bg-single

ความพยายาม 2,184 วัน ความสำเร็จในการเดิมพันของ ‘มาร์ก มาร์เกซ’

04.10.2025

Technical Time-Out | จริงตนาการ

([email protected])

ชื่อของ มาร์ก มาร์เกซ เคยสร้างความฮือฮาให้กับวงการซิ่งทางเรียบของโลกมานับไม่ถ้วน การเป็นนักบิดระดับท็อปมากฝีมือ รอยยิ้มสุดหวาน แต่ความดุดันบนท้องถนนสวนทาง ทำให้มาร์เกซกลายเป็นที่รักและจะบอกว่าเป็นหนึ่งในตำนานของโมโตจีพีก็ไม่ผิดนัก

เหมือนกับว่ายอดนักบิดชาวสเปนจะโรยราและห่างหายจากการเป็นแชมป์โลกมานานถึง 5 ปี แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จากแชมป์โลกสมัยที่ 6 ที่เขาเคยทำได้เมื่อปี 2019 กับทีมฮอนด้า ผ่านการเดินทาง 2,184 วัน มาร์เกซกลับมาคว้าแชมป์โลกได้อีกครั้ง เป็นสมัยที่ 7 ของตัวเอง ต่อจากปี 2013, 2014, 2016, 2017, 2018, 2019

มาร์เกซที่โยกสังกัดไปขับให้ดูคาติ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ในรายการ “โมตุล กรังด์ปรีซ์ ออฟ เจแปน” ที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีคะแนนรวม 541 คะแนน เหนือกว่า อเล็กซ์ มาร์เกซ น้องชายของตัวเองจากทีมเกรซินี่ มากถึง 201 แต้ม และเหลือการแข่งขันอีกแค่ 5 สนามเท่านั้น

ทำให้อเล็กซ์ไม่สามารถไล่ตามพี่ชายได้ทันแล้ว

การกลับสู่ความยิ่งใหญ่ของนักขับวัย 32 ปี ถูกยกให้เป็นหนึ่งในการคัมแบ๊กแห่งปีของโลกกีฬาเลยทีเดียว เทียบชั้นกับที่ ไมเคิล จอร์แดน เคยเจ็บหนัก แต่กลับมาคว้าแชมป์บาสเกตบอลเอ็นบีเอได้ 3 สมัยติดต่อกัน หรือ ไทเกอร์ วู้ดส์ ยอดนักกอล์ฟที่ห่างหายไปจากการคว้าแชมป์เมเจอร์ 11 ปี แต่ยังมีดีพอที่จะได้แชมป์ “เดอะ มาสเตอร์ส” ในปี 2019 ได้อีกครั้ง

กว่า 10 ปีที่อยู่กับฮอนด้า แชมป์โลก 6 สมัย ความฝันที่อยากจะคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 7 กับทีมรักยังคงอยู่ แต่เมื่ออาการเจ็บตามร่างกายรบกวน และผลงานก็ยังไม่ได้กลับไปในจุดที่เคยทำได้ เพราะรถ RC213V ของฮอนด้าในตอนนั้น ไม่เหมาะกับมาร์เกซ เขาประสบอุบัติเหตุระหว่างแข่งขันหลายครั้งในปี 2022

การเดินออกจากบ้านหลังแรกไปสู่บ้านหลังใหม่ จึงเป็นหนทางเดียวที่จะทำตามความฝันได้อีกครั้ง

มาร์เกซยกเลิกสัญญากับฮอนด้าล่วงหน้า 1 ปี ไปอยู่กับเกรซินี่ ทีมที่เล็กกว่า เพื่อไปขี่ดูคาติ

เขาบอกลาครอบครัวฮอนด้าที่อยู่กันมาอย่างยาวนาน ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าการไปอยู่กับทีมใหม่จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ถ้าเป็นนักบิดคนอื่น ก็อาจจะเลือกเลิกแข่งไปแล้ว แต่ความฝันที่อยากคว้าแชมป์โลกอีกครั้งยังอยู่

การเดิมพันครั้งนี้จึงยิ่งใหญ่มาก

แต่การเดิมพันครั้งนี้ดีเกินคาด ในฤดูกาล 2025 มาร์เกซยังคว้าชัยชนะในกรังด์ปรีซ์ไปแล้ว 11 สนาม ชนะสปรินต์ 14 ครั้ง เก็บคะแนนเต็ม 37 แต้มได้ถึง 10 สุดสัปดาห์ และกวาดคะแนนไปมากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ของแต้มทั้งหมดที่มีให้จนถึงตอนนี้ในตารางคะแนน

ว่ากันว่าเหตุผลที่ทำให้มาร์เกซกลับมาโหดกว่าเดิม เพราะเขาไม่ใช่มาร์เกซคนเดิม และได้รถคู่ใจที่อาจจะไม่แรงเท่าที่เคยขี่กับฮอนด้า แต่การปรับจูนระหว่างเขาและรถของดูคาติ ทำให้สามารถรีดศักยภาพของยอดนักบิดออกมาได้อย่างเต็มที่

ที่บอกว่ามาร์เกซไม่เหมือนเดิม มาจากประสบการณ์ที่ผ่านความเจ็บปวด การผ่าตัดใหญ่หลายครั้งและการต่อสู้กับอาการบาดเจ็บทำให้มาร์เกซไม่ใช่นักบิดที่พึ่งพาความเร็วอย่างเดียวอีกต่อไป

เขาเรียนรู้ที่จะ จัดการร่างกายและสภาพจิตใจ อย่างลึกซึ้ง ความอดทนและความมุ่งมั่นที่ได้จากประสบการณ์นั้นกลายเป็นอาวุธลับ ที่คู่แข่งไม่สามารถเลียนแบบได้

ก่อนบาดเจ็บ มาร์เกซโดดเด่นด้วยสไตล์การขี่ที่ดุดัน บ้าบิ่น และมักจะเสี่ยงเพื่อชัยชนะ แต่หลังจากกลับมา เขาปรับแนวทางให้คำนวณมากขึ้น รู้จักเลือกจังหวะ

และใช้ประสบการณ์มหาศาลอ่านเกมการแข่ง นี่ทำให้เขาไม่เพียงเร็ว แต่ยังเสถียรต่อเนื่องในทุกสนาม

มีการตั้งคำถามว่า มาร์เกซขึ้นบัลลังก์เป็นนักบิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโมโตจีพีแล้วหรือยัง?

อาจจะบอกได้ว่ามาร์เกซเป็นนักบิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเขา แต่คงไม่ยุติธรรมนักถ้าจะเอาไปเทียบนักบิดต่างยุค เพราะการแข่งขันรถจักรยานยนต์พัฒนาเรื่องเทคโนโลยีด้านต่างๆ ทุกวัน

วาเลนติโน รอสซี่ นักบิดชาวอิตาเลียนผู้คว้าแชมป์โลก 7 สมัย ระหว่างปี 2001-2009 ทำได้ทั้งบนรถ 500 ซีซี, 990 ซีซี และ 800 ซีซี โดยเริ่มกับฮอนด้าแล้วเปลี่ยนไปยามาฮ่า ก็เป็นอีกคนที่ถูกยกย่องว่าเป็นเอกอุในวงการนักบิดของโลก ถึงแม้การย้ายไปดูคาติในช่วงหนึ่งจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นการหาข้อบกพร่อง และเติมเต็มให้มาร์เกซประสบความสำเร็จในปี 2025

จาโคโม่ อกอสตินี่ นักบิดรุ่นน้าชาวอิตาเลียนของทั้งรอสซี่และมาร์เกซ เคยครองความยิ่งใหญ่ในยุค 1960-1970 ที่การแข่งขันของผู้ผลิตยังไม่ดุเดือด เขาได้แชมป์โลกรวม 15 สมัย แบ่งเป็น 8 สมัยในรุ่น 500 ซีซี และ 7 สมัย ในรุ่น 350 ซีซี แบบที่ยังไม่มีใครเทียบได้

การจะเทียบความสำเร็จในบริบทเทคโนโลยีที่แตกต่างกันนั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะสุดท้ายก็คงไม่ได้ข้อสรุปที่ถูกใจคนทั้งหมด

แต่การคว้าแชมป์โลกมาร์เกซทำให้ทุกคนเห็นตรงกันว่า ความทุ่มเทและการเดิมพันของมาร์เกซเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่ามากที่สุดครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในโลกของมอเตอร์สปอร์ต

แชมป์โลกอาจจะเป็นรางวัลแด่คนช่างฝัน แต่การกลับมามีความสุขในสนามแข่งขัน เป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่าสำหรับมาร์เกซอย่างแน่นอน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์