สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน
พาวิลเลียนของจีนในงานเอ็กซ์โปโอซากา 2025 เป็น 1ในสถาปัตยกรรมโดดเด่นที่สุด โดยจำลองมาจากตำราม้วนหรือหนังสือแผ่นไม้ไผ่ซึ่งเป็นหนังสือเก่าแก่ที่เรียกว่า “เจี่ยนตู๋” ต้นกำเนิดในช่วงราชวงศ์โจวตะวันออกเรืองอำนาจมาทำเป็นฝาผนัง แต่ละผนังสลักตัวอักษรเป็นบทกวี วรรณกรรมจีนโบราณ
แสดงถึงความเป็นชาติอันมีประวัติศาสตร์และอารยธรรมสืบทอดมายาวนานกว่า 5 พันปี ผสมผสานกับนวัตกรรมใหม่ๆ ตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน
กลุ่มสถาปัตยกรรมและออกแบบแห่งจีน หรือ CADG (The China Architecture Design Group) เป็นผู้ออกแบบพาวิลเลียนใช้แนวคิดหลักว่าด้วยการสร้างชุมชนเพื่อมนุษย์และธรรมชาติ : สังคมแห่งการพัฒนาสีเขียวในอนาคต
การใช้วัสดุหลักของพาวิลเลียนจีน เช่น เหล็ก ไม้ไผ่ แผงโพลีคาร์บอเนต เมื่อสิ้นสุดการแสดงเมื่อกลางเดือนตุลาคมสามารถนำไปรีไซเคิล แปรรูปนำกลับไปใช้ใหม่ได้อีก ส่วนระบบควบคุมความเย็น และระบบการไหลเวียนอากาศ ได้รับการออกแบบให้ประหยัดพลังงาน
เน้นการใช้แสงสว่างตามธรรมชาติให้มากที่สุด
ผู้เข้าร่วมงานเอ็กซ์โปโอซากา 2025 มีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติทั่วโลก ต่างเข้าคิวยาวเหยียดหน้าพาวิลเวียนจีนซึ่งมีพื้นที่จัดแสดงใหญ่ที่สุดมากถึง 3,500 ตารางเมตร กว่าจะถึงคิวเข้าชมใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมงเต็มๆ
ระหว่างยืนรอคิว ผู้รอคิวต่างหยิบโทรศัพท์มือถือถ่ายตำราม้วนที่สูง 10 เมตร
บางคนให้กูเกิลแปลแต่ละบทกวีหรือวรรณกรรมจีนว่ามีความหมายอย่างไร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องธรรมชาติและวิถีชีวิตคน
บางช่วงทีมงานของจีนส่งแพนด้าจำลองออกมาเต้นโชว์และถ่ายเซลฟี่เพิ่มสีสันไปอีกแบบ

ภายในพาวิลเลียนแบ่งการแสดงเป็น 3 ส่วน เชื่อมต่อระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
เมื่อผ่านประตูทางเข้าพาวิลเลียน เป็นพื้นที่แสดงความเป็นมาของจีนตั้งแต่อดีต มีบทกวีสมัยราชวงศ์ถัง ความเป็นมาของอักษรจีน
แต่ละจุดใช้เทคโนโลยีดิจิทัลประยุกต์กับประวัติศาสตร์ ผู้ชมสัมผัสจอมอนิเตอร์ ถ่างขยายดูภาพอักษรจีน การจัดปฏิทินจันทรคติของจีนในยุคโบราณ สะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งด้านธรรมชาติแต่ละห้วงเวลา
แต่ละจุดใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง หรือเออาร์ (Augmented Reality) มาประกอบวิดีโอ 3 มิติ เสียงดนตรีและสีสันในวิดีโอสร้างความตื่นตาตื่นใจ
เหมือนได้สัมผัสอดีตและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่

นิทรรศการในส่วนที่ 2 นำเสนอแนวคิด “ภูเขาเขียวขจี น้ำใสสะอาด” ซึ่งจีนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ระบบนิเวศมาตั้งแต่โบราณ การจะพัฒนาพื้นที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
จีนจัดพื้นที่ส่วนที่ 2 ให้เป็นการแสดงระบบชลประทานตูเจียงเยี่ยน สร้างมาตั้งแต่ 256 ปีก่อนคริสตกาล หรือ 2,281ปีที่แล้ว ถือเป็นกรณีตัวอย่างการวางระบบชลประทานระบายน้ำ ผันน้ำ ควบคุมน้ำโดยไม่ต้องสร้างเขื่อนที่ยอดเยี่ยมยึดหลักวิศวกรรมเชิงนิเวศวิทยา (ecological engineering)
“ตูเจียงเยี่ยน” ตั้งอยู่บนที่ราบเฉินตูเป็นรอยต่อระหว่างลุ่มน้ำเสฉวนกับที่ราบสูงฉิงไห่-ทิเบต ใช้ลักษณะภูมิประเทศและอุทกวิทยา ประกอบด้วยฝาย ตั้งอยู่บนความสูง 726 เมตร เป็นจุดสูงสุดของที่ราบเฉิงตู ห่างจากเมืองตูเจียงเยี่ยนราว 1 กิโลเมตร และพื้นที่ชลประทาน ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณน้ำจากหุบเขาตอนบนของแม่น้ำหมินเจียงไหลลงมาสู่ที่ราบเฉิงตูอย่างสม่ำเสมอ
เส้นทางน้ำไหลผ่านภูเขาชิงเฉิงเป็นที่ตั้งของวัดต่างๆ ของลัทธิเต๋าที่ยึดถือและเคารพความเป็นธรรมชาติ 11 แห่ง
ทุกวันนี้ระบบชลประทานตูเจียงเยี่ยนยังคงทำหน้าที่ระบายน้ำควบคุมน้ำในพื้นที่เพาะปลูกของเฉิงตูครอบคลุมกว่า 4 ล้านไร่
รัฐบาลจีนออกกฎหมายคุ้มครองระบบชลประทานตูเจียงเยี่ยนและภูเขาชิงเฉิงในฐานะโบราณวัตถุทางวัฒนธรรม เป็นจุดชมวิว แหล่งประวัติศาสตร์ของมณฑลเสฉวน และยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2543
เมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวนปี 2551 ระบบชลประทานตูเจียงเยี่ยนแทบไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ยกเว้นศาลเจ้าเต๋าบางแห่งได้รับความเสียหาย
ในพาวิลเลียนจัดแสดงระบบชลประทานตูเจียงเยี่ยนนั้น จีนใช้เทคโนโลยีเอไอควบคุมเพื่อให้ผู้เข้าชมงานเอ็กซ์โปโอซากาเห็นว่า เมื่อ 2 พันกว่าปีที่แล้ว จีนมีเทคโนโลยีว่าด้วยระบบชลประทานล้ำหน้ากว่าชาติใดๆ ในโลก

นิทรรศการส่วนที่ 3 จีนโชว์ความอลังการงานสร้างของเทคโนโลยีด้านอวกาศ มีการฉายภาพสถานีอวกาศเทียนกง ตัวอย่างดินจากดวงจันทร์ และนำคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากเรือดำน้ำเจียวหลงระหว่างสำรวจพื้นที่ใต้มหาสมุทรในความลึก 7,000 เมตร มาแสดง
อีกมุมเป็นการแสดงนิทรรศการเมืองอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีเอไอและสมาร์ตในทุกระบบของเมืองตั้งแต่การจราจร ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า ระบบประปา ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสุขาภิบาล การรักษาสิ่งแวดล้อม ระบบการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ระบบการศึกษา การใช้หุ่นยนต์บริการเพื่อให้ชาวเมืองอยู่กันอย่างสุขสบายและเป็นทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ผมและน้องๆ ที่เข้าไปชมพาวิลเลียนจีนเกือบๆ 1 ชั่วโมง รู้สึกชื่นชมกับการวางคอนเซ็ปต์การจัดนิทรรรศการถือว่าเจ๋งมากๆ
ทำให้เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยิ่งใหญ่ของจีน ซึมซับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการจัดแสดง
ถ้าให้คะแนนพาวิลเลียนจีน จัดไปเลย 9 เต็ม 10 คะแนน

พาวิลเลียนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นอีกพาวิลเลียนที่ออกแบบรูปทรงน่าทึ่ง
แค่เห็นภายนอกเป็นอาคารสี่เหลี่ยมใช้กระจกใสโชว์ให้เห็นเสาไม้ขนาดใหญ่เรียงอยู่ภายในก็ดึงความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นว่าเขาคิดได้อย่างไร และการเข้าคิวเพื่อดูพาวิลเลียนไม่ยาวเหยียดเหมือนพาวิลเลียนจีน
แนวคิดของพาวิลเลียนยูเออี ใช้ชื่อว่า “Earth to Ether”
ถ้าแปลตามตัวอักษรน่าจะหมายถึง “จากดินสู่ห้วงอวกาศ” โดยเอาคำว่าอีเธอร์ที่มีความหมายทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นธาตุที่ละเอียดที่สุดในจักรวาล
พื้นทางเข้าพาวิลเลียนปูด้วยเมล็ดอินทผลัมบด
เมื่อเข้าไปข้างในอาคารมีเสาไม้ที่ตั้งตระหง่านเรียงรายอยู่ภายในอาคารนั้นทำจากต้นอินทผลัมซึ่งเป็นพืชตระกูลปาล์มที่เก่าแก่ของตะวันออกกลาง
ไม้ผลอินทผลัมถือเป็นยาวิเศษที่พระเจ้าประทานให้ มาประกบเข้ากันเป็นเสาขนาดใหญ่รวมทั้งหมด 90 ต้น ส่วนพื้นปูด้วยพรมถักจากเศษต้นอินทผลัม
ต้นอินทผลัมหาได้ง่ายในยูเออี ทางผู้ออกแบบนำต้นอินทผลัมมาเป็นแกนเล่าเรื่องเชื่อมความเป็นธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม มีการนำผ้าพื้นเมืองมาแสดงร่วมกับนวัตกรรมใหม่ๆ นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาภาวะโลกเดือด โดยใช้พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ การดูแลสุขภาพ และมุมการแสดงเทคโนโลยีอวกาศ
ความโดดเด่นของอาคารพาวิลเลียนดึงดูดผู้ชมงานเอ็กซ์โปโอซากาตลอด 6 เดือนของการจัดแสดงมากกว่า 4.9 ล้านคน
ถ้าให้คะแนนด้านแนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมของพาวิลเลียนยูเออี 7 เต็ม 10 คะแนน


สําหรับพาวิลเลียนแคนาดาซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ๆ เหมือนแท่งน้ำแข็งรูปทรงเป็นเหลี่ยมมาประกบกัน ถ้ามองภายนอกก็ไม่มีอะไรน่าดึงดูดซะเท่าไร
แต่เมื่อผ่านประตูทางเข้า เราได้เห็นความเป็นไฮเทคโดยเจ้าหน้าที่ประจำพาวิลเลียนออกมาทักทายอย่างเป็นกันเองพร้อมกับยื่นจอคอมพิวเตอร์ไอแพดที่มีแขนยื่นให้ถือไปไหนมาไหนได้สะดวกและแนะนำวิธีใช้ไอแพด
ผู้เข้าชมพาวิลเลียนแคนาดาได้รับไอแพดทุกคนและเมื่อเดินเข้าไปในอาคารแสดงนิทรรศการ มองเห็นก้อนรูปทรงเหมือนก้อนน้ำแข็งสูงใหญ่ตั้งเรียงรายตามมุมต่างๆ คล้ายกับก้อนน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ
เมื่อยื่นไอแพดไปที่ก้อนน้ำแข็งที่ว่า ระบบเซ็นเซอร์ส่งสัญญาณภาพที่ไอแพด จะเห็นเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของแคนาดาในท่ามกลางสิ่งแวดล้อมอันหนาวเย็นที่มีทั้งหิมะปกคลุมและธารน้ำแข็งขนาดใหญ่


ก้อนน้ำแข็งแต่ละก้อน นำเสนอเรื่องราวชาวแคนาเดียนใช้ชีวิตกันอย่างไรในยุคโบราณที่มีการล่าสัตว์นำมาเป็นอาหารใช้หนังสัตว์เป็นเครื่องนุ่งห่ม จนมาถึงยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาเมือง การดูแลสิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตสมัยใหม่
และมีมุมอวกาศ จำลองเป็นตัวยานอวกาศเมื่อยื่นไอแพดไปที่ตัวยานจะมีภาพนักบินอวกาศลอยอยู่บนจอภาพ เมื่อเลื่อนไปมา จะเห็นโลกจากยานอวกาศ สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าชมพาวิลเลียนแคนาดาไม่น้อยทีเดียว
ผู้ออกแบบพาวิลเลียนแคนาดา ใช้ก้อนน้ำแข็งเป็นสื่อและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยนำข้อมูลให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ถ้าให้คะแนนพาวิลเลียนในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีกับการแสดงนิทรรศการว่าด้วยการออกแบบเพื่อสังคมในอนาคต ตามธีมของงานเอ็กซ์โปโอซากา 2025 ควรได้ 8 จาก 10 คะแนนเต็ม
คราวหน้ามาว่ากันด้วยพาวิลเลียนเยอรมนี กัมพูชา และพาวิลเลียนของไทยที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบมากกว่าบวก
