งปรากฏการณ์ ส.ส.ทยอยออกจากกลุ่มไลน์
ขณะที่นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ส.ส.กาญจนบุรี ประกาศว่าได้นำ ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายสิบชีวิตข้ามขั้วมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
โดยนายศักดิ์ดาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงเหตุผลการแยกทางจากพรรคเพื่อไทย มีรายละเอียดว่า ตนเดินออกมาจากพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ด้วยเหตุผลหลักคือ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศและในเขตเลือกตั้ง คือ จังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.ห้วยกระเจา เลาขวัญ หนองปรือ และบ่อพลอย ประสบความเดือดร้อน โดยเฉพาะราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำและต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
“ประชาชนที่เลือกตนมา ต่างฝากความหวังกับรัฐบาลที่ตนสังกัด แต่การแก้ปัญหาดังกล่าวล้มเหลวโดยสิ้นเชิง จึงต้องออกมาต่อสู้ เพื่อแก้ปัญหาและปกป้องประชาชนในพื้นที่ ตนขอรับผิดชอบในการตัดสินใจของตนหากในวันนี้การกระทำทำให้ใครบางคนต้องผิดหวัง น้อมรับแต่เพียงผู้เดียว สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่พร้อมออกมาต่อสู้เพื่อประชาชนในพื้นที่ตัวเอง รวมทั้งเข้าใจเพื่อนอีกหลายท่านที่รู้สึกเช่นเดียวกับตน แต่ยังไม่ออกมาแสดงจุดยืนในขณะนี้”
นายศักดิ์ดาระบุ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ทันทีที่พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงมติพรรคยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้นำทีมแกนนำและ ส.ส. 146 คน ร่วมกันแถลงจัดตั้งรัฐบาล และลงนามรับ 5 เงื่อนไขของพรรคประชาชน
หลังจากนี้จะเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร โดยประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ฉะนั้น หลังจากนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ฝุ่นตลบ คงต้องรอดูว่า กระบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะเกิดขึ้นได้เมื่อใดและสำเร็จหรือไม่
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
