โอลิมปิกเกมส์ 1988 และเหรียญทองข้ามเวลา ของ ‘รอย โจนส์ จูเนียร์’
Technical Time-Out | SearchSri
มวยสากล (หรือมวยสากลสมัครเล่น) นับเป็นกีฬาที่อยู่คู่กับมหกรรมกีฬา โอลิมปิกเกมส์ มายาวนาน ตั้งแต่สมัยยังเป็นโอลิมปิกเกมส์ยุคโบราณ และเมื่อบรรจุแข่งในโอลิมปิกเกมส์สมัยใหม่ปี 1904 ก็อยู่คู่กับการแข่งขันมาโดยตลอด (ยกเว้นปี 1912 ที่กรุงสตอกโฮล์ม เนื่องจากกฎหมายสวีเดนในขณะนั้นยังแบนกีฬามวยอยู่
กระนั้น ในขณะที่หลายๆ ชนิดกีฬาวิวัฒนาการตัวเองไปตามยุคสมัย กีฬามวยสากลซึ่งยังต้องอาศัยสายตากรรมการตัดสินว่าแต่ละหมัดของนักกีฬาเข้าเป้าจะแจ้งหรือไม่ ก็มักจะโดนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความโปร่งใสในคำตัดสิน และผลลัพธ์ที่ “ค้านสายตา” แทบจะทุกทัวร์นาเมนต์
หนึ่งในคำตัดสินที่อื้อฉาวและค้านสายตาที่สุดในกีฬามวยสากลโอลิมปิกเกมส์ เกิดขึ้นในปี 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ในการชกรุ่นไลต์มิดเดิลเวต รอบชิงชนะเลิศ
ย้อนไปเมื่อ 37 ปีที่แล้ว รอย โจนส์ จูเนียร์ นักชกหนุ่มชาวอเมริกัน พ่ายให้ พัก ซีฮุน นักมวยเจ้าถิ่นแบบงงกันทั้งโลก เพราะเป็นฝ่ายรอย โจนส์ ที่ไล่ถลุงพักจนสะบักสะบอม แม้แต่ตอนได้รับการชูมือเป็นผู้ชนะ เขายังแทบยืนไม่อยู่
กรรมการในวันนั้นให้พัก ซีฮุน เป็นฝ่ายชนะคะแนนรอย โจนส์ จูเนียร์ 3-2 คะแนน ซึ่งสื่อใหญ่อย่าง นิวยอร์ก ไทมส์ ตีข่าวว่า คะแนนดิบของไฟต์นี้ โจนส์ต่อยเข้าเป้าถึง 86 หมัด ส่วนพักต่อยโดนแค่ 32 หมัดเท่านั้น
มีรายงานว่าพักได้กล่าวขอโทษโจนส์ในภายหลัง ขณะที่กรรมการให้คะแนนนักชกเกาหลีใต้เป็นฝ่ายชนะ 2 จาก 3 คน ก็โดนลงโทษแบน
การตัดสินที่น่ากังขาดังกล่าวก็นำไปสู่การปรับเปลี่ยนกติกาการให้คะแนนมวยสากลในโอลิมปิกเกมส์ใหม่ ขณะที่รอย โจนส์ จูเนียร์ ได้รับรางวัลพิเศษ วัล บาร์เกอร์ โทรฟี่ ซึ่งมอบให้กับนักชกที่มีสไตล์โดดเด่นที่สุดในโอลิมปิกครั้งนั้น
บ้างก็ว่านี่เป็นรางวัลปลอบใจ และเปรียบเหมือนการตบหน้าใครก็ตามที่ “ปล้น” ชัยชนะของโจนส์ เพราะรางวัลนี้ไม่ได้แจกกันทุกครั้งที่แข่งขัน แต่นั่นเพิ่งเป็นครั้งที่ 3 และครั้งสุดท้ายที่แจกกันในโอลิมปิกเกมส์

คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) เปิดการสืบสวนอย่างเป็นทางการ และได้ข้อสรุปในปี 1997 ว่า ถึงแม้ทางเจ้าภาพ เกาหลีใต้ จะเลี้ยงดูปูเสื่อกรรมการเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อล็อกผลการชกไฟต์นี้
ขณะที่ในปี 1996 สื่อตะวันตกอ้างว่า มีเอกสารจากกลุ่มตำรวจลับของเยอรมนีตะวันออก ระบุว่า มีการติดสินบนกรรมการให้ตัดสินเข้าข้างนักชกเกาหลีใต้ เพื่อนำไปสู่บทสรุปตารางเหรียญรางวัลที่ทัพนักกีฬาเยอรมนีตะวันออกเป็นอันดับสองของตาราง โดยมีเหรียญทองเหนือกว่าสหรัฐอเมริกา 1 เหรียญ
ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร โจนส์ซึ่งเจ็บปวดจากความผิดหวังดังกล่าว ตัดสินใจหันหลังให้กับวงการมวยสากลสมัครเล่น ก้าวเข้าสู่วงการมวยอาชีพ และกลายเป็นแชมป์โลก 4 รุ่นหลายสถาบัน
เป็นหนึ่งในนักชกที่โดดเด่นที่สุดของยุค 90s จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักชกที่เก่งที่สุดในโลกหากวัดกันปอนด์ต่อปอนด์
ส่วนพัก ซีฮุน ไม่เคยเทิร์นโปร หลังเลิกชกมวย ก็ผันตัวไปเป็นครูและโค้ชมวย พร้อมกับความรู้สึกผิดในใจ ว่าตัวเขาเองนั้นไม่คู่ควรกับเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ดังกล่าว
พักเคยเปิดใจกับสำนักข่าว เอพี เมื่อปี 2020 ว่า มีความรู้สึกผิดลึกๆ ในใจ ซึ่งคงจะติดตัวไปตลอดชีวิต เพราะหลังจบไฟต์นั้น ไม่ได้ต้องการที่จะได้รับการชูมือเป็นผู้ชนะเลย แต่กรรมการก็ยกมือให้ตน ซึ่งชีวิตหลังจากนั้นก็ต้องหม่นหมองมาตลอด
เพราะตราบาปที่ติดตัว แม้ไม่ได้เป็นเจตนาของเจ้าตัวแม้แต่น้อย พักต้องต่อสู้กับโรคซึมเศร้า ซึ่งหลายต่อหลายครั้งที่เขาพยายามจะจบชีวิตตัวเอง
ถึงจุดหนึ่ง พักก็ตัดสินใจว่า ควรจะมอบเหรียญทองดังกล่าวให้กับเจ้าของที่แท้จริง
ว่าแล้วเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ปี 2023 พักกับลูกชายก็เดินทางไปที่โรงยิมของโจนส์ในรัฐฟลอริดา เป็นการปรากฏตัวแบบเซอร์ไพรส์
เขาหยิบเหรียญทองออกจากกระเป๋าส่งให้โจนส์โดยมีลูกชายทำหน้าที่ล่ามแปลให้ว่า “ผมได้เหรียญทองนี้ แต่อยากจะคืนมันให้คุณ เพราะมันเป็นของคุณ หลังจากนี้เหรียญทองนี้เป็นปัญหาของคุณแล้ว” ก่อนจะชูมือให้โจนส์เป็นผู้ชนะ 35 ปีให้หลังจากไฟต์ที่น่ากังขาซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้
เหตุการณ์นี้ทำเอาโจนส์ถึงกับอุทานว่า “บ้าบอมากๆ” พร้อมกับการพยายามกลั้นน้ำตา
เหตุการณ์ซึ้งๆ ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่โจนส์เพิ่งตัดสินใจเอาคลิปนี้มาโพสต์ทางช่องยูทูบของตัวเองเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา
คลิปดังกล่าวชวนให้นักข่าวและแฟนกีฬาในยุคนั้นย้อนความทรงจำกลับไปเมื่อ 37 ปีที่แล้วอีกครั้ง พร้อมเสียงชื่นชมว่านี่เป็นโมเมนต์ที่ทรงพลังและมีมนต์ขลังอย่างมาก
ขณะที่คอมเมนต์จากแฟนมวยคนหนึ่งสรุปไว้สั้นๆ ใต้คลิปยูทูบของโจนส์ว่า “พัก ซีฮุน ไม่เคยเป็นผู้ร้ายมาตั้งแต่แรก”
…เขาเองก็เป็น “เหยื่อ” จากเหตุการณ์นี้ที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน
