bg-single

ขนส่งมวลชน ‘ไทย’ ต่ำชั้น (1)

21.09.2025

สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

เมื่อการเมืองพลิกผัน เปลี่ยนเป็นรัฐบาล “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รัฐบาลใหม่จะเอาไปสานต่อหรือเปล่ายังไม่รู้ แต่ร่างกฎหมาย 2 ฉบับที่เกี่ยวเนื่องทั้งร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และร่าง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ผ่านการเห็นชอบทั้งจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเรียบร้อยแล้ว

ผมลุ้นค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายมานาน เพราะรถไฟฟ้าเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ให้ความคุ้มค่าสมประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดอุบัติเหตุบนถนน

อยากให้มีระบบขนส่งมวลชนอย่างนี้ในเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ภูเก็ต หรือขอนแก่น เพื่อแก้ปัญหาจราจรที่ติดขัด ลดปัญหามลพิษทางอากาศ เพิ่มคุณภาพชีวิต และลดค่าใช้จ่าย

รถไฟฟ้าใน กทม.ตอนนี้ราคาแพงเกินเหตุ บ้านผมอยู่แถวๆ ถนนรามคำแหง จะขับรถไปเดินเล่นหาของกินแถวเยาวราชคงไม่ไหวแน่เพราะรถติดหนัก

ถ้าจะขึ้นรถไฟฟ้าต้องต่อกันหลายทอด นั่งมอเตอร์ไซค์จากในซอยไปต่อรถเมล์แล้วก็นั่งรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ไปต่อรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีลาดพร้าวค่ารถรวมเบ็ดเสร็จไม่หนี 180 บาท ไปกลับ 360 บาท

จึงได้แต่ภาวนาให้ “ค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” กลายเป็นจริง และขอให้รถไฟฟ้าสายสีส้มที่แล่นผ่านหน้าปากซอยบ้านเปิดใช้บริการในเร็ววันด้วย เพราะสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มสร้างเสร็จมานาน 2 ปีแล้ว สภาพของสถานีและอาคารจอดรถดูโทรมๆ ฝุ่นจับเกรอะ

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (รฟม.) เพิ่งผลิตตู้โบกี้โดยสาร ปีหน้าจะส่งมาทดลองและเปิดบริการปลายปี 2570

ฟังแล้วก็เง็งๆ ทำไมก่อนก่อสร้างจึงไม่เตรียมแผนให้เหมาะเจาะ

สงสัยว่า เมื่อเปิดให้บริการรถไฟสายสีส้มได้ไม่นาน รฟม.คงของบฯ ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารสถานีอีกรอบ หรือนี่เป็นแผนผลาญงบฯ ที่คิดเอาไว้ล่วงหน้า?

โครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าในเขต กทม.และปริมณฑล ปัจจุบันมีทั้งหมด 10 สาย เป็นรถไฟฟ้าสายสีเขียว สีทอง สีเหลือง สีชมพู สีน้ำเงิน สีม่วง สีแดง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ระยะทางรวม 276.84 กิโลเมตร (ก.ม.) มีสถานีทั้งหมด 194 สถานี

ถ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-เกษมราษฎร์ และรถไฟฟ้าสายสีส้มเสร็จ จะมีเส้นทางเพิ่ม 59.54 ก.ม. สถานีเพิ่มอีก 45 สถานี

แต่เทียบ กทม.กับเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกที่วางแผนรับมือกับการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กทม.ยังอยู่ระดับต่ำชั้น

ทั้งนี้ การขยายตัวของเมืองมีอัตราเร่งสูงขึ้น คนชนบทอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น เมืองเกิดสภาพแออัดปัญหามากมายก็ตามมา เป็นแหล่งสะสมขยะ น้ำเน่าเสีย รถยนต์เต็มถนนการจราจรติดขัด ฝุ่นอากาศพิษฟุ้งกระจาย พื้นที่สีเขียวลดลงมีตึกคอนโดฯ ผุดแทน

การรับมือเพื่อลดปัญหาเมืองแออัดเป็นเรื่องท้าทายของทุกประเทศจะต้องหาวิธีทำอย่างไรให้ประชาชนผู้อยู่อาศัยอยู่อย่างมีความสุข มีความปลอดภัย มีการงานที่ดี และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ระบบขนส่งมวลชนเป็นส่วนหนึ่งของทางออกในการแก้ปัญหาเมืองแออัด ช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง ลดมลพิษในอากาศ ระบบขนส่งมวลชนยังเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะทำให้สังคมเมืองมีความยั่งยืน มีสิ่งแวดล้อมที่ดี

เช่น การใช้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าหรืออีวี แท็กซี่ใช้หุ่นยนต์ขับแทนคน (Robo-taixis) รถยนต์ไร้คนขับ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่ประชาชนทุกชั้นชนเข้าถึงได้ทั้งในราคาถูกและสะดวกสบาย

แท็กซี่ไร้คนขับ (robo-taxi) เปิดบริการในนครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา (ที่มาภาพ : waymo.com)

ในการศึกษาความพร้อมของการเดินทางในเมืองครั้งที่ 6 ประจำปี 2567 (Urban Mobility Readiness Index 2024) โดยบริษัท โอลิเวอร์ไวมาน (OliverWyman) และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา โดยศึกษาระบบขนส่งสาธารณะของ 70 เมืองใหญ่ทั่วโลกครอบคลุม 6 ภูมิภาค ได้แก่ อเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และแอฟริกา

การจัดทำดัชนีความพร้อมของการเดินทางในเมือง (UMR index) ครั้งที่ 6 แบ่งซอยตัวชี้ชัดออกเป็นประเด็นหลักๆ ได้แก่ วิสัยทัศน์ของผู้บริหารเมืองต้องการให้เมืองไปทางไหน ตัวชี้ด้านการเดินทางและการเคลื่อนที่อย่างยั่งยืน (Sustainable Mobility) มีเรื่องของวางแผนรับมือกับภาวะโลกเดือดด้วยการใช้รถอีวี การติดตั้งเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้คน

ตัวชี้วัดด้านระบบขนส่งสาธารณะ (Public Transit) เน้นให้ชาวเมืองเดินทางไร้รอยต่อ เช่น ขี่จักรยานจากบ้านพักไปถึงสถานีรถไฟ หิ้วจักรยานขึ้นรถ ปั่นไปออฟฟิศถึงออฟฟิศมีที่จอดจักรยาน มีห้องอาบน้ำให้นักปั่น หรือถ้าจะขับรถออกจากคอนโดฯ ไปต่อรถไฟใต้ดินหน้าปากซอย มีบริการที่จอดรถใกล้สถานีขึ้นรถไฟไปทำงานต่อ

อีกตัวชี้วัดคือ การนำเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้กับระบบขนส่งมวลชน (Technology Adoption) รวมไปถึงการเดินทางด้วยจักรยาน จัดระบบเดินทางร่วมหรือคาร์พูล

ผลการศึกษาของปี 2567เมืองที่มีความพร้อมกับการเดินทางในเมืองหรือ UMR 70 เมือง นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา คว้า UMR index เป็นอันดับ 1

กรุงปารีส ฝรั่งเศส อันดับ 2 สิงคโปร์ อันดับ 3 นครมิวนิก เยอรมนี อันดับ 4 เมืองอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ อันดับ 5

กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน อันดับ 6 กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี อันดับ 7 มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา อันดับ 8 นครซูริก สวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 9 กรุงลอนดอน อังกฤษ อันดับ 10

กรุงเฮลซิงกิ ฟินแลนด์ อันดับ 11 กรุงโซล เกาหลีใต้ อันดับ 12 กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก อันดับ 13 นครบอสตัน สหรัฐอเมริกา อันดับ 14 นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา อันดับ 15

ฮ่องกง อันดับ 16 กรุงออสโล นอร์เวย์ อันดับ 17 กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น อันดับ 18 กรุงเวียนนา ออสเตรีย อันดับ 19 กรุงปักกิ่ง จีน อันดับ 20

ส่วนกรุงเทพฯ ของเรา อยู่ในอันดับ 48 กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ได้ UMR index อันดับ 46

เหตุผลที่นครซานฟรานซิสโกได้ UMR index อันดับ 1 เป็นเพราะผู้บริหารเมืองนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์กับระบบขนส่งมวลชนเพื่อให้ชาวเมืองใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวดเร็วสุด และปลอดภัยที่สุด มีโครงการติดตั้งเครื่องชาร์จแบตเตอรี่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รถอีวีเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ผู้บริหารเมืองจัดงบประมาณ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,300 ล้านบาท ปรับปรุงบ้านเรือนที่พักอาศัยรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ใกล้พื้นที่ขนส่งสาธารณะ จัดทุนสนับสนุนการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีด้านการขนส่งมวลชน และระบบการจราจร

นครซานฟรานซิสโกยังเป็นแห่งแรกๆ ของโลกที่มีบริการโรโบแท็กซี่หรือแท็กซี่ไร้คนขับ (robo-taxi) เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติขนส่งผู้โดยสารไม่มีคนขับนั่งหลังพวงมาลัย ผู้ใช้บริการโรโบแท็กซี่เรียกผ่านแอพพลิเคชั่นตลอด 24 ชั่วโมง

เวย์โม (Way Mo) ของบริษัท อัลฟาเบต เครือบริษัทกูเกิล ได้รับอนุญาตให้บริการโรโบแท็กซี่ในนครซานฟรานซิสโก เวย์โมใช้รถจากัวร์ ไอ-เพซ เป็นรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและติดตั้งอุปกรณ์เอไอเป็นระบบเตือนภัยชื่อ เซฟ เอ็กซิต มีเซ็นเซอร์สามารถเห็นรถและวัตถุโดยรอบ 360 องศา มีกล้องความละเอียดสูงสอดส่องเชื่อมโยงกับระบบไฟจราจร

โรโบแท็กซี่ดูแลความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร ผู้สัญจรทั้งรถยนต์ที่สวนไปมา คนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน

นอกจากโรโบแท็กซี่ช่วยลดมลพิษทางอากาศแล้ว ผู้บริหารนครซานฟรานซิสโกยังพัฒนาพื้นที่บริการขนส่งสาธารณะบริเวณเบย์เอเรีย ริมอ่าวซานฟรานฯ ให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวก สร้างเลนจักรยานเพิ่มขึ้นเพื่อชิงความเป็นผู้นำด้านการเดินทางขนส่งอย่างยั่งยืน

เมื่อจำแนกตัวชี้วัดการประเมินผลของนครซานฟรานซิสโก UMR index มาอันดับ 1 ในด้านการเดินทางเคลื่อนที่อย่างยั่งยืน อยู่ที่อันดับ 18 ระบบขนส่งสาธารณะ อันดับ 24 และการใช้เทคโนโลยี ได้อันดับ 1

กรุงปารีส ฝรั่งเศส คว้า UMR index อันดับ 2 ด้วยเพราะผู้บริหารมุ่งมั่นสร้างให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีระบบขนส่งมวลชนที่ดี การจัดงบประมาณระหว่างปี 2563-2569 เพื่อปรับปรุงทางเดินและทางจักรยานเพิ่มขึ้น 180 ก.ม. ใช้งบฯ มากถึง 270 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบๆ 9 พันล้านบาท

ระบบขนส่งมวลชนในกรุงปารีสได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมคว้าคะแนนด้านการขนส่งสาธารณะเป็นอันดับ 5 มีโครงการสร้างสถานีรถไฟใหม่ๆ 68 สถานี และรางเพิ่มขึ้น 200 ก.ม. ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างเมืองเป็นไปอย่างสะดวกมากขึ้น

สถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงปารีสมุ่งมั่นวิจัยพัฒนาการขนส่งมวลชนอัจฉริยะ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนต์อัตโนมัติ

เลนจักรยานของสิงคโปร์ ได้รับการเคลือบสารกันลื่นและทาสีแดงเหลืองให้นักปั่นและคนเดินเท้าเห็นชัดเจน (ที่มาภาพ : เว็บไซต์กระทรวงการขนส่งสิงคโปร์)

อันดับ 3 สิงคโปร์ จากผลรวม UMR index แต่คะแนนด้านการขนส่งสาธารณะ (Public Transit) คว้าอันดับ 1 และการนำเทคโนโลยีมาใช้กับเมืองเพื่อให้มีการเคลื่อนที่เดินทางคล่องตัวนั้น ได้อันดับ 6 เทียบกับ 70 เมืองทั่วโลก ส่วนคะแนนด้านการเคลื่อนที่เดินทางอย่างยั่งยืน (Sustainable Mobility) อยู่อันดับที่ 22

สิงคโปร์มีระบบขนส่งมวลชนทันสมัยเป็นผู้นำด้านระบบอัตโนมัติมาตั้งแต่ปี 2546 ปัจจุบันมี 6 สาย ครอบคลุม 246.6 ก.ม. มี 160 สถานีเชื่อมโยงย่านที่อยู่อาศัย ศูนย์กลางการค้า และแหล่งท่องเที่ยว พร้อมด้วยเครือข่ายรถบัสโดยสาร

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สิงคโปร์นำรถบัสอัตโนโนมัติไร้คนขับขนาด 8 ที่นั่งบริการบนเกาะเซ็นโตซา เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รัฐบาลสิงคโปร์ตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2073 ชาวสิงคโปร์ 80% จะเข้าถึงสถานีต่างๆ ภายใน 10 นาที และในปีเดียวกัน โครงข่ายรถไฟฟ้าสิงคโปร์จะมีระยะทางรวม 360 กิโลเมตร

ส่วนวิธีการลดความแออัดด้านการจราจร สิงคโปร์กำหนดการซื้อใบอนุญาตรถยนต์แพงขึ้นซึ่งต้องใช้วิธีการประมูล ค่าใบอนุญาตเมื่อปีที่แล้ว ประมูลแพงมากใบละ 1 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 2.5 ล้านบาท

รัฐบาลสิงคโปร์มีความพยายามสร้างเลนจักรยานให้ทั่วเกาะตามโครงการที่เรียกว่า Islandwide Cycling Network Programme (ICN) ภายในปี 2573 จะมีโครงข่ายเลนจักรยาน 1,300 ก.ม. เชื่อมต่อระหว่างบ้านพัก คอนโดฯ กับสถานีรถไฟเอ็มอาร์ที ย่านสรรพสินค้า โรงเรียน

เลนจักรยานของสิงคโปร์เคลือบสารกันลื่นและทาสีแดงเหลืองให้เห็นได้ชัดเพราะสิงคโปร์มีฝนตกชุก

สัปดาห์หน้ามาว่ากันต่อทำไมเมืองชั้นนำใน 20 อันดับของโลก เขาคิดวางแผนให้ชาวเมืองได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีบริการอำนวยความสะดวกในด้านการเดินทางกันอย่างไร และทำไมกรุงเทพมหานครบ้านเราอยู่ในระดับต่ำชั้น เมื่อเทียบกับสิงคโปร์และกรุงกัวลาลัมเปอร์



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
ชีวิตที่มีเซ็กซ์ได้แค่เพียงครั้งเดียว
คุณเลือกได้ว่าจะทุกข์หรือไม่
สนามมวยราชดำเนิน
คันเบ ยอดกุนซือ | คนที่สามารถจะครองแผ่นดินได้ ก็ต้องเป็นผู้ครองแผ่นดิน
อีกซีกหนึ่งของทีซีซี
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 1 โลกเป็นศูนย์กลาง
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)
ประวัติย่อ ‘อุณหพลศาสตร์’ (2) กฎข้อที่ 1 ของอุณหพลศาสตร์
ปลื้มเธอ
ประชาชนเกี่ยวข้าว เดือนอ้าย