Technical Time-Out | จริงตนาการ
อาร์เน่อ ชล็อต โค้ชชาวดัตช์ที่เพิ่งพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นสมัยที่ 20 ไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน กลับกลายเป็นหนึ่งในกุนซือที่มีโอกาสถูกปลดออกจากตำแหน่งเสียแล้ว
ชล็อตพาทีมหงส์แดงแพ้ในพรีเมียร์ลีก 4 เกมติดต่อกัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ชนะ 5 เกมรวด ครองจ่าฝูงแบบที่ใครหลายคนมองว่า คงก้าวไปป้องกันแชมป์แบบไม่ยาก เพราะนอกจากฝีเท้า ดวงในการยิงในนาทีบาปแล้ว ขุมกำลังที่เสริมทีมมาก็ถือว่าดูดีมากๆ
แต่หลังจบ 9 นัดแรกของลีก ทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า จากตำแหน่งจ่าฝูง ลิเวอร์พูลรูดไปอยู่ที่ 7 จนแฟนบอลเริ่มเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดการทีมกันแล้ว
ชล็อตออกมายอมรับว่า การเสริมทีม 6 คนในซัมเมอร์ที่ผ่านมา และปล่อยแกนหลักของฤดูกาลที่แล้วออกไปจำนวนหนึ่ง ทำให้ต้องมีการปรับตัวมากพอสมควร
แต่ก็ไม่คิดว่าทีมจะแพ้ 4 นัดรวดแบบนี้

การสูญเสีย ดิโอโก้ โชต้า ดาวยิงของทีมจากอุบัติเหตุ เป็นเรื่องสุดสะเทือนขวัญของทุกคนที่รับรู้เรื่องนี้ ยิ่งภายในสโมสรลิเวอร์พูลเอง แม้ว่าจะมีการดูแลซึ่งกันและกันมาอย่างดีแล้ว แต่ก็ย่อมมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจอยู่ดี
เวอร์จิล ฟาน ไดก์ กองหลังกัปตันทีมหงส์แดงออกมาเปิดใจช่วงต้นเดือนตุลาคมว่า การจากไปของโชต้าจะทำให้ฤดูกาลนี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากแน่นอน ดังนั้น จึงต้องก้าวข้ามมันไปให้ได้
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าอียิปต์ที่เป็นกำลังสำคัญในการยิงประตูพาทีมคว้าแชมป์ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน ก็พูดเองว่า การกลับมาที่สโมสรด้วยการไม่มีโชต้าอยู่ เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากเรื่องหนึ่งในชีวิต
ซาลาห์ที่เป็นทั้งดาวซัลโวและคนที่แอสซิสต์มากที่สุดในลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ฟอร์มดร็อปลงไปอย่างน่าใจหาย 3 ประตูจาก 9 นัดแรกในลีก 2 ประตูมาจากจุดโทษ ทัศนคติในสนามของเขาดูเปลี่ยนไป ออกอาการผิดหวังรุนแรงเมื่อพลาด และใช้โอกาสเปลืองแบบไม่ค่อยได้เห็นกันนัก
ไม่รู้ว่ามาจากการสูญเสียโชต้า หรือคู่แข่งจับทางได้มากขึ้น หรือสภาพร่างกายของเขาที่ร่วงโรยลง หรืออาจจะเป็นทุกปัจจัยรวมกัน

มีการประเมินกันว่า แนวรับสองฝั่งทั้งแบ๊กซ้ายและขวาที่ไม่มี เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ย้ายไปรีล มาดริด แบบไม่มีค่าตัว กับการให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไปนั่งสำรอง ทั้งๆ ที่คู่นี้เป็นนักเตะที่ช่วยสร้างความสำเร็จให้ทีมมาอย่างยาวนาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูลดูดร็อปลงไป เพราะทั้งสองคนสามารถแอสซิสต์ให้แนวรุกทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอ จากพื้นที่ด้านหลัง ไม่ใช่แค่การพาบอลขึ้นไปข้างหน้าแล้วครอสแบบเยเรมี่ ฟริมปงส์ หรือมิลอส เคอร์เคซ
ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัก ที่ทุ่มเงินซื้อมามหาศาล ยังไม่สามารถเล่นได้อย่างที่ต้องการ อาจจะเพราะความกดดันจากค่าตัว หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมกับทีมใหม่ แม้ว่าฝีเท้าจะโหดขนาดไหน แต่การปรับตัวย่อมต้องใช้เวลา
ไม่ใช่แค่นักเตะใหม่ที่ต้องปรับ เพื่อนร่วมทีมที่อยู่มานานแล้ว ก็ต้องจูนเข้าหา เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างลงตัว ความอันตรายของลิเวอร์พูลในเวอร์ชั่นที่เป็นทีมของชล็อตจริงๆ จะออกมาให้เห็น
แต่ต้องไม่ใช้เวลานานจนบอร์ดบริหารทนรอไม่ไหว!

สื่อในต่างประเทศเริ่มเล่นงานชล็อตด้วยการเล่นข่าวตัวแทนที่จะมาทำงานแทนเขาแล้ว มีทั้งชื่อของ ซีเนอดีน ซีดาน อดีตกุนซือรีล มาดริด, สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีมที่ว่างงานอยู่ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีมคริสตัล พาเลซ ที่พาทีมบินสูงมากขึ้นเรื่อยๆ หรือยาวไปจนถึงการให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ กลับมาคุมทีมอีกครั้ง ก็มีทั้งนั้น
4 นัดที่แพ้ กับอีกหลายนัดที่ชนะแบบลุ้นเหนื่อย ไม่สามารถเอามาตัดสินว่าชล็อตล้มเหลวแล้วกับลิเวอร์พูล เพราะเมื่อมีจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทีมผลงานแย่ลงได้ ก็ต้องมีวันที่เปลี่ยนให้กลับมาดีได้อีก
ลิเวอร์พูลยังมีนักเตะชั้นยอดอยู่เต็มทีม แต่ก็ต้องการความสมดุล ซึ่งต้องใช้เวลา และไม่ได้หมายความว่าถ้าพวกเขากลับมาเก่งกาจเหมือนเดิม จะก้าวไปถึงแชมป์ เพราะคู่แข่งหลายทีมก็ลบจุดอ่อน เติมจุดแข็งมาสู้กับทีมหงส์แดงได้ดีมากแล้วเช่นกัน
ฟุตบอลมีวัฏจักรของมัน แต่นาทีนี้คงไม่ใช่ลูปที่จะทำให้ลิเวอร์พูลกลับไปเป็นทีมที่เคยต้องรอแชมป์ลีกสูงสุดนานถึง 30 ปีแน่ๆ
เครื่องจักรสีแดงอาจจะทำงานติดขัดไปบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่ามันพังพินาศแต่อย่างใด
รอชล็อตหยอดน้ำมันลงไปใหม่ อะไรๆ ก็น่าจะดีขึ้น
