สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน
อาคารรูปทรงกลมพาวิลเลียนของประเทศเยอรมนีแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก 2 หลังอยู่ด้านหน้า และอีกกลุ่ม 4 หลังอยู่ด้านหลัง
ถ้าใครขึ้นชั้นบนของแกรนด์ริงหรือสะพานไม้วงแหวนที่สร้างล้อมพื้นที่การจัดแสดงงานเอ็กซ์โปโอซากา 2025 จะเห็นเยอรมันพาวิลเลียนได้ชัดเจน
กลุ่มอาคารนี้มีรูปทรงสถาปัตยกรรมซึ่งรังสรรค์มาจากแนวคิดสังคมระบบหมุนเวียนในยุค “แอนโทรโพซีน” (Anthropocene)
“แอนโทรโพ” (anthropo) หมายถึงมนุษย์ ส่วน ซีน (cene) แปลว่า “ใหม่” ความหมายโดยรวมของแอนโทรโพซีน มนุษย์เป็นผู้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของโลก
นักอนาคตศาสตร์เชื่อว่ามนุษย์สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างหนักหน่วง อย่างเช่น ขยะล้นเมือง, น้ำเน่าน้ำเสีย, การปล่อยก๊าซพิษสู่ชั้นบรรยากาศโลกมากเกินจนเกิดความไม่สมดุลทางธรรมชาตินำไปสู่ความผันผวนและย้อนกลับมากระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ไม่ว่าคลื่นความร้อน น้ำท่วม แล้งจัด ฯลฯ
ทางออกที่แก้ปัญหานี้ได้นั่นคือชาวโลกต้องร่วมมือกันหยุดยั้งการทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
บริษัทลาวา (Laboratory for Visionary Architecture) ผู้ออกแบบเยอรมันพาวิลเลียนวางโครงงานให้เป็นทรงกลมสัญลักษณ์การหมุนเวียนในทุกระบบตั้งแต่การใช้ชีวิตของผู้คนให้เป็นไปด้วยความสามัคคีกลมเกลียว การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ระบบขยะเป็นศูนย์ (zero-waste circular)
การใช้วัสดุในการก่อสร้างอาคารเยอรมันพาวิลเลียนทั้งหมดนั้น บริษัทลาวากำหนดให้เป็นวัสดุที่นำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง อย่างเช่น ไม้ไผ่ เหล็ก แก้ว ดินเหนียว และโครงผนังทำจากป่านเมื่อรื้อทิ้งนำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก

พูดถึงเรื่องการก่อสร้างอาคารต่างๆ ในพื้นที่จัดแสดงเอ็กซ์โปโอซากา 2025 มีกฎระเบียบเข้มงวดมาก ประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมงานซึ่งมีทั้งหมด 152 ประเทศรวมถึงประเทศไทยต้องปฏิบัติตามกฎกติกาว่าด้วย วิสัยทัศน์สีเขียวเอ็กซ์โป 2025 หรือกรีนวิชั่น (Expo2025 Green Vision) ซึ่งมีคณะกรรมการดูแลกำกับเฉพาะ
กรีนวิชั่น แบ่งเป็นหมวดหมู่ว่าด้วยการปล่อยมลพิษหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) การใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานและพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก
ทุกประเทศจะก่อสร้างพาวิลเลียนในงานเอ็กซ์โปโอซากา 2025 ต้องยึดแนวทางดังกล่าว นั่นหมายถึงการก่อสร้างต้องใช้ทรัพยากรให้มีประโยชน์สูงสุด ประหยัดที่สุด คุ้มค่าทางเศรษฐกิจที่สุด โดยยึดหลักการ 3 อาร์ (3R) ใช้ให้น้อยที่สุด (reduce) กลับมาใช้ใหม่ (reuse) และแปรรูป (recycle)
นอกจากนี้ ประเทศผู้เข้าร่วมงานต้องคำนึงถึงการดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่อีกด้วย
สำหรับเยอรมันพาวิลเลียนเมื่อสร้างเสร็จ ทีมงานวิศวกรสิ่งแวดล้อมคำนวณปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่มาจากการก่อสร้างตัวอาคารทั้งหมดเทียบเท่า 115 ล้านตัน ถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการก่อสร้างอาคารเยอรมันพาวิลเลียน ในงานเอ็กซ์โปที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อปี 2563
แต่กระนั้นก็ยังสูงกว่ากฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเยอรมนี กำหนดไว้ว่าการก่อสร้างอาคารจะต้องปล่อย CO2 ไม่เกิน 113 ล้านตัน

ทีมผม ซึ่งมีคุณสุรไชย แย้มศิริ สถาปนิก และคุณสุปรีช์รัฐ ใจจงกิจ มัณฑนากร ตื่นแต่เช้าตรู่ออกจากตัวเมืองโอซากา มุ่งหน้าที่จัดงานเอ็กซ์โปเพื่อยืนเข้าคิวรอดูเยอรมันพาวิลเลียนซึ่งใครๆ ก็ชมว่า เป็นพาวิลเลียนที่ออกแบบและนำเสนอได้ตรงเป้าสอดคล้องกับแนวคิดหลักของการจัดงานนั่นคือ “การออกแบบสังคมอนาคตเพื่อชีวิตของเรา” (Designing Future Society for Our Lives)
บนตัวอาคารเยอรมันพาวิลเลียน มีอักษรคำว่า “วา” เป็นภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ (Wa!) ผู้ออกแบบตั้งใจให้ผู้เข้าชมเยอรมันพาวิเลียนร่วมกันขบคิดหาแนวทางสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน การรักษาสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุล
การนำวัสดุพลังงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดและนำเสนอบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลและยังรวมไปถึงการใช้ชีวิตอย่างมีสุนทรียศาสตร์
เมื่อคิวมาถึง เจ้าหน้าที่เยอรมันพาวิลเลียนให้คำแนะนำการเข้าชมซึ่งใช้ตัวมาสค็อตที่เรียกว่า เซอร์คูล่าร์ (Circular) หน้าตาเหมือนตัวตุ๊กตุ่น ทรงกลมๆ มนๆ พูดได้หลายภาษามีให้เลือกหลากสีเป็นตัวแทนนำเสนอเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน
ผู้เข้าชมทุกคนจะได้รับตัวเซอร์คูล่าร์ภายในติดตั้งอุปกรณ์เซ็นเซอร์และโปรแกรมเอไอเมื่อยื่นตัวเซอร์คูล่าร์ไปจ่อกับรูปเซอร์คูล่าร์เซ็นเซอร์จะเชื่อมต่อข้อมูลที่ติดอยู่ในผนังจัดแสดงแล้วนำมาตัวเซอร์คูล่าร์มาแนบกับหูจะมีเสียงอธิบายเรื่องราวต่างๆ เช่นผนังจัดแสดงพลังงานสีเขียว หรือ green energy จะมีเสียงเล่าเรื่องการทำงานของพลังงานลม ช่วยลดการปล่อยก๊าซพิษอย่างไร

หรือผนังการแสดงเรื่องเมืองฟองน้ำ (The city as a sponge) นำเสนอแนวคิดการสร้างเมืองอัจฉริยะ ใช้น้ำฝนให้เกิดประโยชน์กับเมืองมากที่สุดทั้งในการเกษตร การลดอุณหภูมิภายในเมือง เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองและป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้ง
เมื่อเข้าไปพื้นที่การแสดงนวัตกรรมหมุนเวียน (circular innovation) มีจอแอลอีดี นำเสนอการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในทุกๆ ด้านผ่านระบบจอสัมผัสหรือทัชสกรีน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัสดุก่อสร้างอาคารบ้านเรือน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือเครื่องใช้ในโรงงาน โรงพยาบาล เสื้อผ้าหรือรถยนต์
ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดซึ่งใช้ในปัจจุบันและในอนาคตนั้น เป็นผลิตภัณฑ์นำกลับมาแปรรูปหรือรีไซเคิลเอาใช้ใหม่ได้อีก การผลิตต้องใช้เชื้อเพลิงพลังงานสะอาดไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก หรือเรียกง่ายๆ ว่า ในอนาคตข้างหน้าผลิตภัณฑ์หรือวัสดุที่ใช้ในยุคแอนโทรโพซีนจะไม่เป็นขยะอีกต่อไป (zero waste)
ในห้องแสดงทรงกลมติดตั้งจอแอลอีดี 360 องศา และฉายหนังสั้นนำเสนอเรื่องรางของธรรมชาติสัตว์ป่าจินตนาการโลกในอนาคต ชาวโลกจะอยู่กันอย่างไร
ผู้เข้าชมส่วนใหญ่นอนราบบนโซฟาทรงกลมจะหมุนอย่างช้าๆ ระหว่างฉายหนัง

หนังสั้นของเยอรมันพาวิลเลียนทำได้ยอดเยี่ยม ดูตื่นตาตื่นใจทั้งภาพและเสียงราวกับอยู่ในโลกเสมือนจริง
ออกจากห้องฉายหนัง เดินเข้าสู่พื้นที่การแสดงนวัตกรรมใหม่ๆ ของเยอรมนีในด้านต่างๆ เช่น สถาปัตยกรรม พลังงาน การเกษตร การผลิตอาหาร และการก่อสร้าง ผู้เข้าชมเลือกเรียนรู้ในแต่ละหมวดหมู่ผ่านระบบอินเตอร์แอกทิฟ
พื้นที่นอกอาคารจัดแสดง จัดเป็นสวนดอกไม้และพันธุ์ไม้ของแคว้นต่างๆ ในเยอรมนี พร้อมกับคำบรรยายการพัฒนาแต่ละแคว้นอย่างยั่งยืน อย่างเช่น การนำเทคโนโลยีพลังงานลมมาใช้ในแคว้นชีส์วิก-โฮลสไตน์ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเยอรมนีติดกับทะเลบอลติกและทะเลเหนือ เมืองคีล (Kiel) เป็นเมืองหลักของแคว้นนี้ ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองปลอดขยะแห่งแรกของเยอรมนี
มุมสวนดนตรีเป็นอีกจุดหนึ่งที่ผู้เข้าชมเยอรมันพาวิลเลียนให้ความสนใจมากเพราะเป็นจุดการแสดงเสียงดนตรีที่ดึงข้อมูลจากสิ่งแวดล้อม เช่น ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นไม้ปล่อยออกมา ระดับความชื้นของดิน
นำข้อมูลไปแปลงเป็นสัญญาณเสียงดนตรีที่มาจากธรรมชาติจริงๆ

การเข้าชมเยอรมันพาวิลเลียนในงานเอ็กซ์โปโอซากา 2025 คุ้มค่ามาก เป็นการเติมความรู้ของโลกสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันอนาคต เสริมรอยหยักในสมองให้ผมอีกเยอะ
และเท่าที่ทราบการสร้างเยอรมันพาวิลเลียนผ่านการตกผลึกความคิดมานานเกือบ 4 ปีเต็มทั้งการคิดเรื่องโครงสร้างอาคาร การวางคอนเซ็ปต์นำเสนอเรื่องราวให้ชาวโลกเรียนรู้
เฉพาะแค่เรื่องของการคิดวัสดุโครงสร้างนั้น ถือได้ว่าเป็นแนวคิดใหม่ของวงการก่อสร้างเพราะไม่ใช่แค่ทำให้โครงสร้างแข็งแรงสวยงาม แต่การใช้วัสดุทุกชิ้นต้องสอดคล้องกับแนวทางกรีนวิชั่น เพราะเมื่อจัดแสดงเสร็จแล้วต้องรื้ออาคารทั้งหมดนำกลับไปใช้ใหม่
ส่วนคอนเซ็ปต์การจัดแสดงนิทรรศการทำได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งการนำเสนอเรื่องราวของโลกในอนาคต การสร้างเมืองให้มีสิ่งแวดล้อมสวยงามน่าอยู่ มีระบบนิเวศสมบูรณ์ ไม่ส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศ คิดประดิษฐ์มาสค็อต “เซอร์คูล่าร์” และนำเสนอด้วยเทคโนโลยีเอไอ เทคโนโลยีเสมือนจริง
งบประมาณการจัดแสดงและก่อสร้างอาคารเยอรมันพาวิลเลียน ตกราวๆ 56 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท สำหรับเยอรมนีถือว่าจิ๊บจ๊อยเพราะเป็นการโชว์กึ๋นสุดยอดทั้งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ให้โลกรู้
ถ้าจัดคะแนนผมให้ 9.5 จากเต็ม 10 คะแนน
