คุยกับทูต | อับดุรเราะฮีม เราะห์ฮาลี สัมพันธ์ทวิภาคี ไทย-โมร็อกโก ดินแดนแห่งทะเลทราย ชายฝั่ง และหิมะ ในแอฟริกาเหนือ (จบ)
รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน
Chanadda Jinayodhin
ความร่วมมือกับอาเซียน
ผ่านความสัมพันธ์กับไทย
“โมร็อกโกมองว่าประเทศไทยเป็นประตูสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์กับอาเซียน โดยความร่วมมือได้พัฒนาจากกรอบทวิภาคีไปสู่รูปแบบของความร่วมมือสามเส้าที่เชื่อมโยงระหว่างแอฟริกากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายอับดุรเราะฮีม เราะห์ฮาลี เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรโมร็อกโก กล่าวและว่า
“แนวทางนี้ช่วยให้โมร็อกโกและไทยสามารถจัดโครงการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ และการศึกษาดูงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของพันธมิตรจากทั้งสองภูมิภาค โครงการริเริ่มเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่พื้นที่ต่างๆ เช่น การพัฒนาอย่างยั่งยืน เกษตรกรรม พลังงานหมุนเวียน การศึกษา และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ โดยมุ่งหวังที่จะส่งเสริมการแบ่งปันความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการแก้ไขความท้าทายทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางอาหาร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีความรับผิดชอบ”
“รูปแบบความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างศักยภาพของมนุษย์และสถาบันเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสนับสนุนการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้ผู้คนมีช่องทางในการสร้างรายได้มากขึ้น ยกระดับความสามารถในการฟื้นตัวของชุมชน ช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถฟื้นตัวจากปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น และส่งเสริมการเติบโตที่ครอบคลุม ช่วยให้การพัฒนาและการเติบโตเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกภาคส่วน”
“สถานะคู่เจรจาเฉพาะสาขาของอาเซียนที่โมร็อกโกได้รับในปี 2023 เป็นเครื่องยืนยันวิสัยทัศน์ของโมร็อกโกในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (ความร่วมมือแบบใต้-ใต้) และความร่วมมือแบบสามเส้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของสมเด็จพระราชาธิบดีมุฮัมมัดที่ 6 แห่งโมร็อกโก ที่ทรงเน้นย้ำเรื่องความร่วมมือเชิงรุกและสร้างสรรค์”
“การเปิดฉากความสัมพันธ์รูปแบบใหม่นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างโมร็อกโกกับไทยกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน โดยตั้งอยู่บนค่านิยมร่วมกันในการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การเจรจา และการมุ่งสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน”

พัฒนาการความสัมพันธ์ไทย-โมร็อกโก
“ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างโมร็อกโกกับไทยได้พัฒนาจากความสัมพันธ์ทางการทูตอันดีไปสู่ความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเคารพซึ่งกันและกัน ค่านิยมร่วมกัน และความปรารถนาร่วมกันเพื่อสันติภาพและการพัฒนา ทั้งสองประเทศได้พยายามอย่างต่อเนื่องในการขยายความร่วมมือ ตั้งแต่การเจรจาทางการเมืองไปจนถึงการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ จากปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมไปจนถึงความร่วมมือทางวิชาการ”
“ความสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จไม่ได้วัดจากผลประโยชน์ทางการเมืองหรือเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความสมดุล ความลึกซึ้ง มิตรภาพ และความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นรากฐานในการสร้างความไว้วางใจและขยายขอบเขตความร่วมมือใหม่ๆ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน”
“ผมเชื่อว่าความร่วมมือในระยะต่อไปจะมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ พลังงานหมุนเวียน การท่องเที่ยว การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมดิจิทัล เกษตรกรรมยั่งยืน และการพัฒนาทุนมนุษย์ ความร่วมมือในสาขาเหล่านี้มีแนวโน้มที่ดีสำหรับการทำงานร่วมกันในอนาคต”
“ในวาระครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปีนี้ โมร็อกโกยินดีที่จะยกระดับความร่วมมือทางการทูตกับไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ให้เป็นไปในเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ครอบคลุมในหลายด้านมากขึ้น และมุ่งเน้นอนาคต”
“ซึ่งหมายถึงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมองการณ์ไกลและผลประโยชน์ร่วมกัน มิติด้านยุทธศาสตร์ในระยะยาวที่คำนึงถึงอิทธิพลในภูมิภาคและระดับโลก ครอบคลุมกว้างขวางขึ้นทางเศรษฐกิจ การทหาร ความมั่นคง สังคม วัฒนธรรม”
“สุดท้ายคือการ มุ่งสู่อนาคต ที่ให้ความสำคัญกับความท้าทายและโอกาสในอนาคต เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีใหม่ และการรักษาเสถียรภาพของระเบียบโลก”


ความประทับใจที่มีต่อเมืองไทย
นายอับดุรเราะฮีม เราะห์ฮาลี (H.E. Mr.Abderrahim Rahhaly) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรโมร็อกโก เปิดเผยว่า
“ประเทศไทยมีหลายสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความอบอุ่น ความเมตตา และความเคารพของคนไทย รวมถึงความสามัคคีที่หล่อหลอมสังคมไทย นอกจากนี้ มรดกทางวัฒนธรรมที่มากมาย ความเชื่อทางจิตวิญญาณที่หยั่งราก และความมุ่งมั่นในการพัฒนา ล้วนเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างแท้จริง”
“หนึ่งในภารกิจสำคัญของผม คือการส่งเสริมให้ชาวไทยตื่นตัวและสนใจโมร็อกโกมากขึ้นในสามด้านหลัก ได้แก่ โอกาสในการลงทุน ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และความหลากหลายทางวัฒนธรรม”
ทั้งนี้ น่าจะมีสาเหตุมาจากศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ โมร็อกโกมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตั้งแต่เมืองโบราณที่มีสถาปัตยกรรมงดงามอย่างมาร์ราเกชและเฟซ ไปจนถึงทะเลทรายซาฮาราอันกว้างใหญ่ โอกาสในการลงทุนที่กำลังเติบโต อุตสาหกรรมที่หลากหลายและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์

เฉลิมฉลอง 40 ปี ความสัมพันธ์ไทย-โมร็อกโก
“ในวาระครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-โมร็อกโกปีนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและแข็งแกร่งระหว่างเราทั้งสองประเทศ
ผมขอให้เราชาวโมร็อกโกมีความรัก ความสามัคคีและเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง โดยยึดมั่นในวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระราชาธิบดีมุฮัมมัดที่ 6 แห่งโมร็อกโก
สำหรับประเทศไทย ผมขออวยพรให้มีสันติภาพ ความสุข และความสำเร็จในการบรรลุปณิธานของชาติ
และขอให้มิตรภาพอันยั่งยืนและความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จ จงบังเกิดแก่ราชอาณาจักรทั้งสองสืบไป”
