บทความพิเศษ | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
เราจะทำอะไรได้บ้าง
ท่ามกลางสงครามข่าวปลอม (2)
ต่อกันเลยกับ ภาค 2 ผมเคยเกริ่นไว้แล้วว่าจะมีโอกาสมาไต้หวันอีกครั้งเพื่อพบกับอดีตรัฐมนตรีดิจิทัลของไต้หวัน คุณ Audrey Tang1
ครั้งแรกที่ผมได้พบกับคุณ Audrey คือในเวทีเสวนาหนึ่ง เราขึ้นเวทีพร้อมกัน ตอนนั้นผมได้ฟังเพียงแวบเดียวถึงแนวคิดของเธอที่น่าประทับใจ
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เมื่อตัวหนังสือในหนังสือของผม The Almost Prime Minister ได้แปลงร่างเป็นภาษาจีนกลาง ผมจึงไม่พลาดที่จะนัดพูดคุยกับ Audrey อย่างยาวนาน ในบทบาทของรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลของไต้หวัน ผู้ซึ่งยืนหยัดต่อสู้กับ fake news, disinformation, misinformation และการแทรกแซงจากภายนอก
ความตั้งใจของผมคือการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงกลยุทธ์ที่นำไปสู่ความสำเร็จของไต้หวันที่กลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างระดับโลกแห่งความมั่นคงประชาธิปไตยในยุคดิจิทัล

ไต้หวันในปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางดิจิทัลอย่างชัดเจน
จากรายงานของกระทรวงดิจิทัล (Ministry of Digital Affairs) พบว่าในปี 2023 ไต้หวันได้รับการจัดอันดับที่ 9 จากทั่วโลกในด้านความสามารถแข่งขันดิจิทัล (Global Digital Competitiveness Index) โดยมีบริการข้อมูลเปิด (Open Data) กว่า 55,000 ชุดข้อมูลที่ถูกนำไปใช้พัฒนานวัตกรรมเพื่อประชาชน
นอกจากนี้ ระบบแพลตฟอร์ม MyData ได้เชื่อมโยงหน่วยงานกว่า 83 แห่งให้บริการข้อมูลส่วนบุคคลกว่า 136 รายการอย่างโปร่งใสและปลอดภัย
ปัจจุบัน เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยลดขั้นตอนการเข้าถึงบริการของรัฐบาลลงอย่างมาก ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกและไว้วางใจในผู้บริหารข้อมูลมากขึ้น
Audrey Tang ต่อสู้กับข่าวปลอมและปฏิบัติการข้อมูลในไต้หวันด้วยวิธีการหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับทั้งสังคมและรัฐบาล โดยใช้ humor over rumor, radical transparency และกรอบกฎหมายควบคู่กัน :
humor over rumor : เมื่อพบข่าวลือหรือข้อมูลผิด ทีมของ Audrey จะจัดสร้างมีมหรือมุขตลกที่ชวนยิ้ม พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็วและชัดเจน การมีส่วนร่วมในรูปแบบนี้ช่วยให้ข้อมูลจริงได้รับความสนใจมากกว่าความเท็จในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต เช่น โควิด-19 และการเลือกตั้ง การใช้ความตลกเป็นเครื่องมือทำให้ประชาชนไม่รู้สึกถูกบังคับหรือถูกเซ็นเซอร์ แต่กลับเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมข้อมูลที่ถูกต้อง
2-2-2 Principle : การตอบสนองอย่างเป็นทางการต้องเกิดขึ้นภายใน 2 ชั่วโมง ใช้ข้อความไม่เกิน 200 คำ และประกอบด้วยรูปภาพ 2 รูปซึ่งมักเป็นมีมหรือรูปตลก เพื่อแก้ไขข้อมูลผิดพลาดอย่างรวดเร็วและกระตุ้นให้สาธารณชนสนใจความจริง
แนวทางนี้ทำให้การแก้ไขข่าวปลอมเป็นเรื่องที่รวดเร็ว กระชับ และน่าจดจำ ช่วยเพิ่มการรับรู้และแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องได้ดี
radical transparency : แทนที่จะเซ็นเซอร์ ไต้หวันปฏิบัติตามนโยบายความโปร่งใสระดับสูง โดยเปิดเผยการชี้แจงภายใน 60 นาทีหลังพบข่าวปลอมและเผยแพร่การทำงานของรัฐบาลอย่างเปิดเผย สร้างความไว้วางใจในสาธารณะและกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อมูลและสื่อสารกับรัฐบาลอย่างเปิดเผย
ABC Framework : เพื่อควบคุมข้อมูลอย่างยุติธรรม ไต้หวันแยกองค์ประกอบสำคัญ คือ ตัวบุคคล (A), พฤติกรรม (B) และเนื้อหา (C) โดยเนื้อหาถูกจัดการด้วยความโปร่งใส ไม่ถูกเซ็นเซอร์
ขณะที่ตัวบุคคลและพฤติกรรมที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จและก่อความเสียหายถูกนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด สร้างสมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงออกและความปลอดภัยของข้อมูล
Whole-of-Society and Government : การทำงานร่วมกันอย่างกว้างขวางในทุกภาคส่วน ตั้งแต่หน่วยงานรัฐบาล ภาคประชาสังคม นักแสดงตลก ไปจนถึงประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านข้อมูลบิดเบือนตามแนวหลัก “เร็ว, ยุติธรรม, สนุก”
ซึ่งหมายถึงการตอบสนองรวดเร็ว มาตรการบนแพลตฟอร์มที่เข้มแข็ง และการใช้ความตลกเพื่อดึงดูดและมีส่วนร่วมของประชาชน

ข้อมูลล่าสุดจาก World Bank และ IMD ชี้ว่าโครงการรัฐบาลดิจิทัลของไต้หวันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบริการสาธารณะ ลดเวลารอคอย และเพิ่มความพึงพอใจของประชาชนในระบบบริการถึง 75.3%
นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงไซเบอร์สามารถป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ได้กว่า 1.3 พันล้านครั้งต่อเดือน
ยืนยันว่าไต้หวันไม่ได้แค่เปิดพื้นที่สำหรับข้อมูลที่โปร่งใส แต่ยังปกป้องความมั่นคงของข้อมูลและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
องค์ประกอบทั้งหมดนี้ไม่เพียงแค่สร้างยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องและไม่มีข้อขัดแย้งเท่านั้น แต่ยังหลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์ที่อาจบ่อนทำลายเสรีภาพ แต่เป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคม ป้องกันไม่ให้ข้อมูลเท็จเข้ามาแพร่กระจายอย่างไร้ขอบเขต ทำให้ไต้หวันกลายเป็นตัวอย่างการบริหารจัดการสังคมประชาธิปไตยในยุคดิจิทัลที่น่าจับตามอง
สำหรับโลกที่เผชิญหน้ากับความท้าทายของข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน การต่อสู้กับข้อมูลเท็จอย่างรวดเร็ว ชัดเจน และสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรักษาคุณค่าและความสมบูรณ์ของประชาธิปไตย
1 ที่มา : สัมภาษณ์กับคุณ Audrey Tang โดยตรง
