bg-single

IN THE HAND OF DANTE | ‘ต้นฉบับวรรณกรรมชิ้นเอก’

19.07.2026

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

In the Hand of Dante เป็นหนังรวมดาราชื่อดังไว้มากหน้าหลายตา แค่เห็นหน้าตัวละครใหญ่น้อยที่เปิดตัวในบทต่างๆ แล้ว ก็รู้สึกถึงความเป็นหนังดีน่าดูแบบพลาดไม่ได้เสียแล้ว

แต่กลายเป็นว่าหนังดีซึ่งมุ่งเป้าหวังสูงเนื้อหาชวนคิดและลุ่มลึก กลับทำได้แค่เฉียดๆ เป้า เพราะประเด็นดูออกจะเบี่ยงเบนแตกแยกกระจายอยู่ จนไม่โดนเป้าโดนใจจังๆ เลย

ก่อนจะเข้าเรื่อง ต้องขอแนะนำให้รู้จักมหากวีคนสำคัญคนนี้ในภาษาอิตาเลียนกันก่อน

นักศึกษาวรรณคดีโดยเฉพาะยุคกลางทุกคนย่อมรู้จักดีหรืออย่างน้อยก็คุ้นหูกับชื่อของบุคคลคนนี้ผู้มีชีวิตอยู่ในอิตาลียุคกลางในช่วงศตวรรษที่ 13-14

ดานเต้ อาลีเกียรี หรือในชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า “ดานเต้” เป็นมหากวีในวรรณกรรมภาษาอิตาเลียน และเป็นหนึ่งในบรรดากวีคนสำคัญแห่งยุคกลาง

งานเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดของดานเต้ คือ The Divine Comedy ซึ่งเล่าถึงการเดินทางไปสู่สามโลก คือ นรก (Inferno) แดนชำระบาป (Purgatorio) และสวรรค์ (Paradiso) ซึ่งได้รับอิทธิพลจากงานเขียนของกวีภาษาละตินในอดีต คือ เวอร์จิล รวมทั้งเป็นการเดินทางแสวงหาอุดมคติและความรักของตัวมหากวีเอง

In the Hand of Dante สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันซึ่งเขียนโดยนิก ทอชส์ (Nick Tosches) โดยที่นักเขียนวางบทบาทของตัวเองเป็นตัวเอกที่เดินเรื่องอยู่ในสมัยปัจจุบัน

ในครั้งที่ยังเยาว์วัย นิกวิ่งโร่หน้าตื่นมาสารภาพกับลุงคาร์มีน (อัล ปาชิโน) ว่าเขาเพิ่งฆ่าคนตาย คนคนนั้นเบ่งใส่และชักมีดขู่เขาก่อน

คำตอบของลุงคาร์มีน ซึ่งแสดงโดยนักแสดงยอดฝีมือระดับอัล ปาชิโน แต่กลับมีบทบาทแค่ปรากฏตัวให้เห็นเพียงฉากเดียวในวัยเด็กของพระเอก และแล้วก็หายต๋อมไปเลยไม่มีใครพูดถึงอีกตลอดทั้งเรื่องนั้น จะส่งผลแก่ทัศนคติในชีวิตและการเลือกทางเดินในชีวิตของเขาต่อมา

ในวัยผู้ใหญ่ นิก (ออสการ์ ไอแซค) เติบโตขึ้นเป็นนักเขียนนักค้นคว้าผู้เชี่ยวชาญในผลงานวรรณกรรมของดานเต้ อาลีเกียรี กวีเอกในยุคศตวรรษที่ 15 ของอิตาลี ดังกล่าวแล้วข้างต้น

และแล้วหนังก็แนะนำตัวละครสำคัญอีกคน คือลูอี (เจอราร์ด บัตเลอร์) ในฉากที่ชวนให้คาดเดาไม่ออกว่าเรื่องจะพาไปในทิศทางใด

ลูอีเป็นจอมโหดมือสังหารระดับมหากาฬ

ลูอีเดินวางตัวเป็นนักเลงคุกคามและจัดการสั่งสอนชายเจ้าของบาร์ด้วยจิตวิทยาที่ชวนประหวั่นพรั่นพรึงใจหายใจคว่ำ แล้วก็กลับห้องพักไปสั่งพิซซ่ามากินคนเดียว แต่ขณะพิซซ่ากำลังจะเข้าปาก เขาก็ได้รับการตามตัวจากบุคคลที่เขาปฏิเสธไม่ได้

โจ แบล็ก (จอห์น มัลโควิช) ในชื่อเดียวกันเป๊ะกับแบรด พิตต์ ที่แสดงบทของมัจจุราชผู้มาเยือนโลกเพื่อเอาชีวิตของแอนโทนี ฮ็อบกินส์ ในหนัง Meet Joe Black

โจ แบล็ก ในหนังเรื่องนี้เป็นมาเฟียตัวเอ้ในนิวยอร์ก ผู้กำลังได้กลิ่นอันหอมหวนของเงินจำนวนมหาศาลที่จะได้มาจากต้นฉบับลายมือของดานเต้ เรื่อง The Divine Comedy ซึ่งเชื่อกันว่าสูญหายไปแล้ว แต่กลับเพิ่งค้นพบจากที่ซ่อนลึกลับและไปตกอยู่ในมือของดอนเลคโก (ฟรังโก เนโร) เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลในอิตาลี

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องดานเต้ นิกได้รับการว่าจ้างให้เดินทางไปอิตาลีเพื่อยืนยันว่าต้นฉบับนั้นเป็นของแท้หรือของปลอม โดยมีลูอี มือสังหารโหด ตามประกบตัวไปด้วย

หนังเดินเรื่องสลับไปมาคู่ขนานกันไป โดยใช้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาห่างกันราว 700 ปี

เรื่องราวของนิกในสมัยปัจจุบันถ่ายทำเป็นหนังขาว-ดำ

และเรื่องราวของดานเต้ในศตวรรษที่ 14 ถ่ายเป็นหนังสีสดใสสวยงาม

นิกและดานเต้ แสดงโดยนักแสดงคนเดียวกัน คือ ออสการ์ ไอแซค

เจอราร์ด บัตเลอร์ เล่นทั้งบทลูอีจอมโหดในปัจจุบัน และสันตะปาปาในอดีต

นัยความหมายของบุคคลในอดีตและปัจจุบัน ทำให้ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงการตีความของหนังซึ่งโยงบทบาทอำนาจของสันตะปาปาเข้ากับมาเฟียในโลกอาชญากรผู้ทรงอำนาจ

นักแสดงอีกคนที่เล่นเป็นตัวละครสองตัว คือ กัล กาโดต์ โดยแสดงเป็นจูเลียตา หวานใจของนิกในปัจจุบัน และเจมมา ภรรยาของดานเต้ในอดีต

นักแสดงที่สร้างความประหลาดใจให้คนดูอีกคนคือ มาร์ติน สกอร์เซซี ผู้กำกับฯ เจ้าฝีมือคนหนึ่งในวงการภาพยนตร์ สกอร์เซซีเล่นเป็นอิไซอาห์ ชาวยิวผู้ให้กำลังใจแก่ดานเต้ในการออกเดินทางครั้งสำคัญไปเขียนหนังสือซึ่งจะเป็นที่รู้จักต่อมาเรื่อง The Divine Comedy

การผูกเรื่องให้คนยิวเป็นคนส่งเสริมให้เกิดวรรณคดีสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในคริสต์ศาสนา ก็เป็นการแฝงนัยเชิงผกผัน (irony) อย่างแหลมคมและชวนสะกิดใจ

นอกจากนักแสดงชั้นนำที่คุ้นหน้าคุ้นตาข้างต้นนี้ ยังมีฟรังโก เนโร ในบทบาทมาเฟียตัวเอ้ในอิตาลี และเจสัน โมโมอา ในบทบาทนักฆ่าอำมหิตอีกคน

ด้วยรัศมีดาราชั้นนำขนาดนี้ ก็ชวนให้นึกทึ่งกับผู้กำกับฯ ที่มีบารมีพอที่จะทำให้นักแสดงแถวหน้าชื่อดังทั้งหลายทั้งปวง บวกกับผู้กำกับฯ แถวหน้าอีกคน มาแสดงบทบาทหลากหลายได้อย่างคับคั่งขนาดนี้

แต่ความที่หนังออกจะวกวนและตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเดินเรื่องไปทางไหนกันแน่ ทั้งแนวประวัติศาสตร์ แนวอาชญากรรมอำมหิตโหดเหี้ยม จนไปกลับลำกลายเป็นแนวโรแมนซ์เอาซะดื้อๆ ในตอนจบ

เลยทำให้ดูไปๆ ก็ยิ่งแยกตัวเองออกห่างจากเรื่องไปเรื่อยๆ

ถึงตอนอวสานจบเรื่อง ก็เลยทำใจให้ชอบและชื่นชมกับความพยายามที่จะเล่าเรื่องที่สะเปะสะปะแบบนี้ไม่ได้

แต่ก็นับว่าไม่ใช่หนังที่ต้องร้องยี้เสียทีเดียว…

IN THE HAND OF DANTE

กำกับการแสดง

Julian Schnabel

แสดงนำ

Oscar Isaac

Gal Gadot

Gerard Butler

John Malkovich

Martin Scorsese

Al Pacino

Jason Momoa

Franco Nero



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)
E-DUANG | รากฐาน แห่ง วิกฤตศรัทธา อันเนื่อง แต่ กรณี”โกงส.ว.”