ชีวิต ‘ทักษิณ’ ในเรือนจำ ดราม่า 17 ปี พ่อแม่เจอหน้าผ่านกระจก ‘ชินวัตร’ ลุยต่อ กู้ศรัทธา ทวงคืนความยิ่งใหญ่ คุณหญิงพจมานปลุกใจ พท. ‘สู้ๆ นะคะ’
บทความในประเทศ
ชีวิต ‘ทักษิณ’ ในเรือนจำ
ดราม่า 17 ปี พ่อแม่เจอหน้าผ่านกระจก
‘ชินวัตร’ ลุยต่อ กู้ศรัทธา ทวงคืนความยิ่งใหญ่
คุณหญิงพจมานปลุกใจ พท. ‘สู้ๆ นะคะ’
อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้รับพลังใจเต็มเปี่ยมจากคนในครอบครัวชินวัตร หลังสูญเสียอิสรภาพ เหตุศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี คดีชั้น 14 นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา
หลังครบกำหนดกักโรค 5 วัน ทักษิณได้เจอหน้าครอบครัวเป็นครั้งแรก โดยมีลูกสาว อิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ เอม-พินทองทา คุณากรวงศ์ และคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยา คอยให้กำลังใจ
การเยี่ยมครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป ไม่มีคำว่า VVIP ญาติต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของเรือนจำคลองเปรมอย่างเข้มงวด เข้าเยี่ยมด้วยตัวเปล่า พูดคุยผ่านกระจกใส โดยใช้โทรศัพท์สื่อสารพูดคุย
ขณะเดียวกัน ทางเรือนจำให้ทักษิณตัดผมสั้นตามระเบียบ เพราะถือเป็นนักโทษเด็ดขาด โดยอดีตนายกฯ วัย 76 ปี ถูกคุมขังในแดนพยาบาล ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับควบคุมผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว และผู้ป่วยโรคไต
ส่วนเรื่องสภาพจิตใจ พบว่าทักษิณเริ่มทำใจได้แล้ว มีบ่นคิดถึงหลาน ความดันเป็นปกติ มียาประจำตัวกินตลอด นอนหลับได้ดีขึ้นกว่าช่วงแรกๆ ที่เข้ามาอยู่ในเรือนจำ และอ่านหนังสือธรรมะแก้เครียด
หลังเข้าเยี่ยม แพทองธารเผยว่า คุณพ่อมีสุขภาพแข็งแรง และมีกำลังใจดีมาก ขอบคุณเจ้าหน้าที่เรือนจำ ที่ดูแลและอำนวยความสะดวกให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย
คุณพ่อได้ฝากขอบคุณทุกกำลังใจและความห่วงใย โดยครอบครัวชินวัตรก็จะผลัดเปลี่ยนกันมาเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์
“ที่ผ่านมาหลายๆ ปี คุณพ่อคุณแม่ได้เจอกัน ตอนนั้นไม่เจอกันมา 17 ปี รอบนี้ก็มาเจอผ่านกระจก ชีวิตครอบครัวเราก็มีหลายรสชาติ ก็ให้กำลังใจกันไปในทุกๆ เรื่อง”
“คุณพ่ออายุ 76 ปีแล้ว มีประสบการณ์เยอะ ก็คงมีประสบการณ์ที่สามารถแชร์ได้ อาจจะไม่ใช่เรื่องของภาษาอย่างเดียว แต่รวมถึงมุมมองต่างๆ เพราะคุณพ่ออาจจะชอบเป็นอาจารย์ ชอบอ่านหนังสือ” แพทองธารกล่าว และย้ำว่า เรื่องกฎหมายทั้งหมดจะให้ทนายความเป็นคนตอบคำถาม
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่าใจสะเทือน ที่เห็นภาพคุณหญิงพจมานและลูกๆ เข้าเยี่ยมทักษิณ พร้อมอวยพรให้ครอบครัวชินวัตรผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากด้วยความเข้มแข็ง
“เรื่องราวในการต่อสู้ ความอยุติธรรมที่ต้องแบกรับและกัดฟันผ่านมา ใครไม่เจอกับตัวคงไม่รู้ ผมว่าใจผมนิ่งพอสมควรกับเรื่องคุกตะราง แต่ยอมรับว่าเห็นภาพคุณหญิงกับลูกๆ แล้วใจสะเทือน”
“เวลาเข้าเยี่ยมมีจำกัด พ่อ แม่ ลูกคงได้คุยกันไม่มาก แต่สิ่งที่อยู่ในใจคงสื่อถึงใจกันและกันท่วมท้น ส่งกำลังใจให้ท่านนายกฯ ทักษิณ คุณหญิง และลูกๆ ทุกคน”
“ท่านสู้ผลักดันนโยบาย ทำงานช่วยคนยากคนจนมามาก ถึงวันนี้ขอให้ท่านและครอบครัวสู้ต่อ สู้ให้สุดใจ สู้ให้สมศักดิ์ศรี ผ่านวันเวลาแบบนี้ไปด้วยความเข้มแข็ง” อดีตแกนนำ นปช.ระบุ
ตามมาด้วยกระแสตีกลับ คำพูดของแพทองธารและณัฐวุฒิ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดย 2 นักวิชาการชื่อดังอย่าง นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และ รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ออกมาซัดแรงถึงครอบครัวชินวัตรที่ใช้ประโยชน์จากการติดคุก มาเรียกร้องขอความเห็นใจจนเกินไป
รวมทั้งการใช้คำพูดที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะครอบครัวชินวัตรรวยล้นฟ้า มีเครื่องบินส่วนตัว แต่แพทองธารกลับบอกว่า พ่อกับแม่ต้องมาเจอหน้ากันผ่านกระจกในเรือนจำ แล้วทำไมในช่วง 17 ปีถึงไม่เคยพบกัน?
และหลังทักษิณติดคุก กลับบ่นคิดถึงหลาน ทั้งๆ ที่ตอนกลับไทยบอกว่าจะกลับมาเลี้ยงหลาน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เลี้ยงจริงๆ แล้วตอนนี้จะมาบ่นคิดถึงหลาน เพื่ออะไร?
อย่างไรก็ดี แม้เจอกระแสดราม่าเชิงลบ แต่ก็ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยได้คะแนนความสงสารไปเต็มๆ สะท้อนให้เห็นจากผลเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เชียงราย เขต 7 แทนนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อดีตรองประธานสภาคนที่ 1 ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
ปรากฏว่า นายสง่า พรมเมือง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย เอาชนะ นายสุทัศน์ ยาละ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน สีแดงตอกย้ำความสำเร็จเหนือสีส้มได้อีกครั้ง โดยมีผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทยเป็นแรงสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย มองว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาสะท้อนได้ว่าโพลไม่ถูกต้อง ที่บอกว่าพรรคประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยเป็นอันดับสอง การทำโพลไม่ควรชี้นำ และเชื่อว่าคะแนนแฟนคลับพรรคเพื่อไทยไม่ได้หายไปไหน สมาชิกพรรคยังคงศรัทธาสีแดงไม่เสื่อมคลาย
“เราไม่ได้กังวลใจเรื่องขาขึ้นขาลง การปรับปรุงพรรคเพื่อไทยก่อนการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราจะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายในทิศทางที่สมาชิกพรรคยังศรัทธาอยู่”
“แต่ก็ต้องปรับปรุงที่จะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ เป็นพรรคที่ได้รับการยอมรับ และสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยได้มากขึ้น” นายภูมิธรรมกล่าว และยอมรับว่ามีคนที่รักทักษิณ และเห็นอกเห็นใจพรรคเพื่อไทย
การที่ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยถูกตัดสินจำคุก น่าจะเป็นเรื่องความเห็นใจ และความเห็นใจตรงนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างไรต้องติดตาม
“แต่ท่านทักษิณเป็นนายกฯ ที่ดีที่สุด เคยทำสิ่งต่างๆ ให้กับสังคมไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่จดจำและใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน”
สอดรับกับสัญญาณสั่งลุยของคุณหญิงพจมาน ปลุกใจ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ด้วยคำพูดสั้นๆ แต่ความหมายทรงพลัง “สู้ๆ นะคะ”
ซึ่งเป็นประหนึ่งการประกาศทวงคืนความยิ่งใหญ่ และตอกย้ำว่าตระกูลชินวัตรไม่ยอมแพ้ พร้อมสู้ต่อเต็มที่ทุกสนามการเมือง เพื่อเป้าหมายกลับมาเป็นรัฐบาล เดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดูแลปากท้องพี่น้องคนไทยให้ลืมตาอ้าปากได้
ขณะที่แนวทางการต่อสู้คดีชั้น 14 ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพวกพ้อง ไปร้องเอาผิดทักษิณเพิ่มเติม ในฐานะเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของทักษิณ ยืนยันว่าในฐานะทนายความจะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของลูกความที่เป็นผู้ต้องขังในฐานะนักโทษเด็ดขาด อะไรที่ทำได้ก็จะใช้สิทธิ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในภายใต้กฎระเบียบ พร้อมต่อสู้ทุกข้อกล่าวหา
“คุณทักษิณไม่ได้เรียกร้องอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเป็นเพียงการจำขังในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่สามารถเรียกร้องอะไรที่ยังมาไม่ถึง”
“แต่ในอนาคตหากมีกฎเกณฑ์หรือระเบียบใด ที่ก่อให้เกิดสิทธิประโยชน์ของผู้ต้องขังก็จะตรวจสอบว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่”
“คนที่ถูกควบคุมอิสรภาพ ไม่มีใครไม่อยากได้อิสรภาพ ซึ่งไม่ใช่แค่คุณทักษิณ แต่ทุกคนที่ถูกคุมขังก็คงอยากได้อิสรภาพและเสรีภาพอยู่แล้ว ส่วนคุณทักษิณจะได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายว่าจะได้สิทธิแค่ไหนอย่างไร”
ส่วนกระแสข่าวเรื่องการโมฆะพระราชทานอภัยโทษจำคุก 1 ปี เพราะทักษิณไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบ นายวิญญัติไม่ออกความคิดเห็น แต่ขอให้ระวัง
เพราะทั้งหมดคือพระราชอำนาจ มองว่าอาจเกิดเป็นการล้างแค้นหรือล่าแม่มดหรือไม่ ตนมีหน้าที่ชี้แจงและคุณทักษิณก็ปฏิบัติตามระเบียบ กลับมารับโทษตามคำพิพากษา
ขณะที่มุมมองของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคประชาชน ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง
วิโรจน์เชื่อว่าวิบากกรรมที่ สทร.กำลังเผชิญอยู่ เป็นเพราะทักษิณทิ้งมวลชน แล้วไปฝักใฝ่กับกลุ่มศักดินาหลังม่าน พยายามไปทำดีล จนลืมไปว่าคนที่ควรจะทำดีลด้วยมากที่สุดคือประชาชน
“ผมไม่เชื่อว่าคุณทักษิณจะลดบทบาทลงมา เพราะคุณทักษิณจะไม่ยอมให้ตัวเองมีจุดจบแบบนี้แน่ๆ แต่ผมก็หวังว่าคุณทักษิณจะกลับมาทำงานใส่ใจกับประชาชน”
“ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณทักษิณจะคิดได้ว่า การที่คุณไปดีล ไปทำสัญญาปีศาจ สุดท้ายปีศาจตนนั้น กลุ่มศักดินาหลังม่าน มือที่มองไม่เห็น เขาก็แค่หลอกใช้คุณ”
“บังคับให้คุณทำตัวเป็นปรปักษ์หักหลังมวลชน ที่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก เป็นเพื่อนร่วมรบ ฟันฝ่าความเป็นความตายกับคุณมาโดยตลอด” ส.ส.วิโรจน์ฉายภาพวิบากกรรมของอดีตนายกฯ ทักษิณ ได้อย่างน่าสนใจ
