bg-single

ทำความเข้าใจวิสัยทัศน์จีน ต่อระเบียบโลกใหม่

17.09.2025

โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

ทำความเข้าใจวิสัยทัศน์จีน

ต่อระเบียบโลกใหม่

“80 ปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 คำถามกลางสำหรับระเบียบระหว่างประเทศ (International Order) คือมหาอำนาจใดสามารถสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์แห่งชาติ (National Interest) และผลประโยชน์ร่วม ความรับผิดชอบนานาชาติมีมหาอำนาจเดียวชาติใดรับได้เพราะล้วนมีข้อจำกัดและเสถียรภาพของระเบียบระหว่างประเทศใดๆ ในการประสานและทำความร่วมมือระหว่างชาติ

ด้านหนึ่ง มันไม่เป็นความจริงที่จะคาดว่ามหาอำนาจใดแบกรับระบบระหว่างประเทศอย่างแน่นอน อีกด้านหนึ่ง คำถามอันเดียวของพวกเขาในระบบระหว่างประเทศ ชาติมหาอำนาจต้องตีความสมดุลระหว่างการผลักดันสู่ผลประโยชน์แห่งชาติและให้เป็นสินค้าสาธารณะระดับโลกให้ได้ เพื่อความก้าวหน้าของระเบียบระหว่างประเทศ…”

นี่เป็นข้อเขียนของ Li Chen รองศาสตราจารย์และรองคณบดี School of International Studies, Renmin University of China ใน World Affairs นิตยสารภาษาจีนของกระทรวงต่างประเทศจีน ที่แปลบทความเป็นภาษาอังกฤษของอาจารย์ท่านนี้ในชื่อ “The Multipolar World is Coming at Speed” วันที่ 5 September 2025

บทความนี้มีความสำคัญไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของผู้เขียน แต่สำคัญที่สาระของบทความเน้นถึงท่าทีและแนวทางการทูตของจีนต่อระเบียบระหว่างประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง 80 ปี แล้วยังสอดคล้องกับ 2 อีเวนต์ใหญ่ที่รัฐบาลจีนจัดขึ้นช่วงนี้

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าไม่ค่อยมีใครสนใจอีเวนต์ใหญ่ในจีน ได้แก่ การประชุมสุดยอด Shanghai Cooperation Organization-SOC และการสวนสนามวันแห่งชัยชนะของจีนในวันครบรอบ 80 ปีสงครามโลกครั้งที่ 2

ทั้งสองเหตุการณ์ใหญ่เป็นสัญลักษณ์ที่เราไม่ควรพลาด เพื่อทำความเข้าใจวิสัยทัศน์ของจีนต่อระเบียบโลกใหม่

สิ่งนี้จีนกำลังแสดงตนเป็น ผู้ถือมาตรฐานของระบบโลกหลายขั้วอำนาจ (multipolarity) ที่นำโดยกลุ่ม โลกใต้ (Global South) ที่ต่อต้านวาทกรรมโลกตะวันตกที่นำโดยระเบียบระหว่างประเทศเสรีนิยมของสหรัฐ

2 อีเวนต์เป็นฉากของการผสมผสานระหว่างท่าทีทางการทูตกับเรื่องเล่าประวัติศาสตร์และความแข็งแกร่งทางทหาร

ฉากในใจของจีนคือ เป้าหมายเร่งศีลธรรมในบ้านของตัวเอง ในขณะที่จีนวางอำนาจและอิทธิพลต่อประเทศเพื่อนบ้านของตนและในพื้นที่ภายนอก

นักยุทธศาสตร์จีนมีแรงกดดันมายาวนานว่า เป้าหมายนโยบายต่างประเทศคือ การสร้างสภาพแวดล้อมภายนอกที่นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจภายใน หลักการพื้นฐานนี้ย้อนกลับไปได้ตั้งแต่สมัย เติ้ง เสี่ยวผิง แล้วยังคงและได้กลายเป็น วลีที่ได้ยินซ้ำๆ ที่ผู้นำจีนยุคปัจจุบันนี้ก็ยังมุ่งหน้าอย่างอึกทึก เน้นเรื่องสภาพแวดล้อมภายนอก

ระเบียบโลกใหม่

ทางเลือกที่แสดง

ในการประชุมสุดยอด SOC

กล่าวย้อนไปที่ SOC สักนิด SOC เป็นองค์กรระดับภูมิภาคที่เกิดช่วงทศวรรษ 1990 ด้วยข้อริเริมที่เน้นการยุติความขัดแย้งระหว่างประเทศในเอเชียกลาง แต่ช่วงไม่นานมานี้องค์กรได้วิวัฒนาการเป็น ฟอรัม เพื่อมุ่งเป้าที่ โลกทัศน์ทางเลือกที่ไม่ใช่ตะวันตก

จีนเข้าใจชัดเจนถึงโอกาสนี้ เกิดจากนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เป็น นโยบายเน้นจากเรื่องภายใน (inward looking policy) คือ เน้นสร้างงานและเศรษฐกิจภายในประเทศภายใต้นโยบาย อเมริกามาก่อน (America First) และสร้างแรงกดดันมหาศาลของทรัมป์ต่อพันธมิตรคู่ค้าของสหรัฐในภูมิภาค เหมือนอย่างที่คนอื่นๆ รู้กัน จีนได้ผลประโยชน์เต็มที่จากนโยบายนี้ แล้วจีนก็รุกทางการทูตทั้ง reset นโยบายต่างประเทศ และเพิ่มความเข้มแข็งความผูกพันทวิภาคีกับประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวางในภูมิภาคและนอกภูมิภาค

ในการประชุมเมื่อไม่นานมานี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ใช้โอกาสแนะนำ ข้อริ่เริ่มการปกครองระดับโลก เพิ่มจากข้อริเริ่มครั้งก่อนๆ ด้านการพัฒนา (Development) โลก ความมั่นคง (Security) และด้านอารยธรรม (Civilization)

แม้กรอบชัดเจนของข้อเสนอการปกครองใหม่ยังคงต้องนิยามเสียก่อน แต่มันแสดงถึงความตั้งใจและจุดยืนของจีน

จีนมีจุดยืนตายตัวคือ ตรงกันข้ามกับการเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องการถอนตัวของสหรัฐออกจากหลายๆ องค์กรพหุภาคีที่นำโดยองค์การสหประชาชาติ เช่น สหรัฐถอนตัวออกจาก องค์การอนามัยโลก องค์การการค้าโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ

อินเดีย

หนึ่งในผู้เข้าร่วมประชุมสุดยอด SOC ครั้งนี้ที่โดดเด่นที่สุดคือ นายกรัฐมนตรีโมดี แห่งอินเดีย เขาส่งสัญญาณชัดเจน เคลื่อนย้ายตัวออกจากความขมขื่นมาหลายปีจากความขัดแย้งระหว่างอินเดียกับจีน

นายกรัฐมนตรีโมดีเยือนจีนในช่วงเวลาที่ทรัมป์เก็บภาษีการค้าอินเดีย 50% ทำเอาช็อกด้วยว่าอินเดียมองตัวเองว่าเป็นพันธมิตรที่พึ่งพาได้ของสหรัฐ

ในการประชุมสุดยอดระหว่างนายกรัฐมนตรีโมดีกับประธานาธิบดีสี ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายปรารถนาในการแสดงให้เห็นและทำงานเพื่อเอาชนะบางเรื่องที่ทั้งสองประเทศยังตกลงกันไม่ได้ เขาทั้งสองเน้นว่า ความสัมพันธ์จีน-อินเดียไม่ได้เป็นเรื่องให้ประเทศที่ 3 เข้ามามีอิทธิพล

จีนมองการประชุมสุดยอด SOC เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้โลกยอมรับวิสัยทัศน์โลกของจีน โลกซึ่งตะวันตกมีบทบาทที่ถดถอย ในขณะที่ประเทศที่ไม่ใช่ตะวันตกก้าวขึ้นมาช่วยจัดรูประเบียบโลกหลายขั้ว

เหนือการแสดงโอ้อวด

และสภาพแวดล้อม

สารเรื่องระเบียบโลกใหม่ ประกาศเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา เมื่อจีนแสดงการสวนสนามทางทหารเพื่อฉลองการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 การสวนสนามคือ สิ่งที่มากกว่าการเป็นแค่โอกาสแสดงพลังอำนาจทางทหารของจีน การสวนสนามออกแบบให้มีการแสดงว่า จีนไม่ใช่เพียงชาติมหาอำนาจ แต่เป็นอภิมหาอำนาจที่เป็นรากฐานของโลกกำลังพัฒนา

หลายทศวรรษแล้ว วาทกรรมโลกของสงครามโลกครั้งที่ 2 เน้นสงครามโลกครั้งที่ 2 มีส่วนสำคัญโดยสหรัฐ ยุโรปและสหภาพโซเวียต ในขณะที่ลดทอนความเสียสละของจีนและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค การสวนสนามทำให้จีนมีโอกาสบอกเล่าอีกด้านหนึ่งของเรื่องราว

การสวนสนาม 3 กันยายนที่ผ่านมา เป็นการสวนสนามขนาดใหญ่ครั้งที่ 4 ตั้งแต่ประธานาธิบดีสีก้าวสู่อำนาจในปี ค.ศ.2012 ก่อนนั้นการสวนสนามจัดเพื่อบอกถึงการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

แต่การสวนสนามครั้งนี้จัดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินมาในช่วงเวลาความยุ่งยากทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ และปกคลุมด้วยภาวะเงินฟืด และความเจ็บปวดของคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีงานทำ

สำหรับประธานาธิบดีสีและนายทหารของเขา โอกาสคือ ความหมายของการเพิ่มความแข็งแกร่งต่อสารสำคัญต่อประชาชน

นั่นคือ ความชอบธรรมของพรรคคอมมิวนิสต์ประชาชนจีนเป็นรากฐานแห่งชัยชนะต่อการรุกรานของญี่ปุ่นเมื่อ 80 ปีที่แล้ว

แทนที่จะสนใจกับการไม่ปรากฏตัวของปูตินผู้นำรัสเซียทั้งในการประชุมสุดยอด SOC และการสวนสนาม จีนไม่สนใจกับเรื่องนี้

แทนที่จะสนใจเรื่องเหล่านี้ จีนกำลังแสวงหาสิ่งที่แตกต่างมากกว่า แต่เป็นสาระสำคัญคือ กองทัพปลดแอกประชาชนจีนอยู่ในเส้นทางต้อนรับด้วยกองกำลังติดอาวุธที่ทันสมัยที่สุด ติดอาวุธด้วยเทคโนโลยีที่ผลิตภายในประเทศ หลังจากทศวรรษของการผลักดันการพึ่งพาตนเองด้านอาวุธของกองทัพ

และสารที่ดังและชัดเจนคือ จีนสามารถและจีนจะต่อต้านศัตรูของตนได้ ในขณะที่จีนยืนยันข้ออ้างความมั่นคงในเอเชีย

ดังนั้น เหตุการณ์ทั้งสองคือ การประชุมสุดยอด SOC และการสวนสนามเนื่องในวาระ 80 ปีของการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้หนทางแห่งอำนาจมอบแก่ประธานาธิบดีสีวางแนวทาง วิสัยทัศน์ของเขาเรื่อง โลกหลายขั้วที่นำโดยจีน ในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์รื้อเสาหลักแห่งระบบพหุภาคี แล้วจีนเห็นโอกาสจัดรูป (shaping) มัน

8 ทศวรรษ หลังยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 จีนไม่มองตัวเองเพียงแค่ผู้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์แต่เป็นสถาปนิกผู้สถาปนาระเบียบโลกใหม่ แล้วหนึ่งในความมั่นใจคือ ออกแบบโดยจีนเอง

โดยสรุป

การประชุมสุดยอด SOC และการสวนสนามที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเพื่อฉลองการยุติสงครามโลกครั้งที่ 2

เป็นฉากที่มีการแสดงถึงระเบียบโลกใหม่ของจีน ที่จีนอยู่ร่วมกับซีกโลกใต้ (Global South) ไม่ใช่ระเบียบโลกที่นำโดยสหรัฐอีกต่อไปแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน