bg-single

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (152)

03.12.2025

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

เผชิญเหตุไม่ดี
ถูกชิงผู้ต้องหา-เจอรุมทำร้าย

ทุกครั้งที่มีการนัดสืบพยานโจทก์คดีฆ่า 5 ศพครอบครัวบุญทวี ผมจะเดินทางไปศาลจังหวัดสงขลาไม่เคยขาด เพื่อให้การประสานงานระหว่างศาลและอัยการในการนำพยานเข้าเบิกความเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่ติดขัด

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นได้มอบหมายให้มีนายตำรวจรับผิดชอบ ทุกอย่างจึงเข้าที่ และต่อจากนี้ไปผมจึงไม่จำเป็นต้องไปศาลทุกนัด และสามารถไปปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ได้ เนื่องจากยังมีคดีอื่นอีกหลายคดีที่จะต้องสืบสวนอยู่อีก

ไม่ว่าจะเป็นคดีฆ่า ด.ต.ดุสิต รัตนมณี ซึ่งการสืบสวนสอบสวนยังไม่คืบหน้ามากนัก รวมทั้งการแพร่ระบาดยาเสพติดก็ยังหนักหน่วงมาก

และเมื่อไม่ต้องไปศาล ผมก็กลับมาติดตามคดีและเรื่องต่างๆ ได้ โดยเฉพาะการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่

จนกระทั่งมาพบเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นอีกจนได้

วันที่ 24 มิถุนายน 2540 เวลาประมาณ 12.30 น. จ.ส.ต.สิงห์ทอง สิงหเดช พร้อมด้วย ส.ต.อ.ประเสริฐ จิตรานนท์ และ ส.ต.ต.มานพ ด้วงเอียด เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำชุดสืบสวนของ สภ.อ.สิงหนคร ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ

1. นายโฆษิต ไหวฉลาด อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ที่ 1 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

2. นายวสันต์ แซะเด็น อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196 หมู่ที่ 7 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

พร้อมด้วยของกลางมี 1. ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) บรรจุอยู่ในหลอดบิ๊กฝาแดงเต็มหลอด จำนวน 5 หลอด

2. กระดาษหนังสือพิมพ์ “ข่าวศรีตรัง” หน้า 5, 6 ใช้ห่อยาเสพติดดังกล่าว จำนวน 1 แผ่น

3. ยางวงขนาดเล็กใช้รัดกระดาษซึ่งห่อยาเสพติด จำนวน 1 เส้น

โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดบนถนนสาธารณะภายในหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา

โดยก่อนการจับกุม ชุดสืบสวนได้ออกตรวจมาถึงถนนสายโพรงจระเข้-ธรรมโฆษณ์ พบนายหมาย ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ในชุมชนบ้านเล หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา

นายหมาย มีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดมาตลอด ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า บีต สีเขียว-ขาว สวนทางมา จึงได้ชะลอรถยนต์ดู ปรากฏว่า รถจักรยานยนต์คันที่นายหมายขับขี่มานั้นได้เลี้ยวเข้าไปในถนนดินแดง หมู่ที่ 5 ต.สทิงหม้อ

ชุดสืบสวนจึงได้ขับขี่รถยนต์ส่วนตัวติดตามไป ห่างจากถนนสายโพรงจระเข้-ธรรมโฆษณ์ ประมาณ 100 เมตรบริเวณนั้นเป็นป่าละเมาะ

และขณะที่ชุดสืบสวนกำลังซุ่มสังเกตการณ์ห่างประมาณ 50 เมตร อยู่นั้น ได้มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงอีกคัน และมีคนนั่งซ้อนท้าย 1 คน ได้ขับขี่เข้าไปเทียบเคียงรถของนายหมาย แล้วนายหมายได้ส่งห่อกระดาษให้ชายที่นั่งซ้อนท้าย

เวลานั้นชุดสืบสวนจำได้ว่า นายหมายสวมใส่เสื้อยืดสีลายดำ และนุ่งกางเกงขาสั้นสีลายเขียว สวมหมวกแก๊ปหนังสีน้ำตาล และในทันทีทันใด ชุดสืบสวนจึงได้แสดงตัวและจับกุมทันที ได้ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลาง ส่วนนายหมายขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปได้

ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า ได้เดินทางมาจาก อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เพื่อติดต่อและซื้อยาเสพติดเฮโรอีนจากนายหมาย ในราคาหลอดบิ๊กละ 1,000 บาท และได้จ่ายเงินไปแล้ว 5,000 บาท

เมื่อผมได้รับรายงานจากชุดสืบสวนว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมกับยึดยาเสพติด แต่มีผู้ต้องหาคนสำคัญหลบหนีไปซึ่งตำรวจชุดสืบสวน จดจำได้แม่นยำ เพราะติดตามพฤติกรรมมานาน ชื่อ นายหมาย มีบ้านอยู่ในชุมชนบ้านเล บ้านหลังนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.สิงหนคร หลายชุดเคยเข้าไปตรวจค้นมาก่อนหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยพบยาเสพติด

ดังนั้นผมจึงได้สั่งให้ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.สิงหนคร ติดตามไปจับกุมทันที โดยขณะนั้นเป็นเวลา 14.00 น. ผมมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมตัวผมด้วย 14 นาย ประกอบด้วย ร.ต.อ.เจริญ อินทรศรี, ด.ต.ครรชิต ศิริรัตนพันธ์, ด.ต.อุดม ปลื้มใจ, ด.ต.สุชาติ หีมสุหรี, จ.ส.ต.ประเทือง ธรรมปัญญาสกุล, จ.ส.ต.ปิ่น แก้วพิบูรณ์, จ.ส.ต.สมปอง กล่ำมาตย์, ส.ต.อ.สุรชัย รัตนโชติ, ส.ต.อ.เกษม กิตติยามาศ, ส.ต.อ.ประเสริฐ จิตรานนท์, ส.ต.ท.สถาวร จันทร์บูรณ์, ส.ต.ท.สุพจน์ เกษแก้ว และส.ต.ต.มานพ ด้วงเอียด เดินทางไปยังบ้านของนายหมายทันที

เมื่อไปถึงพบว่านายหมายกำลังอยู่กับภรรยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งให้ทั้งสองคนทราบว่าได้มีการจับกุมตัวนายโฆษิตและนายวสันต์ พร้อมกับตรวจยึดเฮโรอีนและกระดาษหนังสือพิมพ์ “ศรีตรัง” ที่ใช้ห่อยาเสพติดเป็นหลักฐาน โดยจับกุมได้เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันนี้ แล้วนายหมายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีไปได้

เมื่อตรวจดูหลักฐานจากนายหมาย จึงทราบว่าชื่อ นายสมหมาย ภักดีบูรณ์ อายุ 20 ปี บ้านเดิมอยู่บ้านเลขที่ 151/1 หมู่ที่ 9 ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง และได้ย้ายมาอยู่บ้านไม่มีเลขที่ในชุมชนบ้านเล หมู่ที่ 1 ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา ส่วนภริยาชื่อ นางสาวิตรี ภักดีบูรณ์ ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร แต่ลักลอบจำหน่ายเฮโรอีนมาโดยตลอด

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจค้นบ้านพัก นายสมหมายและนางสาวิตรียินยอมให้ตรวจค้น อีกทั้งยังเป็นผู้นำในการตรวจค้นด้วย

ซึ่งผลการตรวจค้นพบ

1. หมวกแก๊ปแบบหนังสีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ วางอยู่บนเตียงนอนที่นายสมหมายนอนอยู่ในขณะที่เข้ามาพบในเวลาแรก นายสมหมายยอมรับว่าเป็นหมวกของตนเอง

2. กระดาษหนังสือพิมพ์ “ข่าวศรีตรัง” หน้า 7, 8 ซึ่งมีรอยฉีกขาดเป็น 3 ชิ้น อยู่ในครัว ภายในบ้าน เมื่อนำกระดาษหนังสือพิมพ์ “ข่าวศรีตรัง” หน้า 5, 6 ที่ใช้ห่อเฮโรอีนที่ยึดได้จากนายโฆษิตและนายวสันต์ สามารถต่อเข้ากันได้พอดี จึงยืนยันได้ว่า กระดาษหนังสือพิมพ์ที่ห่อเฮโรอีนฉีกมาจากกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พบในบ้านของนายสมหมายอย่างแน่นอน จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

และ ส.ต.อ.ประเสริฐ จิตรานนท์ กับ ส.ต.ต.มานพ ด้วงเอียด ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ที่เห็นนายสมหมายส่งเฮโรอีนให้กับนายโฆษิตกับนายวสันต์ ต่างยืนยันว่านายสมหมายเป็นผู้จำหน่ายเฮโรอีนจริง ทั้งยังจำเครื่องแต่งกายได้

ในระหว่างที่กำลังทำการตรวจค้นอยู่นั้น มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านเลละแวกเดียวกันกับนายสมหมายประมาณ 5-60 คนได้มามุงดู เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการตรวจค้นเสร็จแล้ว จึงได้แจ้งข้อหาให้นายสมหมายทราบว่า มีความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนโดยผิดกฎหมาย และจะทำการจับกุมตัว

ในทันทีทันใดนั้น นายสมหมายได้ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้ทำการจับกุม โดยการใช้กำลังชกต่อยและใช้เท้าถีบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะเดียวกันชาวบ้านที่มามุงดูการตรวจค้น ต่างได้ลุกฮือเข้ามาทำการชิงตัวนายสมหมายและขัดขวางไม่ให้ทำการจับกุมตัวนายสมหมาย

ชาวบ้านหลายคนมีอาวุธมีด พร้า ไม้ ติดมือมาด้วย และยังได้ชกต่อย ส.ต.อ.ประเสริฐ จิตรานนท์ ที่บริเวณริมฝีปากจนเลือดไหลออกมา จ.ส.ต.ปิ่น แก้วพิบูรณ์ ได้รับบาดเจ็บที่ต้นแขนซ้าย

และชกต่อยตัวผม ทั้งที่ศีรษะลำตัว และกระแทกบริเวณหน้าอก จนเครื่องหมายปีกร่มที่ติดอยู่ที่เครื่องแบบหัก

และเนื่องจากชาวบ้านที่เข้ามาชิงตัวผู้ต้องหา มีจำนวนมากกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก จึงไม่สามารถต้านทานกำลังของชาวบ้านไว้ได้ ชาวบ้านจึงสามารถชิงตัวนายสมหมายและพาหลบหนีไปได้ และยังถูกแย่งกระเป๋าเงินที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้ โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนเอาไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจคงยึดได้แต่เฉพาะหมวกแก๊ปสีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ และกระดาษหนังสือพิมพ์ “ข่าวศรีตรัง” หน้า 7, 8 ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้ดำเนินคดีกับนายสมหมายและบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป

ในขณะที่เกิดเหตุชุลมุนชิงตัวผู้ต้องหานั้น ผมเห็นว่า สถานการณ์เกิดขึ้นในชุมชนที่มีบ้านเรือนอยู่กันอย่างแออัด ในพื้นที่แคบๆ และมีชาวบ้านอาศัยกันอยู่จำนวนมาก ผมจึงสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงโดยเด็ดขาด

ผมได้ประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าในเวลานั้น หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดใช้อาวุธปืนยิงอาจจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก จนยากต่อการแก้ไขและให้รีบถอนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากชุมชนบ้านเลทันที แล้วนำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลา

และรีบรายงานเหตุการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ทั้งทางวิทยุ และรายงานอย่างเป็นทางการต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!