การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
นับตั้งแต่แบมบีและสโนวไวท์ มีสองประเด็นที่ดิสนีย์ถนัดและไม่เคยละทิ้งจุดยืนนี้เลยตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา หนึ่งคือครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
สองคือเทพนิยายที่จบสุขสันต์นิรันดร แม้จะผลิตหนังร่วมกับพิกซาร์ก็ยังคงสองประเด็นนี้ไว้
โลกเปลี่ยนจากการผลิตหนังการ์ตูนด้วยการวาดรูปลงสีบนแผ่นเซลฉายภาพ 24 เฟรมต่อวินาทีมาจนถึงยุคคอมพิวเตอร์ฉายภาพเลื่อมตาเคลื่อนไหวรวดเร็วพร้อมมุขตลกโครมคราม จุดยืนสองประเด็นนี้ไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อมีครอบครัวเป็นหลักยึดแล้วเรื่องร้ายจะผ่านไป เด็กๆ ทุกคนเป็นเจ้าหญิงหรือเจ้าชายจะมีสีผิวหรือเพศวิถีใดก็ไม่เป็นไร แนวคิดหลักสองเรื่องนี้ยังคงตั้งมั่น
ซึ่งจะว่าไปก็เป็นทิศทางที่ดี

การ์ตูนดิสนีย์-พิกซาร์เรื่องใหม่ Elio จับความบนเส้นต่อระหว่างยุคเก่ากับยุคใหม่ เรื่องเริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์อวกาศและการติดตามวอยเอจเจอร์ -1 ที่ปล่อยจากโลกไปเมื่อปี 1977
เอลิโอ โซลิส เป็นเด็กชายที่เติบโตในศูนย์การบินอวกาศ เขาเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เล็กด้วยสาเหตุที่ไม่ชัด ไม่เห็นจำเป็นจะต้องบอกชัดเลย เมื่อพ่อแม่เด็กตายจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เด็กเล็กมีแนวโน้มจะคิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุหรือส่วนหนึ่งของต้นเหตุอยู่แล้วเสมอ เอลิโอก็เป็นเช่นนั้น
หลังการตายของพ่อแม่ เขาอาศัยอยู่กับคุณป้าออลก้าในศูนย์ฯ ป้าออลก้าสละความก้าวหน้าทางอวกาศเพื่อมาสร้างสายสัมพันธ์กับเขาแต่ดูเหมือนจะยังไม่สำเร็จ
เขาเป็นเด็กอยู่ไม่นิ่งเล็กน้อย ถูกเด็กๆ 2-3 คนคอยรังแก กับคอยแต่จะสร้างเรื่องเดือดร้อนเป็นที่หนักใจของคุณป้าซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงมีความรับผิดชอบที่ต้องทำมากมาย
อาศัยว่าเอลิโอเป็นเด็กมีความสามารถพิเศษด้วย เขาคิดค้นภาษาส่วนตัวของตนเองซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งทำให้เขาอดน้อยใจมิได้ว่าป้าออลก้าไม่สนใจเลย อันที่จริงป้ามีงานยุ่งมากไม่สนใจอะไรเขาด้วยซ้ำ นี่ก็เป็นอีกวิธีคิดหนึ่งของเด็กที่เชื่อว่าตนเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดโดยเฉพาะเรื่องร้ายที่เกิดขึ้น ใครเขาจะมาสนใจ

“ชั้นเคยคิดว่าปัญหาอยู่ที่โลก” เอลิโอพูดกับกลอร์ดอนเพื่อนต่างดาวที่เขาเพิ่งพบ “เป็นชั้นเองต่างหาก” ความหมายคือปัญหามิได้อยู่ที่โลกโหดร้ายแต่อยู่ที่เราเองที่ไม่ดี
ตอนเด็กเล็กเด็กกลัวการพลัดพราก ตอนเด็กโตจะรู้สึกผิด ตอนใกล้วัยรุ่นอายุ 11 ปีแบบเอลิโอจะโทษตนเอง มองตนเองในแง่ลบ และอาจจะเริ่มต้นมีพฤติกรรมออกนอกลู่นอกทาง
ก่อนหน้านั้น เอลิโอส่งสัญญาณออกไปในอวกาศด้วยความช่วยเหลือโดยบังเอิญของเจ้าหน้าที่ที่ยังใส่ใจและคลั่งไคล้การเดินทางของวอยเอจเจอร์ -1 อยู่ เขานอนบนหาดทรายที่ขีดเขียนด้วยภาษาโลกไว้ว่า “เอเลียนจ๋า ลักพาฉันไปด้วย”
จะเพราะเป็นการ์ตูนหรือเหตุบังเอิญใดๆ ก็ตามทีอันเป็นกลไกการเกิดเหตุของเด็กเล็กอยู่แล้วเป็นธรรมดา ชุมชนเอเลียนแห่งจักรวาลซึ่งมีชื่อว่าคอมมูนิเวิร์สได้รับสัญญาณของเอลิโอแล้วรับเขาขึ้นไปเป็นทูตดวงดาว
บัดนี้เอลิโอละทิ้งโลกสำเร็จแล้วเข้าสู่ชุมชนใหม่ที่มีเอเลียนหลากรูปร่างและสีสันเป็นพันหมื่น
ช่างน่าตื่นเต้นดีแท้

เรื่องทวีความตื่นเต้นระคนโครมครามตามฟอร์มเมื่อจอมจักรวาลกริกอนในคราบคล้ายแมลงปีกแข็งมาถึง มันนำกองทัพเข้ายึดคอมมูนิเวิร์ส เด็กสิบเอ็ดขวบจะไปทำอะไรได้นอกจากหนี
เอลิโอพบกับกลอร์ดอนบุตรชายของจอมจักรวาล กลอร์ดอนมีรูปร่างเหมือนหนอนยักษ์น่ารักตัวหนึ่ง กลอร์ดอนมีปมกับพ่อด้วยเช่นกัน เขาไม่อยากเป็นนักรบ เขาอยากมีชีวิตของตัวเอง ความคาดหวังของพ่อสูงเกินไปสำหรับเขา
เด็กคนหนึ่งอยากมีพ่อแม่มานำทาง กับเด็กอีกคนหนึ่งที่อยากเป็นอิสระจากพ่อแม่ ดิสนีย์เชี่ยวชาญมากเรื่องการวางความขัดแย้งของครอบครัวให้ดู ก่อนที่จะแก้ไขให้ในตอนจบอันแสนจะชุลมุนแต่สุขสันต์นิรันดร
กลไกแก้ไขความขัดแย้งของดิสนีย์จะอย่างไรก็เป็นประเด็นครอบครัวกับเทพนิยาย เมื่อจอมจักรวาลกริกอนหวิดจะทำลายคอมมูนิเวิร์สเพราะตามหาลูกชายไม่พบ
พลันที่เขาพบร่างไร้ลมหายใจของกลอร์ดอนสิ่งแรกที่เขาทำคือถอดชุดเกราะนักรบออกแล้วใช้รยางค์ทั้งสิบโอบกอดลูกพลางโยกตัวเบาๆ จนกระทั่งกลอร์ดอนฟื้นขึ้นมา กลายเป็นพ่อที่มีอยู่จริงแท้ๆ เฉยเลย
กลอร์ดอนพูดว่าเขาเกรงจะทำพ่อเสียใจเรื่องที่เขาไม่ต้องการเป็นนักรบ กริกอนตอบว่า “พ่อรู้อยู่แล้ว” สร้างความแปลกใจให้แก่กลอร์ดอนและทุกคนที่ยืนฟังอยู่ รวมทั้งเอลิโอและคนที่กำลังดูหนัง
ฉากนี้เหมือนกับที่ป้าออลก้าพูดภาษาส่วนตัวของเอลิโอได้อยู่แล้วโดยที่เอลิโอไม่รู้ ใครกันที่ชอบพูดว่าผู้ใหญ่ไม่ยอมเข้าใจหรือสนใจสิ่งที่เด็กๆ ต้องการ ปัญหาคือพวกเขาสนใจแต่ชอบอมพะนำ

จบเช่นนี้เป็นปัญหาของดิสนีย์เสมอมา
เป็นความจริงที่ว่าครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เป็น Foundation อันจะล้มมิได้
แต่ไม่จริงที่เทพนิยายจะแก้ไขได้ทุกครั้งไป
ในชีวิตจริงไม่มีคำว่า “พ่อรู้อยู่แล้ว”
ในเวชปฏิบัติที่ผมทำงานอยู่ทุกวันพ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ และไม่มีพ่อแม่ที่ตามใจลูกง่ายๆ
พ่อแม่ส่วนมากดึงดันจะคงความคาดหวังสูงเอาไว้ต่อไปเสมอ ภายใต้คำอธิบาย “เพราะรักลูก” “อยากให้ลูกได้ดี” และ “ไม่อยากให้ลูกผิดพลาด”
ทั้งหมดนี้ช่างกับเหมือนสิ่งที่ป้าออลก้าเฝ้าบอกเอลิโอมาโดยตลอด
ป้าทำทุกอย่างนี้เพื่อหลานนะ
ปัญหาของยุคสมัยใหม่ ณ เวลานี้คือ “เด็กทุกคนเติบโตเองได้” โลกไอทีสมัยใหม่ซับซ้อนเกินกว่าที่พ่อแม่บ้านไหนจะเข้าใจและมั่นใจได้ว่าเราถูก นี่คือสัจพจน์ใหม่ที่ผู้ใหญ่ยุคเก่ายังไม่ยอมรับ ที่เราต้องทำมีแค่การจัดสิ่งแวดล้อมให้มีเสรีภาพและปลอดภัย
หลังจากนั้น “เด็กทุกคนเติบโตเองได้”
