เอกภาพ | พิชัย แก้ววิชิต
นานมาแล้ว แต่ก็ยังจำได้ แม้มันล่วงเลยเวลามาราวยี่สิบกว่าปี ด้วยบางครั้งการรื้อค้นความหลัง ยังคงสะดุดเข้ากับความประทับใจกับเหตุการณ์ของเขา ตามแนวเล่าเรื่องชาวบ้าน เรื่องราวคุณลุงกับวิทยุทรานซิสเตอร์ตัวจ้อย เมื่อคราวที่ข่าวสารสาระและบันเทิงยังไม่มีเอื้ออำนวยให้ผู้คนได้ค้นเขี่ยผ่านบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เทคโนโลยีชนิดที่ยังไม่มีปะปนอยู่ได้แม้ในความฝันของผู้คนในเวลานั้น นอกเสียจาก วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และหนังสืออื่นๆ
ด้วยอยากเล่าเรื่องราวของคุณลุงไม่ทราบชื่อกับวิทยุทรานซิสเตอร์คู่ใจ แต่ก่อนจะไปกันต่อ คงต้องย้อนกลับมาที่เรื่องราวของตัวเอง ต้นสายปลายเหตุ เพราะดวงชะตาราศีของคนในบ้านประสบปัญหา เมื่อทีวีมีอาการผิดปกติ เสียบปลั๊กเปิดเครื่อง สิ่งที่เห็นคือ หน้าจอดำมืดมีแต่เสียงไม่มีภาพ “เป็นเหมือนเสียงผีในยามค่ำคืน”
ทีวีเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าทรงอิทธิพลในบ้าน มันเป็นแหล่งรวมสาระบันเทิง เผยแพร่ความรู้และความไม่ให้รู้ มันช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวหรือแม้แต่เพื่อนข้างบ้านในบางครั้ง ให้มารวมตัวกันได้โดยพร้อมเพรียง ตามวาระละครหลังข่าว (บางเรื่องสนุกและชวนติดตาม) สมาชิกในครอบคนกังวลใจกับปัญหานี้ ทุกคนรู้สึกถูกตัดขาดจากสังคมภายนอก แต่ด้วยภายใต้เงื่อนไขของการรอคอย คงต้องรอไปจนกว่าค่าเงินในกระเป๋าพร้อมพอกับอัตราค่าบริการหลังการซ่อม
จนเมื่อวันนั้นมาถึง ทีวีเสียถูกมัดแน่นเข้ากับท้ายมอเตอร์ไซค์ จากบ้านมุ่งหน้าไปยังศูนย์บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งหนึ่งในย่านบ้านหม้อ ไม่มีใครต่อใครมาใช้บริการซ่อมมากนักเมื่อมาถึง ทีวีพร้อมซ่อมถึงมือช่างตามระเบียบ และหลังจากนี้ไม่มีอะไรทำไปมากกว่าการนั่งรอ วางเฉย ทำใจให้สงบนึกถึงบุญกุศล ลุ้นค่าใช้จ่ายที่จะตามมา
และยังไม่ทันที่จะหน่ายต่อการรอคอย เสียงต้อนรับขับสู้ของพนักสาวประจำเคาน์เตอร์บริการก็ลอยแทรกเข้ามา

“วิทยุเครื่องเล็กแบบนี้ ซื้อของใหม่ราคาไม่น่าจะไม่เกินสองร้อย มันไม่คุ้มซ่อมนะคะคุณลูกค้า!”
พนักงานสาวแนะนำด้วยหวังเตือนสติลูกค้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า
คุณลุงลูกค้าก้มมองวิทยุตัวจ้อยในมือด้วยสีหน้าครุ่นคิด พยักหน้าเหมือนจะเข้าใจตามคำแนะนำของพนักงานสาว แต่คุณลุงกลับเลือกที่จะปฏิเสธ
“ผมใช้มันมานาน มันผูกพัน เครื่องนี้ลูกสาวเขาซื้อให้ ช่วยซ่อมให้หน่อยครับ ผมไม่อยากได้ของใหม่ คิดค่าซ่อมเท่าไรไม่เป็นไร!!”
คุณลุงอธิบายไปตามสิ่งที่ต้องการ ผ่านน้ำเสียงอ้อนวอน ท่าทีเกรงใจ
ไม่มีคำพูดอื่นใดออกมาจากปากพนักงานสาว นอกจากเสียงถอนหายใจ เธอกลับหลังหันให้คุณลุง แล้วเดินเข้าไปยังห้องประตูกระจกใส ที่มีช่างหลายคนกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาซ่อมของเสีย เธอโน้มตัวบอกเล่าอะไรบางอย่างกับช่างคนหนึ่งที่กำลังนั่งทำงานอยู่ และเพียงครู่
ช่างชายวัยกลางคนสีหน้าเรียบเฉย เดินตรงเข้ามาหาคุณลุง โดยไร้เงาพนักงานสาว ช่างร่างใหญ่ขอดูวิทยุตัวจ้อยของคุณลุง คุณลุงยื่นวิทยุออกจากกระเป๋าเสื้อให้ช่างด้วยอาการเป็นกังวล “เพียงอึดใจที่ทำโลกของคุณลุงหยุดหมุน” ช่างยอมความตามใจคุณลุง ตกปากรับคำว่าจะลองตรวจเช็กอาการเสียและจะหาอะไหล่มาเปลี่ยนให้ใหม่ถ้าจำเป็น “ด้วยแววตาของคนที่เข้าใจคน”
“เพราะสายสัมพันธ์ที่ทนทาน จึงนำพาคลื่นถี่ความสุขจากวิทยุตัวจ้อยมาสู่คุณลุงอีกครั้ง” เมื่อซ่อมแล้วเสร็จ ความรู้สึกดีๆ เรื่องราวอันอัศจรรย์ในแบบนี้ เกิดขึ้นได้กับแม้ในวันธรรมดากับคนธรรมดา
กลับเข้ามาที่เรื่องของตัวเอง “ทีวีเก่าซ่อมใหม่นำพาความมีชีวิตชีวาให้คนในบ้านอีกครั้ง” แม้งานนี้จะทำเอาหน้ามืดไปบ้างกับราคาค่าซ่อม แต่ก็ยังดีกว่าต้องซื้อเครื่องใหม่ ไม่ใช่เพราะความผูกพัน ด้วยเพราะเงินต่างหากที่ยังไม่พอ
ขอบคุณมากมายครับ
