bg-single

ภัยคุกคาม ‘พรรคการเมือง’

29.09.2025

เหยี่ยวถลาลม

ภัยคุกคาม

‘พรรคการเมือง’

หลังจาก “เหมา เจ๋อตุง” เสียชีวิตในปี 1976 สาธารณรัฐประชาชนจีนยังคงเต็มไปด้วยบาดแผลจากความขัดแย้ง แตกแยก ประชาชนอดอยาก เศรษฐกิจล้าหลัง “เติ้ง เสี่ยวผิง” ผู้นำจีนรุ่นที่ 2 ผงาดขึ้นมาด้วยกำลังความคิดและศรัทธา กล้าฉีกกฎ เปลี่ยนทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจนำพาประเทศฝ่ามรสุมทางอุดมการณ์ที่สับสน อลหม่านและมึนงง จนกระทั่งจีนพลิกโฉมไปอย่างสิ้นเชิงภายใน 3 ทศวรรษ

วันก่อนได้อ่านบันทึกคำกล่าวของเติ้ง เสี่ยวผิง จากการสนทนาที่อู่ชาง เซิ่นเจิ้น จูไห่ และที่เซี่ยงไฮ้ ระหว่างวันที่ 18 มกราคม ถึง 21 กุมภาพันธ์ ปี 1992 (2535) มีอยู่ตอนหนึ่ง “เติ้ง” พูดเอาไว้น่าสนใจสำหรับ “คนแก่” ว่า

“คนแก่ต้องถอนตัวออกไปอย่างมีสำนึก อาจจะให้ความช่วยเหลืออยู่ข้างๆ บ้าง แต่ก็อย่าไปทำอะไรที่กีดขวางการทำงานของคนอื่น …คนแก่มีข้อดี แต่ก็มีข้อเสียมากมายเช่นกัน คนแก่มักจะดื้อรั้น ด้วยเหตุนี้คนแก่จึงควรจะมีสำนึก ยิ่งแก่ก็ยิ่งไม่ควรกระทำผิดครั้งสุดท้าย”

นับเป็นคำกล่าวที่ให้สติสำหรับ “คนแก่” ที่ยังคงมีลมหายใจยืนยาวในยุคที่ถูกเรียกว่า “สังคมผู้สูงวัย” ซึ่งมีคนอายุ 65 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด

แต่ธรรมชาติของคนแก่มักติดยึดในความคิดความเชื่อและประสบการณ์ คนแก่มักไม่คุ้นชินที่จะยอมรับสิ่งใหม่หรือ “การเปลี่ยนแปลง” และบางทีถ้าหากขัดผลประโยชน์ พวกเครือข่ายคนแก่อาจถึงขั้นมีปฏิกิริยาต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

ยกตัวอย่างการเมืองไทย หลังการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไปเมื่อ 14 พฤษภาคม 2566 แทนที่การเมืองไทยจะเปลี่ยนโฉมไปจากเดิม เนื่องจาก “พรรคก้าวไกล” ของคนรุ่นใหม่ ได้ ส.ส. 151 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคการเมืองชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 และพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคอันดับ 2 ได้ ส.ส. 141 คน ประกาศพันธสัญญาสนับสนุนให้พรรคก้าวไกล เป็นแกนนำรัฐบาล และ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่ราวกับมีการเขียนบทละครเอาไว้ล่วงหน้า

“ผู้สูงวัยทางการเมือง”ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.สมคบคิดกันสกัดกั้นพรรคก้าวไกลไม่ให้บริหารประเทศ

“เพื่อไทย” ซึ่งเคยเป็นที่รังเกียจของ ส.ว.สายรัฐประหาร ได้รับอนุญาตให้จับมือ “พรรคภูมิใจไทย” ซึ่งได้ ส.ส. 71 คน ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ส่ง “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตพรรคเพื่อไทยขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

เหมือนเข็มนาฬิกาที่หมุนวนซ้ำไปมาในวงเดิม!

“ก้าวไกล” ถูกยุบพรรคด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่อารยธรรมต้องตะลึง

ส่วน “พิธา”ถูกศาลรัฐธรรมนูญสอย ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ในขณะที่มีอายุ 43 ปี

หมายความว่า ถ้า “พิธา” จะกลับมาอีกทีก็ต้องรอให้อายุ 53 ปี

“วิปริต” ทั้งหลายเกิดจาก”ต้นไม้พิษ” ในระบอบประชาธิปไตยที่กระท่อนกระแท่นของไทยซึ่งถูกออกแบบด้วยมือของ “ผู้สูงวัย” ในเครือข่ายนักรัฐประหาร

การเมืองไทยเป็นอยู่อย่างนี้มาต่อเนื่อง 2 ทศวรรษ

พรรคการเมือง สถาบันสำคัญในระบอบการปกครองประชาธิปไตย เกิด-ตาย -เกิด-ตาย ง่ายนิดเดียว “เสียงประชาชน” ถูกเขี่ยออกไปให้อยู่วงนอกหน้าตาเฉย

ถ้ามองย้อนกลับไป

ตั้งแต่เลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 และเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566 “เสียง” ที่สะท้อนผ่านการเลือกตั้งชี้ชัดว่า ประชาชนเสียงข้างมากต้องการ “พรรคการเมืองที่มีคุณภาพ” สุจริต เปิดเผย โปร่งใส

พรรคอนาคตใหม่ เกิดปี 2561 ลงสนามเลือกตั้งทั่วไปปี 2562 กลายเป็นพรรคชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 3 (81 ที่นั่ง) ตามหลังพรรคพลังประชารัฐ (116 ที่นั่ง) สายรัฐประหาร กับ พรรคเพื่อไทย (136 ที่นั่ง) ชนิดหายใจรดต้นคอ

ทันใดนั้น

“พรรคอนาคตใหม่” ถูกยุบ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ถูกสกัดตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปี

“อนาคตใหม่” แปลงโฉมเป็น “ก้าวไกล”!

สู้ใหม่เลือกตั้งทั่วไป 2566 “ก้าวไกล” ชนะเลือกตั้ง ผงาดขึ้นเป็นพรรคอันดับ 1 (151 ที่นั่ง) เพื่อไทย เป็นที่ 2 (141 ที่นั่ง) ภูมิใจไทย ที่ 3 (71 ที่นั่ง) พลังประชารัฐ ที่ 4 (40 ที่นั่ง) รวมไทยสร้างชาติ ที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นที่ 5 (36 ที่นั่ง)

ละครฉากเก่า!

ในทันที ยุบพรรคก้าวไกล

ตัดสิทธิ์การเมือง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”

ยากจะเข้าใจ แต่ด้วยข้อมูลข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของเครือข่าย “คนแก่” ในวงการเมืองและชนชั้นสูงไทยย่อมเข้าใจได้ไม่ยาก

พรรคการเมืองในประเทศไทยตั้งแต่อดีตมา มีหลายสายพันธุ์ มีพรรคทหารที่กระสันอำนาจการเมือง แต่ไม่ได้รับความนิยม ไม่มีใครตั้งธงทำลาย เกิดเอง เหี่ยวเอง ตายเอง

มีพรรคเฉพาะกิจเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปตามเงื่อนไขเฉพาะกาล

มีพรรคภูมิภาค พรรคท้องถิ่น พรรคสืบทอดตระกูล ไม่เคยคิดจะวาดฝันสร้างสรรค์นโยบายอะไรให้ประเทศได้เจริญรุ่งเรืองและมั่นคง แต่พรรคที่เหมือนเห็บพวกนี้ก็อยู่ดีกินดีตราบเท่าที่ประเทศนี้ยังคงมี “รัฐประหาร”

ในระบอบประชาธิปไตย ประเทศไทยควรจะมีพรรคการเมืองที่มุ่งมั่นจริงจังทำงานการเมืองที่แตกต่างและสร้างสรรค์

พรรคการเมืองเกิดจากประชาชน เป็นของประชาชน ไม่ควรถูกทำลายด้วยอำนาจอื่นใด ถ้าจะเฉา จะตายไปก็ด้วยความนิยมของประชาชน

การที่คนแก่ทางการเมืองผู้หลงผิดคิดควบคุมเกมการเมือง และทำลายพรรคการเมืองด้วยวิถีทางที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยนั้น นับว่าเป็น “ภัย” ในระยะยาวต่อประเทศ

ไม่ง่ายเลยจริงๆ ที่ “คนแก่จะถอนตัวออกไปอย่างมีสำนึก”!?!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ลาบหมูสับคั่วกรอบ
คอหนังห้ามพลาด! เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันแห่งประเทศไทย 2026 ระหว่างวันที่ 22-26 กรกฎาคม 2569
เผยโฉมผู้คิดค้น QR Code ‘สแกนจ่าย’
พฤษภาเลือด คนอำนาจเจริญ บุรีรัมย์ พลีชีพ ภายใต้ พายุ ขัดแย้ง การเมือง
กระแสชาตินิยมสุดโต่ง! บทวิพากษ์ฝ่ายขวาจัดไทย
แบบไหน ถึงจะเป็น ‘AI ที่จริงใจ’
E-DUANG | ท่าทีที่ต่าง ต่อ รัฐธรรมนูญ ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย
“รมช.พลพีร์“ สวนแรง อย่าเก่งแต่ค้านแบบสร้างภาพ ขอหลักฐานด้วย จะได้เด็ดหัวถูก ซัดอมข้อมูลไว้กับตัว ไม่ได้ช่วยคนภูเก็ต หลังสส.ส้ม ปูด ภูเก็ต ยังมีรีดส่วยประชาชน
ลิซ่า จี้ ความชัดเจนกรณีโยกย้ายข้าราชการและการขยับฐานอำนาจ “ระบอบสีน้ำเงิน”
“อนุชา-อภิสิทธิ์” บุกซันพลาซ่า ฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้า ขอคะแนนชาวออฟฟิศคึกคัก ตอกย้ำ “แก้โกง-กู้เศรษฐกิจยั่งยืน”
ทีมแพทย์วัดคีรีวงก์ จ.ชุมพร เปิดให้คำแนะนำ-รักษาโรค ด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยที่สืบทอดมากว่า 100 ปี โอกาสหายากของคนกรุงเทพฯ 
ย่านเมืองเก่า