bg-single

บันทึกฝรั่ง ที่มองคนไทยเป็นผีพนัน

17.11.2025

Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์
วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
www.facebook.com/bintokrit

ในหนังสือ “บันทึกการเดินทางของอ็องรี มูโอต์ ในสยาม กัมพูชา ลาว และอินโดจีนตอนกลางส่วนอื่นๆ” ของอ็องรี มูโอต์ (Henri Mouhot) นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส ที่เข้ามาสำรวจดินแดนสยาม กัมพูชา และลาว ในสมัยรัชกาลที่ 4 หรือเมื่อ 167 ปีก่อน ได้บอกเล่าเอาไว้ว่าคนไทยชอบเล่นการพนันมาก เรียกได้ว่าเป็นผีพนันเลยทีเดียว และอุทิศเวลาส่วนใหญ่ไปกับการพนันขันต่อผ่านเกมและกิจกรรมต่างๆสารพัดอย่าง

โดยมูโอต์มองว่าคนไทยเป็นคนที่ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ไม่ได้มีความใฝ่ฝันใหญ่โต หรือจริงจังกับชีวิตนัก พวกเขาทำงานเพื่อประทังชีพไปวันๆ แล้วก็พักผ่อน

เมื่อใดก็ตามที่หาอยู่หากินได้พอกับที่ต้องการแล้ว เวลาที่เหลือก็จะหมดไปกับการหาความสำราญ โดยมีกิจวัตรประจำวันคือเล่นพนัน สลับไปกับทำมาหากิน แล้วก็กลับมาเล่นพนันต่อ หรือไม่ก็หาความบันเทิงเริงใจอื่น เช่น การละเล่นและมหรสพต่างๆ

ดังนั้น วิถีชีวิตคนไทยในภาพรวมเลยดูเป็นวงจรที่หมุนวนซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้ตลอดอายุขัย และเป็นทุกเพศทุกวัยด้วย

ดังที่มูโอต์บันทึกไว้ในบทที่ 5 ว่า

“ชาวสยามใช้เวลาส่วนหนึ่งของชีวิต หรือจะเรียกว่าช่วงที่ดีที่สุดก็ว่าได้ ไปกับการละเล่นและการบันเทิงชนิดต่างๆ เช่นเดียวกับพลเมืองชาติอื่นใดก็ตามที่มีบุคลิกสยบสยอม การละเล่นสารพัดสารพันนี้กลายเป็นกิจกรรมหลักในชีวิตทันทีที่หาได้พอกินในแต่ละวันแล้ว ต่อเมื่อหิวอีก จึงค่อยหันไปทำมาหากิน ช่วงเวลาที่เหลือนั้นต้องหาอะไรมาเล่นให้บันเทิงใจตลอดทั้งวัน ไม่เว้นเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ ตลอดจนผู้เฒ่าผู้แก่ทุกๆ วัย”

เกมและการพนันเป็นกิจกรรมที่มีทั่วโลกก็จริง แต่ดูเหมือนมูโอต์มองว่าคนไทยโปรดปรานกิจกรรมเหล่านี้มากเป็นพิเศษถึงขั้นหมกมุ่น

นอกจากนี้ ยังบรรยายถึงการละเล่นที่ได้รับความนิยม โดยแยกออกเป็นกิจกรรมของเด็กกับผู้ใหญ่

เช่น เด็กชอบเล่นซ่อนหา ส่วนผู้ใหญ่ชอบเล่นหมากกระดาน

จะเห็นได้ว่าเกมพวกนี้ยังคงได้รับความนิยมในหมู่คนไทยจนถึงทุกวันนี้ แต่อาจลดน้อยลงบ้างเพราะมีสิ่งบันเทิงเริงใจจากอินเตอร์เน็ตเข้ามาแทน

ที่น่าสนใจคือสิ่งที่ผู้ใหญ่ไทยเล่น ผู้ใหญ่ฝรั่งจะไม่เล่น มูโอต์บอกว่าชาวยุโรปมักเล่นเกมพวกนี้เฉพาะตอนที่ยังเด็กอยู่เท่านั้น

จึงพออนุมานได้ว่าแม้เด็กไทยกับฝรั่งจะชอบเล่นสนุกผ่านกิจกรรมที่คล้ายกัน แต่เมื่อชาวยุโรปโตเป็นผู้ใหญ่ก็หันไปใช้เวลากับอย่างอื่นแทน ขณะที่คนไทยที่โตแล้วยังคงเล่นอยู่ ที่สำคัญก็คือคนไทยจริงจังกับกิจกรรมพวกนี้มากและวางเดิมพันกันอย่างเอาเป็นเอาตายกัน โดยมูโอต์บอกเล่าความทรงจำในส่วนนี้ไว้ว่า

“สำหรับพวกเด็กๆ พวกแกเล่นทอยกอง กระโดดเชือก เสือข้ามห้วย โหนราว เล่นซ่อนหา เล่นลูกข่าง และอื่นๆ ที่สรรหากันมาตั้งแต่เช้าจดเย็น ชนิดที่เด็กๆ ชาวยุโรปอาจทึกทักเอาว่าได้แบบมาจากยุโรป ส่วนรุ่นโตก็มีเกมกระดาน เดินหมาก ทอดลูกบาศก์ หมากรุก ทอดลูกเต๋า หรือแม้แต่เล่นว่าว ซึ่งเป็นเครื่องเล่นเฉพาะวัยเด็กของทางเรา คนเล่นเองก็ตั้งอกตั้งใจทุ่มเทกับเครื่องบันเทิงนี้อย่างเอาจริงเอาจัง บ้างก็อ้างโชคถึงขั้นพนันขันต่อ เอาข้าวของที่มีติดตัววางเดิมพัน กระทั่งมีอันต้องเสียไปทั้งหมด ก็ถึงขั้นยอมสละผ้านุ่งผ้าผ่อนชิ้นเดียวที่ห่มพันตัวกันอุจาดโน่นแน่ะ”

การพนันที่ครองใจคนไทยสมัยนั้นมากที่สุดก็คือ “การชนไก่”

ทั้งๆ ที่การตีไก่ไม่สามารถเล่นอย่างประเจิดประเจ้อได้เพราะผิดกฎหมายบ้านเมือง ผู้ใดฝ่าฝืนแอบเอาไก่ชนมาตีกันเพื่อเล่นพนัน หากถูกจับก็ต้องโดนปรับเป็นการลงโทษ

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมิวายมีการชนไก่กันทุกวัน แถมยังแน่นขนัดไปด้วยนักพนันที่มารวมตัวกันอย่างเนืองแน่น แล้วตามมาด้วยเหตุทะเลาะวิวาทชกต่อยกันอยู่เรื่อยๆ

ภาพที่ทั้งคนและไก่ต่างสะบักสะบอมกันไปหลังโรมรันพันตูเสร็จนั้นติดตรึงอยู่ในความทรงจำของมูโอต์ที่มีต่อชาวสยาม ดังข้อความในบันทึกที่พรรณนาว่า

“กับการชนไก่ ยิ่งติดกันหัวปักหัวปำ แม้จะมีพระบรมราชโองการสั่งห้าม ซ้ำต้องจ่ายค่าระวางค่าปรับที่หลวงกำหนดไว้นั่นอีก แต่ก็ยังไม่วายมีสังเวียนชนไก่ให้เห็นกันทุกวัน พอรู้ว่าจะจัดชนไก่ที่ไหน ผู้คนก็จะกรูเกรียวเข้าไปส่งเสียงพนันขันต่อกันคึกคัก และมักลงท้ายด้วยการทะเลาะวิวาทวางมวยกันในหมู่คนดูเสมอ การต่อสู้ที่เริ่มจากการจิกตีกันด้วยจะงอยปากและพวงขนที่ถูกกระชากหลุดร่วง จึงจบลงด้วยกำปั้นและกระบอกตาเขียวช้ำ”

นอกจากนี้ มูโอต์ยังมองว่าการใช้ชีวิตของคนไทยดูย้อนแย้งกัน เนื่องจากในขณะที่บรรดาข้าราชการคอยไล่จับพวกผู้ใหญ่ที่ลักลอบชนไก่ แต่กลับปล่อยให้เกิดการพนันแบบอื่นในหมู่ลูกเด็กเล็กแดงอย่างโจ่งแจ้งไปทั่ว มูโอต์ดูแปลกใจไม่น้อยที่การพนันหลากหลายรูปแบบสามารถแทรกซึมอยู่ในสารพัดกิจกรรมของคนไทยตั้งแต่วัยเด็กจนโต โดยสามารถหยิบจับสิ่งมีชีวิตต่างๆ รอบตัวมาเดิมพันได้หมด ตามที่เขากล่าวว่า

“ข้างฝ่ายปกครองซึ่งหาทางห้ามพวกพ่อแม่เล่นพนันชนไก่กัน กลับปล่อยให้พวกเด็กๆ ร่วมกิจกรรมแบบต่อสู้ฟาดฟันกัน ไม่ว่าจะจับมดแดง จิ้งหรีด ตั๊กแตน หรือแม้แต่จับปลาดุร้ายพันธุ์เล็กๆ มากัดกัน พอคู่ต่อสู้ถลาเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด เด็กๆ ที่ล้อมลงกันอยู่ในนั้นถูกอกถูกใจนัก และเรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากเรื่องอื่นๆ อีกมากที่ทางรัฐดูไร้หลักการ ไร้เหตุไร้ผลเอาเสียจริงๆ”

มูโอต์มองว่าแม้การชนไก่จะผิดกฎหมายก็ตาม แต่การที่กิจกรรมนี้ไม่เคยหายไป ซ้ำยังได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ก็เพราะว่าคนไทยชอบเล่นพนันและไม่ได้ปฏิเสธการพนันอย่างจริงจัง เห็นได้จากกิจการต่างๆ นั้นสามารถเอามาเดิมพันได้หมด ไม่ว่าจะเป็น ควาย ช้าง ฯลฯ เพียงแต่สัตว์ใหญ่ต้องอาศัยเงินทองมากกว่าและมีโอกาสเล่นได้ไม่บ่อยเหมือนสัตว์เล็ก ตามที่มูโอต์บันทึกว่า

“ข้างฝ่ายผู้ถูกปกครองที่แสนดีนี้ก็ช่างนิยมชมชอบเวทีแข่งควายและช้างนัก แต่เดิมพันนี้ต้องใช้เงินมาก ก็เลยจัดให้มีได้แค่นานๆ ครั้ง พอๆ กับการแข่งเรือและการประลองทางน้ำ ดีหน่อยที่ในช่วงว่างเว้นจากการบันเทิงสำคัญๆ เช่นว่านี้ ยังพอมีงานฌาปนกิจศพคนใหญ่คนโตมาคั่นเวลา พอให้ได้สนุกกับเวทีประลองมวย กายกรรมไต่เชือก พลุไฟ หุ่นกระบอก หนังใหญ่ และมหรสพกลางแจ้ง”

แล้วเหตุใดคนไทยจึงหมดเวลาในชีวิตไปสิ่งเหล่านี้มากมายนัก?

มูโอต์คิดว่าที่คนไทยเป็นเช่นนี้ไม่ได้มาจากรสนิยมหรือนิสัยใจคอเพียงอย่างเดียว

แต่มาจากการจงใจของรัฐหรือผู้มีอำนาจที่ปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ เพื่อง่ายต่อการควบคุมปกครองด้วย

ตามที่มูโอต์เขียนไว้ในบันทึกว่า “แต่ก็นั่นแหละ นี่คือเหตุผลของฝ่ายปกครองผู้เถลิงอำนาจเด็ดขาดโดยทั่วๆ ไป ที่จะต้องปล่อยให้พลเมืองมัวแต่หลงสนุกกันไป”

เพราะการที่ชาวบ้านเอาแต่ง่วนอยู่กับการเล่นสนุกสนานไปวันๆ จนไม่ตั้งคำถามต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว ก็จะทำให้พวกเขาไม่มีเวลาว่างเหลือเฟือมาคิดสงสัยอะไรให้วุ่นวาย

หรือสร้างแรงต่อต้านสั่นคลอนอำนาจของผู้ปกครองได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จากแม่ฮ่องสอน ถึงฝาง จากเชียงคำ ถึงลำพูน
เสียลับให้กับทหารจีน | เดนตายในผ้าเหลือง
ไทยพีบีเอส เตรียมร่อนหนังสือขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง มาตรฐานการตรวจเงินแผ่นดินของ สตง.
สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษา หันคา 1 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
ปิดฉาก ‘โคนันเมืองไทย’ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จากผู้ช่วยเหลือสู่ผู้ถูกดำเนินคดี
เปิดปมจับอีก ‘อัจฉริยะ’ ผันเงินบริจาค 350 ล้าน แทงมวย-โยงเว็บพนัน เจ้าตัวโต้ยิบ-กลั่นแกล้ง
เหยี่ยวถลาลม | น้ำท่วมระคนน้ำลาย
ส่อง 2 งาน Exclusive มติชน ในบรรยากาศใหม่ๆ ว่าด้วยพื้นที่ของความโกรธ/ความทรงจำ กับลลิตา (พม่า) และ (6 ตุลา) ธงชัย
ธงทอง จันทรางศุ | น้ำท่วม หมา ‘จรจัด’ และความหมดท่า ของการหา ‘ทางออก’
การเมืองใต้เรื่องเล่า : คุยกับ กิตติศักดิ์ คงคา เจ้าของผลงานเล่มล่าสุด “ปาเจราจาบัลย์”
ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐและนักธุรกิจพันล้าน : โลกของทรัมป์อีกด้านหนึ่ง
ไฉนทรัมป์ถล่มอิหร่าน แต่เรียกคิมว่า ‘เพื่อนฉัน’?