หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ
บ่ายวันหนึ่งบนดอยสูง อากาศเย็นยะเยือก ผมเฝ้าดูกวางผาตัวหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่บนชะง่อนหิน มันมองลงไปในหุบซึ่งเป็นป่าทึบเบื้องล่าง
“พวกผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า ซายมันรักษาตัวเองได้ บางทีถูกยิงเลือดไหล มันกินเลือดตัวเองแล้วก็ลุกขึ้นวิ่งหนีไปได้”
หน่อเย้ง เพื่อนชาวม้ง ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เล่าตำนานที่ได้ยินมา เขาเรียกกวางผาว่า “ซาย”
เรื่องเล่า อันเป็นสาเหตุที่ กวางผา ในยุคสมัยหนึ่งถูกล่า เพื่อนำชิ้นส่วนพวกมันไปเข้าเครื่องยารักษาโรคกระดูก
เรื่องเล่าเช่นนี้ไม่ได้หายไปไหน ดูเหมือนว่ากับคนจำนวนไม่น้อยยังมีความเชื่อที่ฝังลึก ถ่ายทอดมายาวนาน แม้ในโลกวันนี้ที่คนออกจากถ้ำมานานแล้ว ความเชื่อนี้ก็ยังอยู่
สัตว์ป่าที่ดี คือสัตว์ป่าที่ตายแล้ว…
ตลอดหลายสิบปีที่ผมทำงานอยู่ในป่า มีความเชื่อหนึ่งถูกส่งต่อมานานได้รับฟังเสมอ คือความเชื่อว่า อวัยวะสัตว์ป่าคือยา
ทั้งที่นอแรดคือ เคราติน สารชนิดเดียวกับที่สร้างผมและเล็บของเรา
กระดูกเสือต้ม ลิ่นใช้ลิ้นยาวๆ ไล่กินมด แต่เกล็ดลิ่นที่เผาใส่หม้อ รวมถึงม้าน้ำตัวเล็กๆ ที่ตากจนแห้งกรอบ นำมาดองกับเหล้า ทั้งหมดนี้ถูกมองว่าเป็นของวิเศษที่ช่วยบำรุงกำลัง เพิ่มพลังชาย หรือรักษาโรคที่คนกลัวกันมานาน
ความเชื่อเหล่านี้ นำชีวิตไปจากสัตว์ป่า และทำให้พวกมันเป็นแค่ วัตถุดิบ
ในป่า นอกจากพลังในการทำงานให้ธรรมชาติแล้ว ผมไม่เคยเห็นพลังวิเศษใดของสัตว์ป่าเลย
ผมเห็นเพียง ชีวิตซึ่งได้รับการออกแบบร่างกายมาอย่างเหมาะสมและกำลังทำหน้าที่ของพวกมัน เท่านั้น
แรดตัวหนึ่งที่ผมพบในพื้นที่ชุ่มน้ำ อุทยานแห่งชาติคาซิรังกา ประเทศอินเดีย แสงสีทองของแดดตอนเจ็ดโมงเช้าตกบนหลังมัน มันยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างที่ช้าและลึกเกินกว่าที่ผมจะรู้
นอของมันไม่ได้ส่องประกายเพราะแสงอ่อนละมุนไม่ใช่เพราะฤทธิ์ยาใดๆ
นอมีไว้เพียงเพื่อขีดรอยบนดิน ที่ลำต้นไม้ แสดงความแข็งแกร่ง บอกเขตแดน และปกป้องลูกน้อยเวลามีอันตรายเท่านั้น
คนต่างหากที่ไปเติมความหมายให้นอนั้น จนกลายเป็นสินค้าที่มีราคาแพง เป็นหนึ่งในสินค้าที่มีมูลค่าสูงสุดในขบวนการค้าสัตว์ป่า
เสือที่เดินเลาะไปตามลำห้วยเช่นกัน ความแข็งแรงของมันไม่ใช่สิ่งที่ถ่ายทอดได้ด้วยน้ำซุปจากกระดูก
แต่เป็นผลจากร่างกายอันได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับงานล่า และการอยู่ในระบบนิเวศที่สมบูรณ์
ทุกย่างก้าวของมันบอกผมว่า “การเป็นตัวของตัวเองอย่างสมบูรณ์” คือพลังที่แท้จริง ไม่ใช่อวัยวะจากร่างใคร
ส่วนลิ่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวเล็กๆ ที่ม้วนตัวแน่นเมื่อเจอคน หรือหมาที่คนใช้ให้ไล่ล่า ไม่มีความหมายใดที่สูงส่งในเกล็ดของมันนอกจากการป้องกันตัวจากสัตว์ล่า
แต่เรานี่แหละ เพิ่มความหมายให้มันด้วยความกลัวของเราเอง กลัวโรค กลัวความเสื่อม กลัวสังขารที่ยิ่งต่อต้านก็ยิ่งไหลไปตามเวลา
บางทีความเชื่อเหล่านั้นไม่ได้สะท้อนพลังของสัตว์ แต่สะท้อนความไม่มั่นคงของเราเองมากกว่า
ผมเคยเห็นถุงม้าน้ำแห้งวางอยู่บนพื้นไม้ในหมู่บ้านชายทะเลแห่งหนึ่ง มันถูกขายให้คนเมืองไปบำรุงกำลัง
แต่ใครที่เคยเห็นม้าน้ำพ่ออุ้มลูกในท้อง จะรู้ว่าพลังของมันไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย แต่อยู่ในการดูแลชีวิตอื่นอย่างอ่อนโยน เงียบ และมั่นคง
คุณค่าที่แท้จริงนั้น ไม่อาจเก็บใส่ถุงขายได้เลย

การเชื่อว่าสัตว์ป่ากลายเป็น “ยา” ได้ง่ายๆ ทำให้เรามองธรรมชาติเป็นเหมืองแร่ เป็นร้านขายยา เป็นตู้วัตถุดิบที่รอให้คนเปิดเข้าไปหยิบ
แต่ในป่าไม่มีอะไรเกิดมาเพื่อเป็นวัตถุดิบของใคร
มีแต่สิ่งมีชีวิตที่พยายามอยู่รอดที่กำลังทำหน้าที่เหมือนเรา
หลายครั้งเมื่อยืนอยู่เงียบๆ กลางผืนป่า ผมมักรู้สึกว่าธรรมชาติไม่ได้พยายามสอนอะไรใหญ่โต
มันเพียงเตือนว่า “ทุกสิ่งมีเหตุผลของมันในการมีอยู่” และไม่มีชีวิตไหนที่ถูกสร้างมาเพื่อรักษาความกลัวแก่ กลัวหมดพลังรวมทั้งความกลัวในใจ
ความเชื่อที่ว่า สัตว์ป่าที่ดี คือสัตว์ป่าที่ตายแล้ว อาจเป็นเพียงเรื่องเล่าที่เราปล่อยให้มันเดินทางมานานเกินไป มันทำให้เราหลงเชื่อว่าเศษซากของชีวิตอื่นจะรักษาความกลัวลึกๆ ในใจเราได้ แต่ไม่มีเศษกระดูกหรือเกล็ดใดรักษาความจริงของสังขารมนุษย์ได้
ผมเชื่อเสมอว่า สัตว์ป่าที่ดีจริงๆ คือสัตว์ที่ยังวิ่งอยู่ยังเดินอยู่ ยังหลบอยู่ในพุ่มไม้ตามแบบที่มันควรเป็น
ไม่ใช่สัตว์ที่ถูกบดเป็นผงใส่ถุงยา
ในป่าไม่เงียบหรอก เพียงแต่เราต้องหยุดเพื่อฟัง ป่าพูดเสมอ มันพูดผ่านสัตว์ป่า ผ่านต้นไม้ ผ่านแรดที่ยืนนิ่ง ผ่านเสือที่เดินหายลับไปในเงา ผ่านลิ่นที่ม้วนตัว ผ่านพ่อม้าน้ำที่เลี้ยงดูลูก
ถ้าฟังให้ดี เราอาจได้ยินว่า โลกไม่ได้ต้องการยาชนิดใหม่ แต่ต้องการคนที่ไม่ได้หวังจะรักษาโรคด้วยเศษซากของชีวิตอื่น ยาแก้ความอ่อนแอทางใจ ไม่ได้อยู่ในซากม้าน้ำตัวจิ๋ว
ยาที่ได้มาด้วยความตายไม่เคยรักษาอะไรได้จริง มันรักษาไม่ได้ทั้งโรคกายและใจ มีแต่จะทำให้เราป่วยหนักขึ้นอีก
เมื่อหยุดมองว่าพวกมันเป็นยา เราจะเห็นถึงความเป็นเพื่อนร่วมโลก เป็นชีวิตที่มีลมหายใจ เป็นครู
ความเชื่อเดิมๆ นั้นจะทำให้ความหวังในการอยู่ร่วมกันได้จริง ระหว่างเรากับสัตว์ป่า นับวันยิ่งห่างไกล
มี “ความจริง” ที่ไม่ใช่เป็นเพียงความเชื่อคือ “สัตว์ป่าที่ดี” คือสัตว์ป่าที่ได้ทำหน้าที่ของพวกมัน อยู่ในป่าและยังมีชีวิต…
