bg-single

คนมองหนัง : “ดึกดำบรรพ์ #201” การกลับมาอีกครั้งของ “ชรัส-ปั่น-พนเทพ”

05.03.2018

ผ่านไปแล้วกับคอนเสิร์ต “ไดนาสตี้ ไทล์ท้อป พรีเซ้นท์ส ดึกดำบรรพ์ #201 ปั่น แต๋ม ตุ่น คอนเสิร์ต” เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี ซึ่งมีบีอีซีเทโรเป็นผู้จัด

นี่ถือเป็นคอนเสิร์ตใหญ่หนที่สองของ “ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์” ซูเปอร์กรุ๊ป อันเกิดจากการรวมตัวกันของสองนักร้องและหนึ่งโปรดิวเซอร์ อย่าง “ชรัส เฟื่องอารมย์” “ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว” และ “พนเทพ สุวรรณะบุณย์” ซึ่งปีนี้ต่างมีอายุย่างเข้า 67 ปี (นำมาสู่ตัวเลข 201 ในชื่อคอนเสิร์ต)

โชว์เริ่มต้นตรงเวลา 19.00 น. ที่ระบุไว้ในบัตรเข้าชมแบบเป๊ะๆ (ผิดจริตคอนเสิร์ตไทยทั่วไป) พร้อมคนดูราวสามพันคน แม้ไม่เต็มแต่ก็แน่นฮอลล์

น่าสนใจว่าคนดูคอนเสิร์ตดึกดำบรรพ์ส่วนใหญ่นั้นนั่งชมการแสดงสดอย่างมีสมาธิ มีอารมณ์ร่วม และเหนียวแน่นตลอดสามชั่วโมง ไม่ใช่เดินเข้าๆ ออกๆ เหมือนบางคอนเสิร์ต

เชื่อว่าทุกคนคงมีความสุขกับ 30 บทเพลง ที่น้าๆ และทีมนักดนตรีสนับสนุน ร่วมขับร้อง-บรรเลงบนเวทีในวันนั้น

คอนเสิร์ตออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเพลงฮิต 9 เพลงรวด โดยน้าแต๋ม น้าปั่น และน้าตุ่น ต่างสลับบทบาทกันขึ้นมาร้องนำ

ดูเหมือนโชว์ที่กำลังสมูธ ดิ่งลึก และซาบซึ้ง จะสะดุดลงพอสมควรตรงช่วงพิเศษคั่นกลาง ที่ได้ “น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา” มาร่วมพูดคุยกับศิลปินบนเวที

จริงๆ แล้ว การ “ด้นเพลงบลูส์” ที่น้าเน็กร่วมขับร้อง-เล่าข่าวกับดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์ โดยมีเนื้อหาว่าด้วยป้าทุบรถ หวย 30 ล้าน และนาฬิกาข้อมือของผู้มีอำนาจนั้นน่าสนใจไม่น้อย

แต่มุขตลกอื่นๆ ของเขาก็กินเวลาคอนเสิร์ตเยอะไปนิด (แม้จะเรียกเสียงหัวเราะได้บ้าง)

อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังของโชว์ นับแต่เพลง “ปาฏิหาริย์” เป็นต้นไป ยังสามารถนำพาผู้ชม/ผู้ฟังย้อนกลับไปสัมผัสอารมณ์โรแมนติกอันตรึงตราได้อีกรอบ

พูดถึงแขกรับเชิญ นอกจากน้าเน็กแล้ว ยังมี “วิยะดา โกมารกุล ณ นคร” และ “บิลลี่ โอแกน” มาร่วมร้องเพลง “ผีเสื้อ” ทว่ามิได้สร้างภาพจำใดๆ มากนัก

ที่น่าประทับใจกว่าคือ การปรากฏกายของ “ติ๊ก ชิโร่” พร้อมเพลงเอกในยุคหลังของเขาอย่าง “รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” ก่อนที่เจ้าตัวจะร่วมแจมกับน้าๆ ต่ออีกเพลงใน “รักเธอมากกว่าใคร”

เสียงสูงของติ๊กยังทรงพลังและยอดเยี่ยมเสมอ เช่นเดียวกับลูกเล่นเพี้ยนๆ และอารมณ์ขันอันแพรวพราวของเขา ตั้งแต่การเอาการ์ดอะไรสักอย่างมาใช้แทนปิ๊กกีตาร์ การไม่ตัดป้ายยี่ห้อออกจากเสื้อผ้า-รองเท้า และการเล่นกับผู้ชมด้วยเครื่องเป่าเขาสัตว์แปลกหู-แปลกตา

อีกจุดที่น่าชื่นชมคือ ช่วงเวลาที่อุทิศให้สปอนเซอร์หลักของคอนเสิร์ต อันได้แก่บริษัทผลิต-จำหน่ายกระเบื้อง ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่าง “ไดนาสตี้ ไทล์ท้อป” นั้น ไม่แปลกแยกจากภาพรวมของการแสดงมากนัก

หลังสิ้นสุด 9 เพลงแรก วงดึกดำบรรพ์แวะไปยังพื้นที่ด้านซ้ายสุดของเวที ซึ่งจัดสร้างเป็นฉากพิเศษ ปูด้วยกระเบื้องไดนาสตี้ฯ ทั้งหมด เพื่อสนทนากับน้าเน็ก และร่วมเล่นโฟล์กซองรำลึกความหลังสมัยยังเป็นเด็กหนุ่ม

พวกเขาใช้เวลากับ “พื้นที่พิเศษ” เกือบครึ่งชั่วโมง รวมถึงเปิดโอกาสให้โฆษกประจำวงอย่างชรัสบรรยายเชิงทีเล่นทีจริงว่า “ผลิตภัณฑ์กระเบื้อง” ยี่ห้อนี้ มีความสัมพันธ์ข้องเกี่ยวกับ “ผู้ชมกลุ่มเป้าหมายหลัก” (คนชั้นกลาง วัยกลางคน-วัยชรา ที่มีบ้านเป็นของตนเอง) ของคอนเสิร์ตอย่างไรบ้าง?

เว้นช่องว่างอีกพักใหญ่ ศิลปินทั้งสามรายก็ถือโอกาสร้องบรรเลงเพลงพิเศษ “Together, We Go” ซึ่งพนเทพแต่งให้บริษัทไดนาสตี้ ไทล์ท้อป ใช้เป็นบทเพลงประจำองค์กร

ก่อนร้อง พนเทพได้กล่าวบรรยายถึงสายสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนร่วมรุ่นร่วมโรงเรียน (เซนต์คาเบรียล) ของเขากับผู้บริหารบริษัทดังกล่าว ซึ่งนำมาสู่การเข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์หลักของคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้

แม้จะฟังดูเป็นเรื่องสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์ สามารถจัดการสมดุลระหว่างภาพลักษณ์ของผู้สนับสนุนกับความราบรื่นของโชว์ได้เป็นอย่างดี

การประชาสัมพันธ์กระเบื้องของชรัส ทำให้นึกถึง “ตือสนิท เวอร์ชั่นซอฟต์ๆ นุ่มๆ” ส่วนการร้องเพลงประจำบริษัทนั้น หากเกริ่นนำด้วยคำพูดยกย่องสรรเสริญผู้สนับสนุนจนเลิศลอยเกินจริง ก็อาจส่งผลให้ผู้ชมเลี่ยนและเบือนหน้าหนีได้

แต่พอพนเทพพูดถึงความเป็นมิตรสหาย และความไว้วางใจกันระหว่างเพื่อน แรงต้านที่มีโอกาสเกิดจึงกลายสภาพเป็นการยอมรับได้ของบรรดาผู้ชม

คล้ายๆ คอนเสิร์ตใหญ่หนก่อน เมื่อปี 2559 น้าๆ สามคนมีอาการแผ่วปลายให้ได้ยินในช่วงท้าย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรือมิใช่ความผิดพลาดของศิลปินวัยใกล้ 70 ปี

ข้อน่าสังเกตคือ ผมเคยไปยืนดูมินิคอนเสิร์ตของดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์ ตามร้านอาหาร ผับบาร์ และห้างสรรพสินค้า พบว่าพวกน้าๆ ยังสามารถรับมือกับโชว์ขนาด 20 เพลงได้สบายๆ

แต่กับคอนเสิร์ตใหญ่ล่าสุด ด้วยจำนวนเพลงที่มากมายถึง 30 เพลง ด้วยภาระที่ต้องคอยพูดคุย-เอ็นเตอร์เทนผู้ชม ในสเกลงานที่กว้างขวางกว่า

น้าทั้งสามคนย่อมมีอาการแรงตกให้เห็นเป็นธรรมดา

ในอนาคต ขนาดโชว์ที่พึงปรารถนาของดึกดำบรรพ์ฯ อาจเป็นการแสดงสดประมาณ 15-20 เพลง โดยไม่ต้องมีลูกเล่นเพิ่มเติมอะไรมากมาย (แค่ได้ยินเพลงอมตะ จากศิลปินที่ยังไม่หมดไฟ แฟนๆ ก็คงมีความสุขแล้ว)

โดยสรุป “ดึกดำบรรพ์ #201” เป็นคอนเสิร์ตที่สร้างความอิ่มเอมในอารมณ์ได้ตามสมควร แต่ถ้าถามว่านี่เป็นการแสดงสดที่ “เต็มอิ่ม” หรือยัง? ผมรู้สึกว่าโชว์ครั้งนี้ยังมีจุดสะดุด ขาดพร่อง อยู่นิดๆ หน่อยๆ

(จุดพีกสุดของ “พนเทพ-ดึกดำบรรพ์ฯ” ตามทัศนะผม ยังอยู่ที่คอนเสิร์ต “รักนิรันดร์” เมื่อปี 2558 และโชว์ย่อยที่ร้านคอฟฟี่โมเดลกับร้านปาร์คกิ้งทอย)

บางทีคอนเสิร์ตที่สเกลเล็กกว่านี้ มีจำนวนเพลงน้อยกว่านี้ และไม่ต้องพึ่งพาแขกรับเชิญ อาจสามารถช่วยเติมเต็มส่วนที่บกพร่องขาดหายไปได้บ้าง

ผมเชื่อว่าน้าๆ ในวัยใกล้ 7 ทศวรรษ ยังมีศักยภาพและพลังมากพอที่จะทำโชว์แบบนั้นอยู่

เซ็ตลิสต์คอนเสิร์ต “ดึกดำบรรพ์ #201”

อินโทร : รักนิรันดร์ (บรรเลง), รักล้นใจ, ทั้งรู้ก็รัก, ขีดเส้นใต้, เพราะเธอ, เล็กๆ น้อยๆ, ทะเล, ชีวิตไร้สังกัด, โอ้ใจเอ๋ย

(ย้ายไปโซนพิเศษ สนับสนุนโดยกระเบื้องไดนาสตี้ ไทล์ท้อป)

สัมภาษณ์พูดคุยกับดึกดำบรรพ์ บอยแบนด์ โดยน้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

In the Darkness of My Life, ผีเสื้อ (แขกรับเชิญ วิยะดา โกมารกุล ณ นคร และ บิลลี่ โอแกน), หยดน้ำ, บอกรัก, ด้นสดเพลงบลูส์ (น้าเน็กร่วมร้อง-เล่าข่าวกับชรัส มีพนเทพและปั่นเล่นกีตาร์)

(กลับมายังเวทีกลาง)

ปาฏิหาริย์, เพียงแค่ใจเรารักกัน, รักเองช้ำเอง, รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง (แขกรับเชิญ ติ๊ก ชิโร่), รักเธอมากกว่าใคร (แขกรับเชิญ ติ๊ก ชิโร่), Together, We Go (เพลงประจำบริษัทไดนาสตี้ ไทล์ท้อป แต่งโดยพนเทพ), A Tu Corazon (สู่กลางใจเธอ), ส่องกระจก, คนขี้เหงา, ตลอดไป, คนไม่มีวาสนา, เฝ้าคอย, รักนิรันดร์, รักยืนยง, เพราะฉะนั้น, หลับตา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!